IT@KMITL Forums
IT@KMITL Admission => ปริญญาตรี => Topic started by: DArKWiZArD on January 10, 2008, 05:29:26 PM
-
ผมสงสัยว่า มาเรียนที่นี่เนี่ย จำเป็นจะต้องมีLaptop หรือเปล่าครับ
คือ ผมจะประกอบเครื่องใหม่อยู่แล้วอ่ะครับ ทีนี้ไปเดินเช็คราคาของที่พันธุ์ทิพย์ นี้เห็นว่ามีพวกLaptop ลดราคาอยู่น่ะครับ
ผมก็เลยสงสัยว่าจำเป็นต้องมีLaptopมั้ย -- เพราะว่าทีแรกตั้งใจว่าจะประกอบPC ขึ้นมาแรงหน่อย(เผื่อเล่นเกมด้วย :42:) ประมาณ2หมืนกว่าๆ(เกือบ 3 แต่ยังไม่ถึง) น่ะครับ แล้วในราคาที่ผมจะต้องเสียเนี่ยถ้าเพิ่มเงินอีกหน่อย พอจะซื้อLaptopได้ แต่สเปคมันก็อ่อนลงมาพอดูเลยน่ะครับ .. ก็ในเมื่อไหนๆก็จะซื้ออยู่แล้วเลยมาถามความเห็นของพี่ๆ น่ะครับ ว่าจำเป็นจะต้องมีLaptopไว้มั้ยน่ะครับ หรือว่าไม่ได้จำเป็นอะไรมากมาย
ก็เลยยังตัดสินใจไม่ถูกน่ะครับ
ขอขอบคุณไว้ล่วงหน้าครับ
-
แล้วแต่คนนะมี notebook ก็ได้ความสะดวก พี่ว่ามีประโยชน์สูงสุดคือสามารถทำงานกับเพื่อนที่คณะได้ หรือทำด้วยกันที่ห้องเพื่อนได้ แต่กับการเรียนจิงๆแล้วก็ไม่จำเป็นเท่าไหรเพราะสามารถนั่งทำที่ห้องได้ เห็นหลายๆคน(รวมทั้งพี่)แรกๆก็แบก notebook มาทุกวันมานั่งเปิด web เล่น msn เล่นเกมส์ ทำงานบ้าง หลังๆก็แทบไม่ได้แบกมา
แต่อีกมุมมองนึงเมื่อช่วงไหนต้องทำ project หรือทำงานกลุ่ม โดยเฉพาะปี 4 ด้วยแล้ว คาดว่าถึงวันนั้นน้องก็คงหาถึง notebook เหมือนกัน ส่วนเรื่อง spec นั้น notebook ค่อนข้างเพียงพอแต่จะอืดมากหน่อยหากน้องใช้ oracle หรือ เรียน PCN ที่อาจจะต้อง run OS 4 ตัว router 2 ตัว แต่ก็ยังพอไหวอยู่ดีขอแรมมากๆหน่อยเท่านั้น
สรุปคือน้องใช้แค่ไหนก็ซื้อแค่นั้น ถ้าใช้มาเล่นเกมส์ หนักๆหน่อย notebook ก็คงไม่ไหว หรืออาจจะไหวแค่เพียง 1 ปีเท่านั้นก็ตกรุ่นแล้ว แต่สำหรับพี่ไม่ค่อยได้เล่นเกมส์อยู่แล้วเลยคิดว่าในราคาใกล้เท่ากัน ซื้อ notebook ดีกว่า ไม่รุจะตัดสินใจให้ยังไงหวะ เอา notebook ได้ความสะดวกแต่รำคาญเล็กๆกับความอืด เอา PC ได้ความแรงใช้สบายใจแต่แบกไปไหนไม่ค่อยได้ แต่ไม่ว่าจะใช้อะไรพี่ก็เห็นรุ่นพี่เค้าจบกันทั้งนั้น โชคดี
ปล.ตอนนี้แอบเซร็ง notebook ไม่คิดว่าวันนึงต้อง process ภาพละ10เม็กเป็นร้อยๆภาพ - -
-
รู้สึกอยากได้ pc --"
-
รู้สึกอยากได้ pc --"
notebook แกก็ใช้คุ้มนิ เอา PC ไว้ทามรายๆ
-
ขี้เกียจแบก --"
-
พี่ว่ามีก็ดีนะ จะได้ไว้ออกกำลังกาย
กล้ามเป็นมัดๆ
เป็นข้อๆ
อิอิ :43:
ผมสงสัยว่า มาเรียนที่นี่เนี่ย จำเป็นจะต้องมีLaptop หรือเปล่าครับ
คือ ผมจะประกอบเครื่องใหม่อยู่แล้วอ่ะครับ ทีนี้ไปเดินเช็คราคาของที่พันธุ์ทิพย์ นี้เห็นว่ามีพวกLaptop ลดราคาอยู่น่ะครับ
ผมก็เลยสงสัยว่าจำเป็นต้องมีLaptopมั้ย -- เพราะว่าทีแรกตั้งใจว่าจะประกอบPC ขึ้นมาแรงหน่อย(เผื่อเล่นเกมด้วย :42:) ประมาณ2หมืนกว่าๆ(เกือบ 3 แต่ยังไม่ถึง) น่ะครับ แล้วในราคาที่ผมจะต้องเสียเนี่ยถ้าเพิ่มเงินอีกหน่อย พอจะซื้อLaptopได้ แต่สเปคมันก็อ่อนลงมาพอดูเลยน่ะครับ .. ก็ในเมื่อไหนๆก็จะซื้ออยู่แล้วเลยมาถามความเห็นของพี่ๆ น่ะครับ ว่าจำเป็นจะต้องมีLaptopไว้มั้ยน่ะครับ หรือว่าไม่ได้จำเป็นอะไรมากมาย
ก็เลยยังตัดสินใจไม่ถูกน่ะครับ
ขอขอบคุณไว้ล่วงหน้าครับ
ถ้าเอามาเล่นเกมส์ แนะนำซื้อ PC ไปเลยดีกว่าครับ ประสิทธิภาพสูงกว่าด้วย
Alienware ไปเลย
อย่างแรงๆ
http://www.alienware.com (http://www.alienware.com)
เอาไปดูเล่นๆ
-
ความจำเป็นขึ้นอยู่กับตัวบุคคลค่ะ แต่พี่ก็เป็นหนึ่งในบุคคลที่หา PC แรงๆก่อน...แล้วก็ทนไม่ได้จนต้องหา Notebook (ที่หนักเกือบ 5 กิโล) เล่นเอาไหล่พี่ช้ำเป็นจ้ำๆเป็นประจำ
จะมี Notebook ก็ค่อนข้างสบาย... ถ้ารู้จักใช้ แล้วก็ใช้ให้ถูกที่ถูกเวลานะคะ
อย่างพี่เองก็ไม่ได้แบก Notebook ไปคณะทุกวัน ถ้าไม่ได้ใช้ก็จะไม่เอาไปค่ะ
ถ้าเข้ามาอยู่ในตารางเรียนแล้วน้องก็น่าจะเข้าใจที่จะหาอุปกรณ์มาใช้งานได้สอดคล้องกับตนเอง
แต่ก็อยากจะเตือนไว้ว่าถ้ามี Notebook เราก็ต้องอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ไม่สามารถควบคุมได้
ดังนั้นผู้ใช้งานควรจะมีทักษะในการป้องกันภัยให้กับ Notebook ตนเองในระดับหนึ่งนะคะ
แต่สำหรับพี่นะ Notebook ดีตรงที่ช่วยพี่ประหยัดค่าไฟหอไปได้เดือนละหลายร้อยบาท
ถ้ามีเงินทุนพอสมควร..พี่ก็แนะนำ Notebook ที่มีประสิทธิภาพสูงๆหน่อย...
อย่าลืมว่าน้องจะต้องใช้มันไปอีก 4 ปีนะคะ...
ถ้าอยู่หอก็ประหยัดค่าไฟไปได้อีกพอสมควรและก็ได้ อิสระ ในการทำงานอีกพอสมควรนะคะ
สุดท้ายก็ขอตอบในฐานะของพี่ปี 4 ว่า... พี่เห็นเพื่อนๆซื้อ Notebook กันเกือบทุกคน
อย่างน้อยก็เกือบทุกคนที่มองหา Notebook นั่นแหละ... ก็เลยไม่รู้ว่าตกลง Notebook เนี่ยะจำเป็นรึเปล่า
-
เกรียนเป็นหลักแนะนำ Desktop
งานเป็นหลักแนะนำ Notebook
ป.ล. จริง ๆ Desktop, Notebook คือ PC ทั้งคู่ครับ
-
ถ้าซื้อเบาๆ 1.5 กิโลแบบของพี่ที่ใช้อยู่ก็จะได้ spec เบาๆอะนะ
-
พี่ว่ามีก็ดีนะ จะได้ไว้ออกกำลังกาย
กล้ามเป็นมัดๆ
เป็นข้อๆ
อิอิ :43:
ผมสงสัยว่า มาเรียนที่นี่เนี่ย จำเป็นจะต้องมีLaptop หรือเปล่าครับ
คือ ผมจะประกอบเครื่องใหม่อยู่แล้วอ่ะครับ ทีนี้ไปเดินเช็คราคาของที่พันธุ์ทิพย์ นี้เห็นว่ามีพวกLaptop ลดราคาอยู่น่ะครับ
ผมก็เลยสงสัยว่าจำเป็นต้องมีLaptopมั้ย -- เพราะว่าทีแรกตั้งใจว่าจะประกอบPC ขึ้นมาแรงหน่อย(เผื่อเล่นเกมด้วย :42:) ประมาณ2หมืนกว่าๆ(เกือบ 3 แต่ยังไม่ถึง) น่ะครับ แล้วในราคาที่ผมจะต้องเสียเนี่ยถ้าเพิ่มเงินอีกหน่อย พอจะซื้อLaptopได้ แต่สเปคมันก็อ่อนลงมาพอดูเลยน่ะครับ .. ก็ในเมื่อไหนๆก็จะซื้ออยู่แล้วเลยมาถามความเห็นของพี่ๆ น่ะครับ ว่าจำเป็นจะต้องมีLaptopไว้มั้ยน่ะครับ หรือว่าไม่ได้จำเป็นอะไรมากมาย
ก็เลยยังตัดสินใจไม่ถูกน่ะครับ
ขอขอบคุณไว้ล่วงหน้าครับ
ถ้าเอามาเล่นเกมส์ แนะนำซื้อ PC ไปเลยดีกว่าครับ ประสิทธิภาพสูงกว่าด้วย
Alienware ไปเลย
อย่างแรงๆ
[url]http://www.alienware.com[/url] ([url]http://www.alienware.com[/url])
เอาไปดูเล่นๆ
คงได้แต่ดูเล่นๆอ่ะครับ -*-
-
Notebook เลือกดีๆนะครับ หลายๆคน ซื้อมาแล้วก็บ่นๆๆ อยากได้นั่น อยากได้นี่ อิอิ
ยังไงก็อยู่ที่ตัวน้องเองหล่ะครับ ว่าจำเป็นสำหรับ Notebook มากขนาดใหน คนที่
เรียนจบที่นี่ได้โดยไม่ต้องใช้ Notebook ก็เยอะ คนที่ซื้อ Notebook มาไว้เล่นเกมส์ก็แยะ
:43: :43: ยังไงก็คิดให้ดีหล่ะครับ คิดถึงการใช้งานทั้งสี่ปีไปเลย
ปล.เครื่องพี่ก็ไม่แรง แต่ก็ process ภาพละ10เม็กเป็นร้อยๆภาพ สบายๆ ไม่ต้องบ่นเหมือนข้างบน อิอิ
เปิด HDTV 1080p ไม่กระตุก อิอิ เปิดทิ้งเป็นเดือนก็ไม่ช้า ทำงานก็ไม่มี Blue Screen of Dead ไม่ตุกติก
ไม่โวยวาย พร้อมใช้งานทุกเมื่อ แถมสีสวยไม่เพี้ยนอีกตักห่าก :33: :33:
-
ปล.เครื่องพี่ก็ไม่แรง แต่ก็ process ภาพละ10เม็กเป็นร้อยๆภาพ สบายๆ ไม่ต้องบ่นเหมือนข้างบน อิอิ
เปิด HDTV 1080p ไม่กระตุก อิอิ เปิดทิ้งเป็นเดือนก็ไม่ช้า ทำงานก็ไม่มี Blue Screen of Dead ไม่ตุกติก
ไม่โวยวาย พร้อมใช้งานทุกเมื่อ แถมสีสวยไม่เพี้ยนอีกตักห่าก :33: :33:
อารายๆ โปรโมทซะ ก็ซื้อมาก่อนนิหน่า spec ก็ห่วยเป็นธรรมดา
-
Notebook เลือกดีๆนะครับ หลายๆคน ซื้อมาแล้วก็บ่นๆๆ อยากได้นั่น อยากได้นี่ อิอิ
ยังไงก็อยู่ที่ตัวน้องเองหล่ะครับ ว่าจำเป็นสำหรับ Notebook มากขนาดใหน คนที่
เรียนจบที่นี่ได้โดยไม่ต้องใช้ Notebook ก็เยอะ คนที่ซื้อ Notebook มาไว้เล่นเกมส์ก็แยะ
:43: :43: ยังไงก็คิดให้ดีหล่ะครับ คิดถึงการใช้งานทั้งสี่ปีไปเลย
ปล.เครื่องพี่ก็ไม่แรง แต่ก็ process ภาพละ10เม็กเป็นร้อยๆภาพ สบายๆ ไม่ต้องบ่นเหมือนข้างบน อิอิ
เปิด HDTV 1080p ไม่กระตุก อิอิ เปิดทิ้งเป็นเดือนก็ไม่ช้า ทำงานก็ไม่มี Blue Screen of Dead ไม่ตุกติก
ไม่โวยวาย พร้อมใช้งานทุกเมื่อ แถมสีสวยไม่เพี้ยนอีกตักห่าก :33: :33:
ดีจังเลยค่ะ
ของพี่ใช้ยี่ห้อไร สเปคไรหรอคะ
ราคาเท่าไหร่ น้ำหนักเท่าไหร่
อยากได้บ้าง ค่ะ
-
Notebook เลือกดีๆนะครับ หลายๆคน ซื้อมาแล้วก็บ่นๆๆ อยากได้นั่น อยากได้นี่ อิอิ
ยังไงก็อยู่ที่ตัวน้องเองหล่ะครับ ว่าจำเป็นสำหรับ Notebook มากขนาดใหน คนที่
เรียนจบที่นี่ได้โดยไม่ต้องใช้ Notebook ก็เยอะ คนที่ซื้อ Notebook มาไว้เล่นเกมส์ก็แยะ
:43: :43: ยังไงก็คิดให้ดีหล่ะครับ คิดถึงการใช้งานทั้งสี่ปีไปเลย
ปล.เครื่องพี่ก็ไม่แรง แต่ก็ process ภาพละ10เม็กเป็นร้อยๆภาพ สบายๆ ไม่ต้องบ่นเหมือนข้างบน อิอิ
เปิด HDTV 1080p ไม่กระตุก อิอิ เปิดทิ้งเป็นเดือนก็ไม่ช้า ทำงานก็ไม่มี Blue Screen of Dead ไม่ตุกติก
ไม่โวยวาย พร้อมใช้งานทุกเมื่อ แถมสีสวยไม่เพี้ยนอีกตักห่าก :33: :33:
ดีจังเลยค่ะ
ของพี่ใช้ยี่ห้อไร สเปคไรหรอคะ
ราคาเท่าไหร่ น้ำหนักเท่าไหร่
อยากได้บ้าง ค่ะ
เลือกรุ่นได้ตามชอบเลยจ๊ะ พี่ใช้ยี่ห้อนี้แหละ
http://store.apple.com/1-800-MY-APPLE/WebObjects/AppleStore (http://store.apple.com/1-800-MY-APPLE/WebObjects/AppleStore)
-
ทำไม alienware มันไม่ขายในไทย
สั่งนอกมันจะประกันถึงไทยมั้ยครับเพ่
-
ทำไม alienware มันไม่ขายในไทย
สั่งนอกมันจะประกันถึงไทยมั้ยครับเพ่
พี่่ว่าที่ไม่มีขายในไทยเพราะว่าในเรื่องราคาของเครื่องค่อนข้างสูง ทำให้ ดีลเลอร์ ต่างๆไม่กล้านำเข้ามานะครับ
น้องต้องดูนะครับว่าเป็นประกันแบบทั่วโลกหรอเปล่านะครับ
ส่วนตัวพี่ใช้ IBM THINKPAD ประกันทั่วโลกสามปี ครับ
ความเห็นของพี่ NB ที่พี่ใช้อยู่พี่คิดว่าดีมากๆเลยรู้สึกใช้แล้วคุ้มค่ามาก บริการดีมากๆ รวดเร็วทันใจ
คุณภาพเครื่องดี(ทน,อึด)
ศูนย์บริการที่พี่ส่งซ๋อมใช้เวลาซ่อม นานสุด 15 ขั่วโมงครับ ส่งที่ ศูนย์ใหญ่ IBM ครับ
ไม่ได้มาโปรโมทนะครับ แค่่ เล่าสู่กันฟัง...
-
ผมสงสัยว่า มาเรียนที่นี่เนี่ย จำเป็นจะต้องมีLaptop หรือเปล่าครับ
คือ ผมจะประกอบเครื่องใหม่อยู่แล้วอ่ะครับ ทีนี้ไปเดินเช็คราคาของที่พันธุ์ทิพย์ นี้เห็นว่ามีพวกLaptop ลดราคาอยู่น่ะครับ
ผมก็เลยสงสัยว่าจำเป็นต้องมีLaptopมั้ย -- เพราะว่าทีแรกตั้งใจว่าจะประกอบPC ขึ้นมาแรงหน่อย(เผื่อเล่นเกมด้วย :42:) ประมาณ2หมืนกว่าๆ(เกือบ 3 แต่ยังไม่ถึง) น่ะครับ แล้วในราคาที่ผมจะต้องเสียเนี่ยถ้าเพิ่มเงินอีกหน่อย พอจะซื้อLaptopได้ แต่สเปคมันก็อ่อนลงมาพอดูเลยน่ะครับ .. ก็ในเมื่อไหนๆก็จะซื้ออยู่แล้วเลยมาถามความเห็นของพี่ๆ น่ะครับ ว่าจำเป็นจะต้องมีLaptopไว้มั้ยน่ะครับ หรือว่าไม่ได้จำเป็นอะไรมากมาย
ก็เลยยังตัดสินใจไม่ถูกน่ะครับ
ขอขอบคุณไว้ล่วงหน้าครับ
มาเรียนที่นี่พี่ว่า ถ้ามี Laptop ไว้ใช้คล่องตัวในการทำงานมากว่ามีเครื่องที่เป็น Desktop นะครับ ทำให้สามารถพกพาไปไหนมาไหนได้ ทำให้สามารถทำงาน ให้ความบันเทิง นอกสถานที่ได้นะครับ
ขึ้นอยู่กับว่าน้อง ชอบที่จะคล่องตัวใน การทำงาน,ให้ความบันเทิง ทั้งในและนอกสถานที่หรอเปล่านะครับ ในส่วนตัวพี่นั้น ก็ใช้ Notebook นะครับ
-
เออ เครื่อง mac กับเครื่อง ทั่วไป อยู่ที่น้องจะเลือกนะคับ ต่างมีข้อดีข้อเสีย มาพูดกันไว้ก่อนเด๋วตีกัน เหอๆ
-
เออ เครื่อง mac กับเครื่อง ทั่วไป อยู่ที่น้องจะเลือกนะคับ ต่างมีข้อดีข้อเสีย มาพูดกันไว้ก่อนเด๋วตีกัน เหอๆ
.....Note เจอกันหลังไมค์ 5555
-
เปิดศึก :56:
Mac VS PC
-
เออ เครื่อง mac กับเครื่อง ทั่วไป อยู่ที่น้องจะเลือกนะคับ ต่างมีข้อดีข้อเสีย มาพูดกันไว้ก่อนเด๋วตีกัน เหอๆ
ใหนบอกข้อเสียๆๆๆ มาๆ :62: :62: เอาให้ถูกนะ ไม่ถูกหล่ะ :03: :03:
-
เออ เครื่อง mac กับเครื่อง ทั่วไป อยู่ที่น้องจะเลือกนะคับ ต่างมีข้อดีข้อเสีย มาพูดกันไว้ก่อนเด๋วตีกัน เหอๆ
ใหนบอกข้อเสียๆๆๆ มาๆ :62: :62: เอาให้ถูกนะ ไม่ถูกหล่ะ :03: :03:
ใจร่มๆ
-
แล้วแต่ความจำเป้นครับ ผมเองต้องใช้งานต่างสถานที่ค่อนข้างเยอะ(เยอะมาก) ถ้าถามผมมว่า "laptop จำเป้นมั๊ยสำหรับผม" ตอบว่า"จำเป็นมากครับ" ถึงกับขาดไม่ได้เลย เพราะว่าต้องเอามา "ทำงาน"
เพราะฉะนั้นคำตอบของน้องมีอยู่ในใจอยู่แล้วว่ามัน "จำเป็นสำหรับงานของน้องมากแค่ไหน"
-
จำเป็นรึป่าว ... ก็พี่ซื้อตอนที่อยู่ปีสี่ เพราะว่าเครื่องที่คณะให้ทำงานมีประสิทธิภาพไม่พอกับการใช้งานของพี่ พี่ไม่สามารถลงโปรแกรมที่จะใช้ร่วมกับโปรเจคของพี่ได้ แต่ว่าปีก่อน ๆ ทำงานตามที่อาจารย์สั่ง อาจารย์ก็จะเตรียมโปรแกรมที่จำเป็นใช้ในเครื่องของคณะอยู่แล้ว นั่นก็แล้วแต่ค่ะ แนะนำว่า เรียนไปเรื่อย ๆ ก่อนแล้วจะรู้เองว่าเมื่อไรจำเป็น
-
ตามประสบการณ์ของพี่ แนะนำให้เข้ามาเรียนก่อนครับ แล้วจะรู้เองว่าจำเป็นหรือไม่ ไม่จำเป็นต้องรีบร้อนครับ
-
เออ เครื่อง mac กับเครื่อง ทั่วไป อยู่ที่น้องจะเลือกนะคับ ต่างมีข้อดีข้อเสีย มาพูดกันไว้ก่อนเด๋วตีกัน เหอๆ
ใหนบอกข้อเสียๆๆๆ มาๆ :62: :62: เอาให้ถูกนะ ไม่ถูกหล่ะ :03: :03:
อุปกรณ์เสริมแพงง๊าบ
สีขาวเลอะง่าย เก่าเร็วง๊าบ
-
เออ เครื่อง mac กับเครื่อง ทั่วไป อยู่ที่น้องจะเลือกนะคับ ต่างมีข้อดีข้อเสีย มาพูดกันไว้ก่อนเด๋วตีกัน เหอๆ
ใหนบอกข้อเสียๆๆๆ มาๆ :62: :62: เอาให้ถูกนะ ไม่ถูกหล่ะ :03: :03:
อุปกรณ์เสริมแพงง๊าบ
สีขาวเลอะง่าย เก่าเร็วง๊าบ
อุปกรณ์เสริมอะไรอ่า... ยังไม่เห็นจะได้ซื้อสักชิ้นเลย Mouse ก็ธรรมดาๆ จะใช้ของอะไรก็ได้ไม่จำเป็นต้อง Apple เสมอไปสักหน่อย Notebook อื่นเวลาจะ Present งาน ถ้าเอาแบบโปรๆ ก็ต้องหาซื้อรีโมทสำหรับ Present งานอันนึงก็อยู่ที่พันต้นๆ แต่ Macbook ไม่ต้องซะหน่อย Apple Remote ก็แถมมากับเครื่องเลยนะเออ....
ส่วนถ้าสีขาวเลอะง่ายอ่ะจริง แต่เลอะแล้วก็เช็ดออกได้ด้วยสเตคลีนธรรมดาเนี่ยะแหละ แล้วก็ไม่ได้เก่าเร็วสักหน่อย เพราะถ้าจะดูเก่าตอนนี้ก็มี สติ๊กเกอร์สามารถหาซื้อมาแปะปกปิดเครื่องได้แล้วด้วย... แต่ถ้าจะเอาแนวมากๆก็แนะนำให้ทำเองเลย หุหุ
Spec เครื่องที่ได้จาก Apple กว่าจะตกรุ่นก็อีกนาน จะเอาไปเทียบกับ Notebook ก็ไม่ได้หรอก เพราะบางทีก็เอา CPU ตัวตกรุ่นมาลดราคา... ถ้าสั่ง Notebook ใน spec ที่พอๆกับ Macbook ก็จะราคาประมาณกันนั่นแหละ
แต่!! อย่าลืมว่า Apple แถม OS ที่ถูกลิขสิทธิ์มาให้กับทุกเครื่องตามราคาที่ซื้อนะคะ ถ้า Notebook + Windows ถูกลิขสิทธิ์... ราคาก็คงหนีไม่พ้นกันสักเท่าไร
-
พูดเล่น ๆ มาเป็นชุดเลยเว้ย
แต่เรื่องสีขาวเก่าเร็วนี่ เอามาแข่งกะสีดำม๊า เหอ ๆ ผ่านไปสี่ปียังดูไม่เก่าเลย (หรือมันดูเก่าตั้งแต่ซื้อแล้วหว่า)
-
พูดเล่น ๆ มาเป็นชุดเลยเว้ย
แต่เรื่องสีขาวเก่าเร็วนี่ เอามาแข่งกะสีดำม๊า เหอ ๆ ผ่านไปสี่ปียังดูไม่เก่าเลย (หรือมันดูเก่าตั้งแต่ซื้อแล้วหว่า)
ถูกต้องนะคร้าบบบ
-
อยากได้คอมใหม่บางๆ ไว้ตั้งในห้องนอนจะได้เป็นส่วนตัวในการศึกษา ^o^
-
อยากได้คอมใหม่บางๆ ไว้ตั้งในห้องนอนจะได้เป็นส่วนตัวในการศึกษา ^o^
เอามีดฝานเอาเลย ถูกดี
-
อยากได้คอมใหม่บางๆ ไว้ตั้งในห้องนอนจะได้เป็นส่วนตัวในการศึกษา ^o^
ศึกษาไรฟระ
ในห้องนอนอ่ะ ==
-
อยากได้คอมใหม่บางๆ ไว้ตั้งในห้องนอนจะได้เป็นส่วนตัวในการศึกษา ^o^
ไม่ต้องใส่ Case สิครับ บางดี มีแค่ Mainboard กะการ์ดทั้งหลายเสียบโล่ง ๆ อาจจะมี Power supply อะนะ ที่จะหนาหน่อย
-
อยากได้คอมใหม่บางๆ ไว้ตั้งในห้องนอนจะได้เป็นส่วนตัวในการศึกษา ^o^
ไม่ต้องใส่ Case สิครับ บางดี มีแค่ Mainboard กะการ์ดทั้งหลายเสียบโล่ง ๆ อาจจะมี Power supply อะนะ ที่จะหนาหน่อย
เวลาเล่นก็จะสนุกสนาน
มีการช็อตนิดๆหน่อยๆ เพื่อความเมามันส์
เร้าอารมณ์ผู้ใช้ได้เปนอย่างดี :56: :56: :56:
-
เออ เครื่อง mac กับเครื่อง ทั่วไป อยู่ที่น้องจะเลือกนะคับ ต่างมีข้อดีข้อเสีย มาพูดกันไว้ก่อนเด๋วตีกัน เหอๆ
ใหนบอกข้อเสียๆๆๆ มาๆ :62: :62: เอาให้ถูกนะ ไม่ถูกหล่ะ :03: :03:
อุปกรณ์เสริมแพงง๊าบ
สีขาวเลอะง่าย เก่าเร็วง๊าบ
อุปกรณ์เสริมอะไรอ่า... ยังไม่เห็นจะได้ซื้อสักชิ้นเลย Mouse ก็ธรรมดาๆ จะใช้ของอะไรก็ได้ไม่จำเป็นต้อง Apple เสมอไปสักหน่อย Notebook อื่นเวลาจะ Present งาน ถ้าเอาแบบโปรๆ ก็ต้องหาซื้อรีโมทสำหรับ Present งานอันนึงก็อยู่ที่พันต้นๆ แต่ Macbook ไม่ต้องซะหน่อย Apple Remote ก็แถมมากับเครื่องเลยนะเออ....
ส่วนถ้าสีขาวเลอะง่ายอ่ะจริง แต่เลอะแล้วก็เช็ดออกได้ด้วยสเตคลีนธรรมดาเนี่ยะแหละ แล้วก็ไม่ได้เก่าเร็วสักหน่อย เพราะถ้าจะดูเก่าตอนนี้ก็มี สติ๊กเกอร์สามารถหาซื้อมาแปะปกปิดเครื่องได้แล้วด้วย... แต่ถ้าจะเอาแนวมากๆก็แนะนำให้ทำเองเลย หุหุ
Spec เครื่องที่ได้จาก Apple กว่าจะตกรุ่นก็อีกนาน จะเอาไปเทียบกับ Notebook ก็ไม่ได้หรอก เพราะบางทีก็เอา CPU ตัวตกรุ่นมาลดราคา... ถ้าสั่ง Notebook ใน spec ที่พอๆกับ Macbook ก็จะราคาประมาณกันนั่นแหละ
แต่!! อย่าลืมว่า Apple แถม OS ที่ถูกลิขสิทธิ์มาให้กับทุกเครื่องตามราคาที่ซื้อนะคะ ถ้า Notebook + Windows ถูกลิขสิทธิ์... ราคาก็คงหนีไม่พ้นกันสักเท่าไร
ส่วน Remote ใช้ืมือถือแทนได้....ไม่ต้องพกเยอะแยะ
จะสีขาวหรอสีอื่นๆ มันก็ใช้งานได้เหมือนกันแหละ
ได้ข่าวว่า หัวปลั๊ก ตัวติ๊ดเดียว 500 นิน่า...
Spec เนีย ตกรุ่นหรอไม่ตกรุ่น มันอยู่ที่ว่าจะมีรุ่นที่ใหม่กว่ามาแทนเร็วหรอช้าเท่านั้นนะครับ
OS เนีย Apple ไม่ได้ Dev เองทั้งหมดนิน่า เอา Core Unix (ฟรี)มาใช้นิ แต่ Windows Dev เองนิ...
เล่าสู่กันฟัง .... พี่ เบิร์ด
-
อยากได้คอมใหม่บางๆ ไว้ตั้งในห้องนอนจะได้เป็นส่วนตัวในการศึกษา ^o^
ไม่ต้องใส่ Case สิครับ บางดี มีแค่ Mainboard กะการ์ดทั้งหลายเสียบโล่ง ๆ อาจจะมี Power supply อะนะ ที่จะหนาหน่อย
Eeepc คือคำตอบครับ บาง เล็ก ถูก
-
จำเป็นรึป่าว ... ก็พี่ซื้อตอนที่อยู่ปีสี่ เพราะว่าเครื่องที่คณะให้ทำงานมีประสิทธิภาพไม่พอกับการใช้งานของพี่ พี่ไม่สามารถลงโปรแกรมที่จะใช้ร่วมกับโปรเจคของพี่ได้ แต่ว่าปีก่อน ๆ ทำงานตามที่อาจารย์สั่ง อาจารย์ก็จะเตรียมโปรแกรมที่จำเป็นใช้ในเครื่องของคณะอยู่แล้ว นั่นก็แล้วแต่ค่ะ แนะนำว่า เรียนไปเรื่อย ๆ ก่อนแล้วจะรู้เองว่าเมื่อไรจำเป็น
งกอ่ะ....5555 ล้อเล่นๆนะ
-
พูดเล่น ๆ มาเป็นชุดเลยเว้ย
แต่เรื่องสีขาวเก่าเร็วนี่ เอามาแข่งกะสีดำม๊า เหอ ๆ ผ่านไปสี่ปียังดูไม่เก่าเลย (หรือมันดูเก่าตั้งแต่ซื้อแล้วหว่า)
สีดำ คลาสสิค สีขาว สุภาพ
-
คุยกับพี่คอยมากเริ่มจะชอบแอปเปิล 5555+
ปล.มันออสโมซิส
-
คุยกับพี่คอยมากเริ่มจะชอบแอปเปิล 5555+
ปล.มันออสโมซิส
แต่พี่ไม่เป็นนะ 5555
-
อยากได้คอมใหม่บางๆ ไว้ตั้งในห้องนอนจะได้เป็นส่วนตัวในการศึกษา ^o^
ไม่ต้องใส่ Case สิครับ บางดี มีแค่ Mainboard กะการ์ดทั้งหลายเสียบโล่ง ๆ อาจจะมี Power supply อะนะ ที่จะหนาหน่อย
Eeepc คือคำตอบครับ บาง เล็ก ถูก
ไม่เหมาะกะการใช้งานพัฒนาซอฟแวร์นี่นา เพราะแค่ Netbeans ก็ใช้ memปาไป 200 M แล้ว เหอ ๆ
-
เออ เครื่อง mac กับเครื่อง ทั่วไป อยู่ที่น้องจะเลือกนะคับ ต่างมีข้อดีข้อเสีย มาพูดกันไว้ก่อนเด๋วตีกัน เหอๆ
ใหนบอกข้อเสียๆๆๆ มาๆ :62: :62: เอาให้ถูกนะ ไม่ถูกหล่ะ :03: :03:
อุปกรณ์เสริมแพงง๊าบ
สีขาวเลอะง่าย เก่าเร็วง๊าบ
อุปกรณ์เสริมอะไรอ่า... ยังไม่เห็นจะได้ซื้อสักชิ้นเลย Mouse ก็ธรรมดาๆ จะใช้ของอะไรก็ได้ไม่จำเป็นต้อง Apple เสมอไปสักหน่อย Notebook อื่นเวลาจะ Present งาน ถ้าเอาแบบโปรๆ ก็ต้องหาซื้อรีโมทสำหรับ Present งานอันนึงก็อยู่ที่พันต้นๆ แต่ Macbook ไม่ต้องซะหน่อย Apple Remote ก็แถมมากับเครื่องเลยนะเออ....
ส่วนถ้าสีขาวเลอะง่ายอ่ะจริง แต่เลอะแล้วก็เช็ดออกได้ด้วยสเตคลีนธรรมดาเนี่ยะแหละ แล้วก็ไม่ได้เก่าเร็วสักหน่อย เพราะถ้าจะดูเก่าตอนนี้ก็มี สติ๊กเกอร์สามารถหาซื้อมาแปะปกปิดเครื่องได้แล้วด้วย... แต่ถ้าจะเอาแนวมากๆก็แนะนำให้ทำเองเลย หุหุ
Spec เครื่องที่ได้จาก Apple กว่าจะตกรุ่นก็อีกนาน จะเอาไปเทียบกับ Notebook ก็ไม่ได้หรอก เพราะบางทีก็เอา CPU ตัวตกรุ่นมาลดราคา... ถ้าสั่ง Notebook ใน spec ที่พอๆกับ Macbook ก็จะราคาประมาณกันนั่นแหละ
แต่!! อย่าลืมว่า Apple แถม OS ที่ถูกลิขสิทธิ์มาให้กับทุกเครื่องตามราคาที่ซื้อนะคะ ถ้า Notebook + Windows ถูกลิขสิทธิ์... ราคาก็คงหนีไม่พ้นกันสักเท่าไร
ส่วน Remote ใช้ืมือถือแทนได้....ไม่ต้องพกเยอะแยะ
จะสีขาวหรอสีอื่นๆ มันก็ใช้งานได้เหมือนกันแหละ
ได้ข่าวว่า หัวปลั๊ก ตัวติ๊ดเดียว 500 นิน่า...
Spec เนีย ตกรุ่นหรอไม่ตกรุ่น มันอยู่ที่ว่าจะมีรุ่นที่ใหม่กว่ามาแทนเร็วหรอช้าเท่านั้นนะครับ
OS เนีย Apple ไม่ได้ Dev เองทั้งหมดนิน่า เอา Core Unix (ฟรี)มาใช้นิ แต่ Windows Dev เองนิ...
เล่าสู่กันฟัง .... พี่ เบิร์ด
- OS X ก็ Sync กะมือถือได้สบายๆ โดยไม่ต้องใช้ Driver ขอเพียงมี Bluetooth แค่นั้นเอง แต่แปลกที่ว่า
มือถือที่ Sync ได้ง่ายกว่ายื่ห้ออื่นคือ Sony Ericson
- ที่ใช้สีขาว พอดีมีผลกับ Interior Design จะใช้สีดำก็กะไร
- หัวปลั๊ก ก็ติดกาวเอาจิ จะซื้อทำไม (Apple Technician แนะนำมา)
- เรื่อง OS นี่ต้องไปดูหนังเรื่อง......(นึกไม่ออก ที่เป็นชีวประวัติของ Steve Jobs กับ Bill Gates อ่ะ)
-
เออ เครื่อง mac กับเครื่อง ทั่วไป อยู่ที่น้องจะเลือกนะคับ ต่างมีข้อดีข้อเสีย มาพูดกันไว้ก่อนเด๋วตีกัน เหอๆ
ใหนบอกข้อเสียๆๆๆ มาๆ :62: :62: เอาให้ถูกนะ ไม่ถูกหล่ะ :03: :03:
อุปกรณ์เสริมแพงง๊าบ
สีขาวเลอะง่าย เก่าเร็วง๊าบ
อุปกรณ์เสริมอะไรอ่า... ยังไม่เห็นจะได้ซื้อสักชิ้นเลย Mouse ก็ธรรมดาๆ จะใช้ของอะไรก็ได้ไม่จำเป็นต้อง Apple เสมอไปสักหน่อย Notebook อื่นเวลาจะ Present งาน ถ้าเอาแบบโปรๆ ก็ต้องหาซื้อรีโมทสำหรับ Present งานอันนึงก็อยู่ที่พันต้นๆ แต่ Macbook ไม่ต้องซะหน่อย Apple Remote ก็แถมมากับเครื่องเลยนะเออ....
ส่วนถ้าสีขาวเลอะง่ายอ่ะจริง แต่เลอะแล้วก็เช็ดออกได้ด้วยสเตคลีนธรรมดาเนี่ยะแหละ แล้วก็ไม่ได้เก่าเร็วสักหน่อย เพราะถ้าจะดูเก่าตอนนี้ก็มี สติ๊กเกอร์สามารถหาซื้อมาแปะปกปิดเครื่องได้แล้วด้วย... แต่ถ้าจะเอาแนวมากๆก็แนะนำให้ทำเองเลย หุหุ
Spec เครื่องที่ได้จาก Apple กว่าจะตกรุ่นก็อีกนาน จะเอาไปเทียบกับ Notebook ก็ไม่ได้หรอก เพราะบางทีก็เอา CPU ตัวตกรุ่นมาลดราคา... ถ้าสั่ง Notebook ใน spec ที่พอๆกับ Macbook ก็จะราคาประมาณกันนั่นแหละ
แต่!! อย่าลืมว่า Apple แถม OS ที่ถูกลิขสิทธิ์มาให้กับทุกเครื่องตามราคาที่ซื้อนะคะ ถ้า Notebook + Windows ถูกลิขสิทธิ์... ราคาก็คงหนีไม่พ้นกันสักเท่าไร
ส่วน Remote ใช้ืมือถือแทนได้....ไม่ต้องพกเยอะแยะ
จะสีขาวหรอสีอื่นๆ มันก็ใช้งานได้เหมือนกันแหละ
ได้ข่าวว่า หัวปลั๊ก ตัวติ๊ดเดียว 500 นิน่า...
Spec เนีย ตกรุ่นหรอไม่ตกรุ่น มันอยู่ที่ว่าจะมีรุ่นที่ใหม่กว่ามาแทนเร็วหรอช้าเท่านั้นนะครับ
OS เนีย Apple ไม่ได้ Dev เองทั้งหมดนิน่า เอา Core Unix (ฟรี)มาใช้นิ แต่ Windows Dev เองนิ...
เล่าสู่กันฟัง .... พี่ เบิร์ด
- OS X ก็ Sync กะมือถือได้สบายๆ โดยไม่ต้องใช้ Driver ขอเพียงมี Bluetooth แค่นั้นเอง แต่แปลกที่ว่า
มือถือที่ Sync ได้ง่ายกว่ายื่ห้ออื่นคือ Sony Ericson
- ที่ใช้สีขาว พอดีมีผลกับ Interior Design จะใช้สีดำก็กะไร
- หัวปลั๊ก ก็ติดกาวเอาจิ จะซื้อทำไม (Apple Technician แนะนำมา)
- เรื่อง OS นี่ต้องไปดูหนังเรื่อง......(นึกไม่ออก ที่เป็นชีวประวัติของ Steve Jobs กับ Bill Gates อ่ะ)
Mac Mac Mac Mac !!!
เพราะชื่อเดียวกับผม 55555+ ...ไม่เกี่ยว -*-
-
อยากได้ MacBook มานานล่ะครับ กำลังรอที่จะไปเรียนอยู่เพื่อดูว่าจะเหมาะรึเปล่า :53:
-
OS เนีย Apple ไม่ได้ Dev เองทั้งหมดนิน่า เอา Core Unix (ฟรี)มาใช้นิ แต่ Windows Dev เองนิ...
^
ใครว่า Apple ไม่ได้ Dev เองคะ สมัยที่เอา Core Unix มาใช้เนี่ยะตั้งแต่สมัย Os 9 (Classic) แล้วค่ะ
ตอนนี้เป็น OS X ซึ่งเกือบทั้งหมด Apple dev เองแล้วค่า และถ้าอยากจะเขียนโปรแกรมใช้เองก็สามารถทำได้เลยจาก Xcode ที่แถมมาให้กับแผ่น OS
ไม่เหมือน Microsoft Windows ที่ต้องหาโปรแกรมพัฒนาเพิ่มเติม (ถึงแม้ว่าจะฟรี...ในเวอร์ชั่น Express) ก็ยังหา Download (ที่แสนจะหลุดง่าย) อยู่ดี
-
OS เนีย Apple ไม่ได้ Dev เองทั้งหมดนิน่า เอา Core Unix (ฟรี)มาใช้นิ แต่ Windows Dev เองนิ...
^
ใครว่า Apple ไม่ได้ Dev เองคะ สมัยที่เอา Core Unix มาใช้เนี่ยะตั้งแต่สมัย Os 9 (Classic) แล้วค่ะ
ตอนนี้เป็น OS X ซึ่งเกือบทั้งหมด Apple dev เองแล้วค่า และถ้าอยากจะเขียนโปรแกรมใช้เองก็สามารถทำได้เลยจาก Xcode ที่แถมมาให้กับแผ่น OS
ไม่เหมือน Microsoft Windows ที่ต้องหาโปรแกรมพัฒนาเพิ่มเติม (ถึงแม้ว่าจะฟรี...ในเวอร์ชั่น Express) ก็ยังหา Download (ที่แสนจะหลุดง่าย) อยู่ดี
http://www.apple.com/macosx/technology/unix.html
-
อยากได้ MacBook มานานล่ะครับ กำลังรอที่จะไปเรียนอยู่เพื่อดูว่าจะเหมาะรึเปล่า :53:
ลองดูรายละเอียดดีๆนะครับ ว่าชอบ แบบไหน ตรงที่ใจต้องการหรอเปล่า หรอว่าตรงกับที่เรียนหรอเปล่านะครับ
-
เสริมความรู้เกี่ยวกับเรื่อง Core ของ OS X ให้นะครับ เผื่อใครสับสน
ปัจจุบัน OS X เวอร์ชันล่าสุดที่ออกมามีชื่อว่า Leopard ซึ่งมีตัวเลขเมเจอร์เวอร์ชันเป็น 10.5 (ล่าสุดมีแพชต์ออกมาเป็นเวอร์ชัน 10.5.1 เรียบร้อยแล้ว) โดยที่ตัว Core ของ OS X คือระบบปฏิบัติการยูนิกซ์ที่มีชื่อว่า "Darwin" ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์ระบบปฏิบัติที่ทาง Apple ทำการเปิดเผยซอร์สโค้ดให้สามารถนำไปแก้ไขหรือพัฒนาต่อได้ด้วย (Open Source)
ประวัติของ Darwin นั้นเริ่มจากในปี 1997, Apple ได้ทำการซื้อบริษัท NeXT ซึ่งเป็นผู้พัฒนาระบบปฏิบัติการยูนิกซ์ที่มีชื่อว่า NEXTSTEP โดยหลังจากนั้นบริษัท Apple ก็ได้ประกาศบอกว่าจะใช้ "OPENSTEP" (ซึ่งเป็นชื่อใหม่ของระบบปฏิบัติการ "NEXTSTEP" หลังจากมาอยู่กับบริษัท Apple) มาเป็นฐานของระบบปฏิบัติในอนาคตต่อไปของ Apple
หลังจากนั้นบริษัท Apple จึงได้พัฒนา OPENSTEP และได้ประกาศโค้ดเนมใหม่ของระบบปฏิบัติการ โดยมีชื่อว่า "Rhapsody" ซึ่งภายหลังโค้ดหลักของ Rhapsody ได้ถูกแยก (forked) มาเป็นระบบปฏิบัติการ "Darwin" และในปี 1999 เวอร์ชันแรกของ Darwin (เวอร์ชัน 0.1) ได้ถูกใช้ใน Mac OS X Server 1.0 และถูกพัฒนาต่อมาจนกระทั่งเป็น MAC OS X ที่เราเห็นในปัจจุบันนั่นเอง
เกร็ดและสรุป
- NeXT คือบริษัทที่สร้างระบบปฏิบัติการยูนิกซ์ NEXTSTEP ซึ่งมีพื้นมาจาก Mach kernel และ BSD Unix
- Apple ซื้อบริษัท NeXT ไป ระบบปฏิบัติการ NEXTSTEP จึงถูกเปลี่ยนชื่อเป็น OPENSTEP
- Rhapsody คือชื่อโค้ดเนมที่ Apple เรียกในขณะที่ทำการพัฒนาระบบปฏิบัติการใหม่โดยนับตั้งแต่ซื้อบริษัท NeXT จนถึงตอนที่ทำการเปิดตัว MAC OS X ในปี 1998
- Darwin เป็นเพียงแค่โค้ดหลักส่วนหนึ่งของ Rhapsody เท่านั้น จริงๆ แล้ว Rhapsody ยังประกอบด้วยส่วนอื่นๆ อีกมากมาย เช่น ส่วนของ GUI และเทคโนโลยีของ Apple ในสมัยนั้นที่นำมาควบรวมกับระบบปฏิบัติการ เช่น QuickTime และ AppleSearch
- เคอร์เนลของ Darwin เป็นเคอร์เนลลูกผสม (hybrid kernel) ซึ่งรวมกันระหว่าง Mach 3 microkernel, องค์ประกอบต่างๆ ของ FreeBSD 5 และ object-oriented device driver API ที่มีชื่อว่า I/O Kit
- ปัจจุบัน Darwin เป็นระบบปฏิบัติการ Open Source ที่มีคนนำไปพัฒนาต่อหรือปรับแต่งจนกลายเป็นโปรเจคต่างๆ เช่น OpenDarwin (หยุดการพัฒนาแล้ว), MacPorts และ GNU-Darwin เป็นต้น
- บางคนสงสัยว่ามี OS X แล้ว OS IX, OS VIII, OS VII, ..... ไปไหน แล้วใช้ระบบปฏิบัติการอะไร คำตอบคือระบบปฏิบัติการของบริษัท Apple ถูกแยกออกเป็นสองกลุ่มใหญ่ๆ ได้แก่ "Classic" Mac OS ซึ่งมีเลขเวอร์ชันตั้งแต่ 1 จนถึง 9.2 ซึ่งเป็นเวอร์ชันสุดท้ายในปี 2002 และ Mac OS X ซึ่งมีเลขเวอร์ชันตั้งแต่ 10.0 ในปี 2000 จนถึงเวอร์ชัน 10.5.1 ในปัจจุบัน
ส่วนระบบปฏิบัติการของ Mac OS Classic ประกอบด้วยซอฟต์แวร์สองส่วนที่ Apple พัฒนาขึ้นมาเอง ได้แก่ "System" และ "Finder" ครับผม
ขอบคุณข้อมูลทั้งหมดจาก วิกิพีเดีย (http://en.wikipedia.org) ครับผม
ปล.ผมสาวก Open Source, ลินุกซ์ และยูนิกซ์นะคร้าบบบบ
-
OS เนีย Apple ไม่ได้ Dev เองทั้งหมดนิน่า เอา Core Unix (ฟรี)มาใช้นิ แต่ Windows Dev เองนิ...
^
ใครว่า Apple ไม่ได้ Dev เองคะ สมัยที่เอา Core Unix มาใช้เนี่ยะตั้งแต่สมัย Os 9 (Classic) แล้วค่ะ
ตอนนี้เป็น OS X ซึ่งเกือบทั้งหมด Apple dev เองแล้วค่า และถ้าอยากจะเขียนโปรแกรมใช้เองก็สามารถทำได้เลยจาก Xcode ที่แถมมาให้กับแผ่น OS
ไม่เหมือน Microsoft Windows ที่ต้องหาโปรแกรมพัฒนาเพิ่มเติม (ถึงแม้ว่าจะฟรี...ในเวอร์ชั่น Express) ก็ยังหา Download (ที่แสนจะหลุดง่าย) อยู่ดี
[url]http://www.apple.com/macosx/technology/unix.html[/url]
สงสัยตอนตอบจะเมาๆไปหน่อย ขออภัยแหละกันนะคะ เพราะในใจคงนิยามคำว่า Technology ลึกไปหน่อยแฮะๆ แต่ถ้าจะเรียกกันง่ายๆ ก็คงบอกได้ว่าใช้ Core ของ UNIX แหละกัน
ส่วนอันนี้ก็เป็นบทความสำหรับผู้สนใจนะคะ เป็นประวัติของ Mac OS ที่เขียนโดย อ.รวิทัต ภู่หลำ ค่ะ
http://www.cp.su.ac.th/~rawitat/articles/files/osxhistory.pdf (http://www.cp.su.ac.th/~rawitat/articles/files/osxhistory.pdf)
ปล. อยากลองกลับไปใช้ System 1 ดูบ้างจัง
ปล2. ตอนนี้กำลังสนุกกับการอ่าน Macworld 2008 Live! เลย ... Oh! Something in the air จริงๆ
-
อร๊ากกกกกก MacbookAir บางงงงงงโครตตตต
-
เดี่ยวเอาประวัติ Windows มาสู้ มั่ง 55555+
เอาน่าๆ ยังไงๆ ของฟรีก็ไม่มีในโลก
-
เกร็ด Mac OS อีกเล็กน้อย
หลังจากที่ Steve Jobs ถูกถีบออกจาก Apple ในปีไหนก็จำไม่ได้แล้ว ก็ได้มาพัฒนา NextStep แล้วต่อมาพอ Apple เริ่มสถานการณ์ย่ำแย่ ก็เริ่มที่จะหันกลับมาง้อพ่อ Jobs นี้ใหม่ ทำให้การซื้อกิจการ NextStep ของ Apple นั้นซื้อเพียงในนาม เพราะมันเป็นของ Jobs อยู่แล้ว...
สุดท้ายนี้ขอบอกว่า OS ไหนมันก็ดีหมดแหละ แค่ว่าดีสำหรับใครเท่านั้นเอง เลือกให้เหมาะสม เพราะนั้นคือ IT ...
ปล. แต่สีดำดีที่สุดจริง ๆ นะ
-
อร๊ากกกกกก MacbookAir บางงงงงงโครตตตต
There is Something in the AIR จิงๆ
-
ใส้เส้ยจะเอาไปไว้ไหนหมดเนี่ย บางจัด :08:
-
เอ่อมีคำถามโง่ๆมาถามครับ
Macbookpro ตัว Drive DVD มันอยู่ตรงไหนอะ ผมหาไม่เจอ
-
เอ่อมีคำถามโง่ๆมาถามครับ
Macbookpro ตัว Drive DVD มันอยู่ตรงไหนอะ ผมหาไม่เจอ
อ้าว สาวก MAC มาตอบน้องๆหน่อยเร๊ววว...
-
(http://images.apple.com/macbookpro/images/index_top20071026.jpg)
เห็นอ๊ะป่าว :35: :35:
-
ช่วยอีกแรง เผื่อยังหาไม่เจอนะครับ
ปล. อยากได้ iMac 24 นิ้วจังเลยครับ สวยมั้กกกกๆๆ เต็มตา จุใจจริงๆ
-
0.16"... อยากเห็นคนแกะ ถ่ายรูปมาให้ดูจังเลย
-
กระทู้กลายพันธุ์...
-
โอ้โห ชัดเจนแล้วครับ ขอบคุณครับบ :30:
-
แล้วพี่ๆส่วนใหญ่ใช้ mac หรือ pc อ่ะคะ
-
PC แน่นอนครับ
-
เพราะว่าต้องใช้ .NET เลยต้องใช้ Windows แล้วใช้ Windows บน Mac มันเสียของงงงง
-
เห็นพี่ๆเค้าบอกว่าดีกว่า pc ไม่ใช่หรอคะ
เริ่ม งง และ
-
ไม่มีอะไรที่ดีที่สุดหรอกครับ ใช้ตามความเหมาะสมของงาน
แต่สำหรับพี่ใช้ PC นะ
เพราะจะเอา Mac มาเขียนโปรแกรมนี้น่าจะไม่เวิร์ก
หรือว่าเอามาใช้โปรแกรมด้าน Network ก็ไม่เข้าท่า
-
ไม่มีอะไรที่ดีที่สุดหรอกครับ ใช้ตามความเหมาะสมของงาน
แต่สำหรับพี่ใช้ PC นะ
เพราะจะเอา Mac มาเขียนโปรแกรมนี้น่าจะไม่เวิร์ก
หรือว่าเอามาใช้โปรแกรมด้าน Network ก็ไม่เข้าท่า
เออ ไม่ทราบว่าไม่เวิร์กตรงใหน เมื่อปีก่อน จำได้ตอน Sun Thailand มาลาดกระบัง หลายๆคนใน Sun ก็ใช้ Mac
หลายๆคนใน TMC ก็ใช้ Mac เขียนโปรแกรม ไม่งั้น ทาง Mac คงไม่มีโปรแกรมเยอะแยะขนาดนี้หรอกครับ
ด้าน Network ฝั่ง Win มีโปรแกรมอ่ะไร ฝั่ง Mac ก็มีเหมือนกัน ทำได้เหมือนกัน บางครั้งไม่มี ก็มีตัวอื่นที่ทำงานได้เหมือนกัน :11: ยกเว้นพวกโปรแกรมเฉพาะที่ไว้ทำงานกับพวก Win Server บางตัว บน Mac ไม่มี
-
ไม่มีอะไรที่ดีที่สุดหรอกครับ ใช้ตามความเหมาะสมของงาน
แต่สำหรับพี่ใช้ PC นะ
เพราะจะเอา Mac มาเขียนโปรแกรมนี้น่าจะไม่เวิร์ก
หรือว่าเอามาใช้โปรแกรมด้าน Network ก็ไม่เข้าท่า
ที่บอกว่าไม่เวิร์กเนี่ยะ ขอเถียงว่าไม่เวิร์กกับคนเขียนโปรแกรมบน .NET เท่านั้นแหละเจ้าค่า
ที่เหลือประสิทธิภาพและการจัดการของ OS ได้ช่วยเหลือเหล่าโปรแกรมเมอร์ใช้ Mac ได้สบายแหละค่ะ
บทความประวัติ Mac OS ที่เคยยกไป ผู้เขียนก็เป็นโปรแกรมเมอร์ แล้วก็เป็นอาจารย์สอนโปรแกรมเมอร์
ถึงแม้ว่าจะสอนวิชา Software Engineering แต่ อ. ก็ยังคงต้องเขียนโปรแกรมนะคะ
อ.รวิทัต ภู่หลำ เป็นอ.ประจำอยู่ที่คณะวิทยาศาสตร์ ม.ศิลปากร ค่ะ
ส่วนทางด้าน Network นั้นก็ต้องขอเรียนถามแล้วกันว่าเป็นโปรแกรมอะไร เพราะเท่าที่ใช้ไม่ว่าจะเป็น Vm ware, Dynamips, Dynagen แล้วก็ Wireshark ก็มีหมดนะคะ
แถมเป็น OS ที่เน้นประสิทธิภาพของระบบ Network ที่มีความเข้ากันได้ระหว่างอุปกรณ์และ OS มากกว่า Window ค่ะ
ถ้าเป็นคนเล่น OS จริงๆแล้วก็น่าจะทราบว่าที่ Mac OS มีเทคโนโลยีของ Unix จะส่งผลให้เกิดประสิทธิภาพด้าน Network อย่างไรด้วยนะคะ
และก็ต้องตอบว่าใช่ ถ้าเอาเครื่อง Mac ไป Run Windows... มันก็จะช้าอย่างที่เคยเป็นแหละค่ะ
ปล. ต้องตอบในฐานะโปรแกรมเมอร์ว่า full-sized keyboard ช่วยให้ทำงานได้ง่ายกว่านะคะ
ปล2. และขอตอบในฐานะ Web Designer ว่า "ไหนใครว่าใช้ Mac ทำ Graphic ดี... ใช้ Mac แล้วทำให้ Design หน้าเว็บยากขึ้นตั้งเยอะ.... เพราะว่าสีที่เห็นเป็นสีจริงถูกต้องตาม Profile มากเกินไป T.T"
ปล3. แล้วยิ่งตอนนี้เป็น Mac Intel ทำให้คนตัดสินใจเลือกใช้เครื่อง Mac ได้ง่ายขึ้น เพราะว่าอย่างน้อยที่สุดหากยังต้องมีงานบางอย่างที่มีความจำเป็นจะต้องใช้ Window ก็เลือก Boot ได้ด้วย Boot Camp นะคะ
-
เ่อ่อ รู้สึกว่า Sun เค้าจะลง Fedora ไม่ใช่เหรอ
ด้านเขียนโปรแกรมนี้ไม่ขอเถียงละกัน เพราะอาจจะรู้ไม่เยอะ
แต่เน็ตเวิร์กนี้รู้สึกว่าจะลงไม่ได้หลายตัวนะ
อย่าง Vmware เนี่ยลงได้ด้วยเหรอครับ หาที่โหลดไม่เจอ เห็นมีแต่ For Linux & Windows
-
เ่อ่อ รู้สึกว่า Sun เค้าจะลง Fedora ไม่ใช่เหรอ
ด้านเขียนโปรแกรมนี้ไม่ขอเถียงละกัน เพราะอาจจะรู้ไม่เยอะ
แต่เน็ตเวิร์กนี้รู้สึกว่าจะลงไม่ได้หลายตัวนะ
อย่าง Vmware เนี่ยลงได้ด้วยเหรอครับ หาที่โหลดไม่เจอ เห็นมีแต่ For Linux & Windows
เครื่องใช้ Fedora ก็มีแค่ แต่มี Mac 2 เครื่องด้วยเช่นกัน
ถ้าได้ดูตอนฉายวีดีโอ จะจำได้ว่าเค้าเพิ่มเสียง-ลดเสียง ที่เสียงดัง "ป๊อก ป๊อก" หน่ะค่ะ
อันนั้นเป็นตัวบ่งบอกเลยว่า Run Mac OS อยู่ค่ะ
ปล. อ่อ ที่เห็นว่าเค้าเอามาเยอะ ก็เพราะจะโชว์ว่า Java อยู่ได้บนทุกๆ Platform ไงคะ
-
เหอๆ กลายเป็นกระทู้เดือด ล่อเป้าซะงั้นเลย
แล้วสรุปว่า Vmware ของผมลงได้เปล่าครับ ลงไม่ได้นี้ผมทำมาหากินอะไรไม่ได้เลยนะครับ
-
เ่อ่อ รู้สึกว่า Sun เค้าจะลง Fedora ไม่ใช่เหรอ
ด้านเขียนโปรแกรมนี้ไม่ขอเถียงละกัน เพราะอาจจะรู้ไม่เยอะ
แต่เน็ตเวิร์กนี้รู้สึกว่าจะลงไม่ได้หลายตัวนะ
อย่าง Vmware เนี่ยลงได้ด้วยเหรอครับ หาที่โหลดไม่เจอ เห็นมีแต่ For Linux & Windows
ตัว Vmware นี่ Os X จะเรียกว่า VMWare Fusion ครับ :34:
(http://www.macupdate.com/images/screens/uploaded/23593_scr.png)
http://my.smithmicro.com/mac/vmware/index.html (http://my.smithmicro.com/mac/vmware/index.html)
แต่จะมีอีกตัวนึงที่ดังไม่แพ้กัน ก็คือ Parallels ครับ สองโปรแกรมนี้จะรู้จักดีสำหรับคนที่เล่น Mac แล้วดันลง Wins ไม่ว่าจะเพราะความจำเป็นหรืออื่นใด แต่ทาง Apple เองก็เล็งเห็นตรงนี้ เลยทำเจ้า Bootcamp ออกมาเพื่อให้ใช้กันซึ่งจะมึข้อดี ข้อเสียกันคนละอย่าง อันนี้ถ้าอยากรู้ ต้องลองหาข้อมูลเองนะครับ เด๋วยาว
อีกอย่าง Fedora นี่วันนั้นมันก็อีกเครื่อง จำได้คนนึงที่ใช้ Mac คือคนที่พูดเรื่อง Ruby อะไรประมาณนี้แหละ
-
โอ้ มีจริงด้วย ถ้ามีแบบนี้ก็จบละ อ่านดูแล้วท่าทางมันเทพจริงๆ
แต่ว่าถ้าใช้เวอร์ชั่นนี้ก็ต้องเสียงตังดิ แต่ไม่เป็นไรเพราะปกติก็มียาแก้ไอกันอยู่แล้ว (โดนจับไหมเนี่ย)
โอเคๆ ยอมแพ้ละ ดังนั้นเราหันไปใช้ Mac OS กันเถอะ
เปลี่ยนค่ายอย่างรวดเร็ว :56:
ตอนนี้กำลังใช้ Cisco IOS ทำ Routing อยู่
หวังว่าคงจะไม่มีมาบอกว่า Mac ก็มีอีกโปรแกรมสำหรับ Routing แข่งนะเนี่ย จะเืทพเกินไปแล้ว :56:
-
โอ้ มีจริงด้วย ถ้ามีแบบนี้ก็จบละ อ่านดูแล้วท่าทางมันเทพจริงๆ
แต่ว่าถ้าใช้เวอร์ชั่นนี้ก็ต้องเสียงตังดิ แต่ไม่เป็นไรเพราะปกติก็มียาแก้ไอกันอยู่แล้ว (โดนจับไหมเนี่ย)
โอเคๆ ยอมแพ้ละ ดังนั้นเราหันไปใช้ Mac OS กันเถอะ
เปลี่ยนค่ายอย่างรวดเร็ว :56:
ตอนนี้กำลังใช้ Cisco IOS ทำ Routing อยู่
หวังว่าคงจะไม่มีมาบอกว่า Mac ก็มีอีกโปรแกรมสำหรับ Routing แข่งนะเนี่ย จะเืทพเกินไปแล้ว :56:
Mac ก็มีครับ ถ้าคุณเขียนให้มันลงไปได้
ผมเขียน Assembly,C,C++ ครับ ไม่ยึดติด OS ครับอยากได้ OS อะไรลงก็ใช้ได้หมดนะ จะเป็น Windows,Linux,Unix ไม่เว้นแต่ IOS ครับ อยากได้ Routing แบบไหนก็ทำได้ครับ (ทำได้หมดครับเพียงแต่คุณจะมีพลังมากน้อยแค่ในในการเรียนรู้) ผมก็สามารถที่จะเอามาทำงานบน CPU ได้ครับ ส่วนใครที่สามารถทำให้ไม่ยึดติดกับ IC ได้ ผมว่าสุดยอดครับ เพราะทุกอย่างคือ Embedded System ความรู้ทางด้านนี้มันประกอบขึ้นกับหลายๆ อย่างนะครับ
ป.ล.ผมไม่ได้เก่งอะไรมากมายนะครับ
-
ผมค้นพบเส้นทางสายหนึ่งที่แมคไม่เวิร์กแน่นอน นั่นคือ ทางด้าน Security
ทูลทางด้าน Security ส่วนมาก ตั้งแต่การเจาะระบบ ทำ PEN-Test ทูลที่แฮคเกอร์ระดับสูงเขาทำออกมาแจกกัน รวมถึงเขียนเพื่อใช้งานเอง จะออกมาที่แพลตฟอร์มลินุกซ์เป็นอย่างแรก
นอกจากนี้ก็มีเรื่องของทางด้านการให้บริการอินเตอร์เน็ตเซิร์ฟเวอร์ เช่น Web, FTP, Mail, Database ที่แมคเองก็ทำได้เหมือนกัน แต่ไม่เสถียรเท่ากับฝั่ง Linux/Unix ด้วยสาเหตุโครงสร้างสถาปัตยกรรมของระบบปฏิบัติการที่รองรับโหลดสูงๆ ได้ไม่ดีเท่ากับ Linux/Unix ที่มีการจัดการเรื่องพวกนี้ดีกว่า
อาจจะงงว่าข้างบนอ้างถึงเซิร์ฟเวอร์เพื่ออะไร ในเมื่อเราไม่ได้เอาเครื่องโน้ตบุคเราไปทำเป็นเซิร์ฟเวอร์ให้บริการอยู่แล้ว สาเหตุที่อ้างถึง เป็นเพราะว่า สังเกตว่าแมคจะรองรับการทำงานโหลดสูงๆ ได้ไม่ดีเท่าทางฝั่งลินุกซ์ เพราะฉะนั้นถึงแมคจะมีโปรแกรมทางด้านเน็ตเวิร์ก เช่น Wireshark, Dynamips, Dynagen แต่โปรแกรมพวกนี้จะใช้การโหลดของซีพียูสูง รวมถึงการจัดการโพรเซสของระบบปฏิบัติการที่ต้องจัดการเป็นอย่างดี จึงทำให้ทางฝั่งแมครันโปรแกรมพวกนี้ได้ไม่ดีเท่ากับลินุกซ์ครับ
สุดท้าย ตามความคิดส่วนตัว อีกประเด็นที่อาจจะเป็นเหตุผลของเรื่องที่ได้กล่าวมาข้างต้นทั้งหมด นั่นคือการปรับแต่ง (Customize) ระบบปฏิบัติการ
ในลินุกซ์ ถ้าคุณเก่งถึงขั้นหนึ่ง คุณจะสามารถปรับแต่งระบบปฏิบัติการให้เป็นอย่างที่คุณต้องการได้ เช่น การคอมไพล์เคอร์เนลใหม่เอง การแฮคเคอร์เนลเพื่อให้ทำงานอย่างที่เราต้องการ การเขียนไดร์เวอร์เพิ่มเติม ไม่ใช่เพื่อให้ซัพพอร์ตกับอุปกรณ์นั้นๆ แต่ทำให้อุปกรณ์นั้นๆ สามารถทำงานได้เกินกว่าที่มันทำได้!!! (ยกตัวอย่างเช่น การ Injection Wireless) ในขณะที่แมคนั้นเป็นระบบปฏิบัติการแบบปิด ที่เราจะไปยุ่งกับเคอร์เนลของระบบไม่ได้เลย ซึ่งส่งผลทำให้ปรับแต่งระบบปฏิบัติการขั้นสูงได้ยากด้วย
เพราะฉะนั้นนี่คือสาเหตุที่ทำให้ลินุกซ์เหมาะสำหรับทางด้าน Network, Security และ Server มากกว่า เพราะว่าแฮคเกอร์ (ที่ตัวผมให้คำนิยามแฮคเกอร์คือคนที่เก่งกาจทางด้านคอมพิวเตอร์) สามารถทำอะไรกับระบบปฏิบัติการก็ได้ เช่น ปรับแต่ง เขียนโปรแกรมเพิ่ม หรือแฮคมันซะ เพื่อให้ทำงานอย่างที่เค้าต้องการได้ รวมถึงทำให้คนที่พัฒนาซอฟต์แวร์ที่ใช้ทำเซิร์ฟเวอร์สามารถพัฒนาให้เข้ากับระบบปฏิบัติการได้เป็นอย่างดี
สำหรับตัวอย่างเรื่องที่ลินุกซ์/ยูนิกซ์สามารถรองรับโหลดสูงๆ ได้มากกว่าแมค ก็จะยกตัวเว็บดังๆ เช่น google, wordpress, flickr, youtube, digg ถ้าไปสำรวจดูแล้วจะพบว่าเขาใช้ระบบปฏิบัติลินุกซ์/ยูนิกซ์ที่เค้าทำการปรับแต่งเอง เพื่อให้สามารถรองรับปริมาณการโหลดที่สูงมากๆ ได้เป็นอย่างดี
อีกนิดสำหรับเรื่องการพัฒนาซอฟต์แวร์ ก็คงคิดว่าใช้กันได้หมดทั้งวินโดว์ แมค ลินุกซ์ เพราะหันมาดูที่ตัวเองใช้อยู่ปัจจุบันที่เป็นทางด้านพัฒนาเว็บ ก็มี Eclipse, Firefox, Filezilla, GIMP, LAMPP Server และ Terminal!!! (เอาไว้รีโมทเข้าเซิร์ฟเวอร์กับ Troubleshooting) มันก็มีหมดทุกแพลตฟอร์มแหล่ะ หรือไม่มีก็ใช้โปรแกรมใกล้เคียงเอาแทนก็ได้
สุดท้ายนี้ ก็อยากให้น้องลองอ่านข้อมูลทั้งหมดที่พวกพี่ๆ ให้มากัน และทำการวิเคราะห์ให้เป็นอย่างดีนะครับ ว่าอะไรเหมาะสมกับตัวน้อง ซื้อหรือยังไม่ซื้อโน้ตบุค ซื้อแล้วจะใช้อะไรดี วินโดว์ แมค หรือลินุกซ์ แล้วน้องก็จะใช้คอมพิวเตอร์ได้อย่างมีความสุขครับ
-
ไม่มีใครเขียน Software Hardware ได้สมบูรณ์ หรอกครับ มีรูให้เจาะ เนีย ไม่ว่าจะเป็น Windows Linux Unix Mac IOS Router เครื่องใช้ไฟฟ้า คอมพิวเตอร์
ต่างก็มีช่องโหว่ทั้งนั้นแหละ ก็เพราะฝีมือมนุษย์ อยู่ที่ว่าจะหาเจอหรอเปล่า ตามที่ได้กล่าวหาว่า Mac
มีส่วนไม่ปลอดภัยอย่างโง้นอย่างงี้ ผมว่าทุกอย่างมันก้ไม่ปลอดภัยทั้งนั้นแหละครับ
ขนาด CPU ยังมีช่องโหว่ เล่ย ผมว่าส่วนใหญก็่ไม่รู้กัน 5555
ผมว่า เอาไว้ลาไปช่วยเค้าอุดรูไม่ดีกว่าหรอครับที่จะมานั่งเถียงว่าไม่ดีอย่างโง้นไม่ดีอย่างงี้ 5555
ป.ล.ผมไม่ได้เก่งอย่างที่พวกคุณคิด
ป.ล.Mac ลบไวรัสให้หน่อยซิ ติดมากับ เครื่อง อื่นๆอ่ะ
-
" ไม่มีที่ดีที่สุดในโลก มีแต่ที่เหมาะกับคุณที่สุดในโลก จะใช้อะไรพอใจอันไหน มันเป็นเรื่องของความเหมาะสมของคุณครับ "
คำถามพวกนี้ที่ว่า อะไรดีกว่ากันเป็นคำถามที่ปวดหัวครับ
-
เสริมความรู้เกี่ยวกับเรื่อง Core ของ OS X ให้นะครับ เผื่อใครสับสน
ปัจจุบัน OS X เวอร์ชันล่าสุดที่ออกมามีชื่อว่า Leopard ซึ่งมีตัวเลขเมเจอร์เวอร์ชันเป็น 10.5 (ล่าสุดมีแพชต์ออกมาเป็นเวอร์ชัน 10.5.1 เรียบร้อยแล้ว) โดยที่ตัว Core ของ OS X คือระบบปฏิบัติการยูนิกซ์ที่มีชื่อว่า "Darwin" ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์ระบบปฏิบัติที่ทาง Apple ทำการเปิดเผยซอร์สโค้ดให้สามารถนำไปแก้ไขหรือพัฒนาต่อได้ด้วย (Open Source)
ประวัติของ Darwin นั้นเริ่มจากในปี 1997, Apple ได้ทำการซื้อบริษัท NeXT ซึ่งเป็นผู้พัฒนาระบบปฏิบัติการยูนิกซ์ที่มีชื่อว่า NEXTSTEP โดยหลังจากนั้นบริษัท Apple ก็ได้ประกาศบอกว่าจะใช้ "OPENSTEP" (ซึ่งเป็นชื่อใหม่ของระบบปฏิบัติการ "NEXTSTEP" หลังจากมาอยู่กับบริษัท Apple) มาเป็นฐานของระบบปฏิบัติในอนาคตต่อไปของ Apple
หลังจากนั้นบริษัท Apple จึงได้พัฒนา OPENSTEP และได้ประกาศโค้ดเนมใหม่ของระบบปฏิบัติการ โดยมีชื่อว่า "Rhapsody" ซึ่งภายหลังโค้ดหลักของ Rhapsody ได้ถูกแยก (forked) มาเป็นระบบปฏิบัติการ "Darwin" และในปี 1999 เวอร์ชันแรกของ Darwin (เวอร์ชัน 0.1) ได้ถูกใช้ใน Mac OS X Server 1.0 และถูกพัฒนาต่อมาจนกระทั่งเป็น MAC OS X ที่เราเห็นในปัจจุบันนั่นเอง
เกร็ดและสรุป
- NeXT คือบริษัทที่สร้างระบบปฏิบัติการยูนิกซ์ NEXTSTEP ซึ่งมีพื้นมาจาก Mach kernel และ BSD Unix
- Apple ซื้อบริษัท NeXT ไป ระบบปฏิบัติการ NEXTSTEP จึงถูกเปลี่ยนชื่อเป็น OPENSTEP
- Rhapsody คือชื่อโค้ดเนมที่ Apple เรียกในขณะที่ทำการพัฒนาระบบปฏิบัติการใหม่โดยนับตั้งแต่ซื้อบริษัท NeXT จนถึงตอนที่ทำการเปิดตัว MAC OS X ในปี 1998
- Darwin เป็นเพียงแค่โค้ดหลักส่วนหนึ่งของ Rhapsody เท่านั้น จริงๆ แล้ว Rhapsody ยังประกอบด้วยส่วนอื่นๆ อีกมากมาย เช่น ส่วนของ GUI และเทคโนโลยีของ Apple ในสมัยนั้นที่นำมาควบรวมกับระบบปฏิบัติการ เช่น QuickTime และ AppleSearch
- เคอร์เนลของ Darwin เป็นเคอร์เนลลูกผสม (hybrid kernel) ซึ่งรวมกันระหว่าง Mach 3 microkernel, องค์ประกอบต่างๆ ของ FreeBSD 5 และ object-oriented device driver API ที่มีชื่อว่า I/O Kit
- ปัจจุบัน Darwin เป็นระบบปฏิบัติการ Open Source ที่มีคนนำไปพัฒนาต่อหรือปรับแต่งจนกลายเป็นโปรเจคต่างๆ เช่น OpenDarwin (หยุดการพัฒนาแล้ว), MacPorts และ GNU-Darwin เป็นต้น
- บางคนสงสัยว่ามี OS X แล้ว OS IX, OS VIII, OS VII, ..... ไปไหน แล้วใช้ระบบปฏิบัติการอะไร คำตอบคือระบบปฏิบัติการของบริษัท Apple ถูกแยกออกเป็นสองกลุ่มใหญ่ๆ ได้แก่ "Classic" Mac OS ซึ่งมีเลขเวอร์ชันตั้งแต่ 1 จนถึง 9.2 ซึ่งเป็นเวอร์ชันสุดท้ายในปี 2002 และ Mac OS X ซึ่งมีเลขเวอร์ชันตั้งแต่ 10.0 ในปี 2000 จนถึงเวอร์ชัน 10.5.1 ในปัจจุบัน
ส่วนระบบปฏิบัติการของ Mac OS Classic ประกอบด้วยซอฟต์แวร์สองส่วนที่ Apple พัฒนาขึ้นมาเอง ได้แก่ "System" และ "Finder" ครับผม
ขอบคุณข้อมูลทั้งหมดจาก วิกิพีเดีย ([url]http://en.wikipedia.org[/url]) ครับผม
ปล.ผมสาวก Open Source, ลินุกซ์ และยูนิกซ์นะคร้าบบบบ
อย่างที่คุณว่าไว้ข้างต้นเนีย Mac เป็น (Open Source) Linux มันก็ (Open Source)
สรุป มีช่องโหว่ทั้งคู่แหละ 5555 หรอว่าคุณจะบอกว่า Linux ไม่มีช่องโหว่ ? ? ? 55555
สรุป มันก็เหมือนๆกันแหละ
-
เอๆ รู้สึกว่ากันดั้มก็ไม่ได้บอกว่า Mac มีรูโหว่กว่าชาวบ้านนี่นา (หรือผมเข้าใจผิด)
เท่าที่อ่าน เข้าใจและเห็นด้วยว่า Linux มีทูลด้าน Security เยอะมากๆ แถมฟรีอีกต่างหาก
Windows ก็พอมีแต่ส่วนใหญ่จะเป็น Commercial แถมเขียนด้วย .NET อีกต่างหาก (กะว่าห้ามลงใส่ OS อื่น)
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็แล้วแต่ความเหมาะสมต่อการใช้งาน แต่ในความคิดผมนะ Linux เทพสุดละ (แต่ผมใช้ Windows)
เพราะสามารถทำอะไรได้หลายๆ อย่างตามที่กันดั้มโพสมา ไม่ถูกจำกัดอยู่ที่หน้าตา GUI ที่ปรับแต่งได้เฉพาะที่ผู้ผลิตกำหนด
ส่วนที่ผมใช้ Windows มีเหตุผลเดียว ง่าย จบ
-
เรื่องช่องโหว่นั้นถ้าเกิด MAC ใช้กันทั่วโลกก็จะกลายเป็นกลุ่มเป้าหมายโจมตี แล้วก็จะเห็นช่องโหว่มามากเองคับ และที่เคยได้ยิน ไวรัสไม่มีใน MAC จริงหรอ ?
-
ง่ายเพราะว่าการศึกษาไทยสอนด้วย window ครับเราจึงทำความคุ้นเคยกับมันมาก สำหรับคนที่ชอบ mac มองดูแล้วน่าจะเป็นประโยชน์สูงสุดกับเราแน่นอน และคิดจะเปลี่ยนใจไปใช้ ปัญหาก็คือคุณต้องทำการเรียนรู้เท่ากับที่คุณเคยเรียนรู้กับ window ที่คุณใช้เวลามานาน และในสังคมที่มีแต่ window หากเค้าทำงานสิ่งใดสิ่งนึง เช่นใช้ VMware คุณก็ต้องมาหาว่าใน MAC VMware คือตัวไหนใน MAC หากทำใจยอมรับในส่วนนี้ได้ผมว่าก็เปลี่ยนๆไปเหอะคับเพื่อความสบายใจ แต่หากใช้แล้วเครียดเหนื่อยเราจะใช้ทำไม ถึงมันจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุดในโลกก็เหอะ
เหมือนถ้าใครบอกชอบแมนยู ทีมนี้ดีที่สุดในโลก ก็ถ้าคุณไม่ชอบละจะเชียร์มันไปทำไม ไม่ได้ต่อต้าน MAC นะคับ แต่แค่จะบอกว่า อย่าตามกระแสครับ
ปล.ก็อยากได้ mac book air อยู่นะ หุหุ
-
ไม่มีใครเขียน Software Hardware ได้สมบูรณ์ หรอกครับ มีรูให้เจาะ เนีย ไม่ว่าจะเป็น Windows Linux Unix Mac IOS Router เครื่องใช้ไฟฟ้า คอมพิวเตอร์
ต่างก็มีช่องโหว่ทั้งนั้นแหละ ก็เพราะฝีมือมนุษย์ อยู่ที่ว่าจะหาเจอหรอเปล่า ตามที่ได้กล่าวหาว่า Mac
มีส่วนไม่ปลอดภัยอย่างโง้นอย่างงี้ ผมว่าทุกอย่างมันก้ไม่ปลอดภัยทั้งนั้นแหละครับ
ขนาด CPU ยังมีช่องโหว่ เล่ย ผมว่าส่วนใหญก็่ไม่รู้กัน 5555
ผมว่า เอาไว้ลาไปช่วยเค้าอุดรูไม่ดีกว่าหรอครับที่จะมานั่งเถียงว่าไม่ดีอย่างโง้นไม่ดีอย่างงี้ 5555
ป.ล.ผมไม่ได้เก่งอย่างที่พวกคุณคิด
ป.ล.Mac ลบไวรัสให้หน่อยซิ ติดมากับ เครื่อง อื่นๆอ่ะ
งงสุดๆ ผมไปบอกตรงไหน บรรทัดไหนเนี่ย ว่าแมคมีช่องโหว่มากกว่าวินโดว์ รู้สึกว่าผมจะไม่ได้เปิดประเด็นเรื่องช่องโหว่ของระบบปฏิบัติการด้วยเลยนะ
-
เอๆ รู้สึกว่ากันดั้มก็ไม่ได้บอกว่า Mac มีรูโหว่กว่าชาวบ้านนี่นา (หรือผมเข้าใจผิด)
เท่าที่อ่าน เข้าใจและเห็นด้วยว่า Linux มีทูลด้าน Security เยอะมากๆ แถมฟรีอีกต่างหาก
Windows ก็พอมีแต่ส่วนใหญ่จะเป็น Commercial แถมเขียนด้วย .NET อีกต่างหาก (กะว่าห้ามลงใส่ OS อื่น)
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็แล้วแต่ความเหมาะสมต่อการใช้งาน แต่ในความคิดผมนะ Linux เทพสุดละ (แต่ผมใช้ Windows)
เพราะสามารถทำอะไรได้หลายๆ อย่างตามที่กันดั้มโพสมา ไม่ถูกจำกัดอยู่ที่หน้าตา GUI ที่ปรับแต่งได้เฉพาะที่ผู้ผลิตกำหนด
ส่วนที่ผมใช้ Windows มีเหตุผลเดียว ง่าย จบ
มี Tools แล้วคิดว่าไม่มีช่องโหว่หรอ ? ? ? 5555
มันก็คือๆกันหมดและ มีช่องโหว่ด้วยกันทั้งนั้น หรอว่าไม่จริง ? ? ?
ตามที่ผมคิดผมอยากบอกว่า Linux ไม่เทพหรอก
มันอยู่ที่คนเราเอาไปใช้งานแบบไหนนะครับ
-
นอกจากนี้ก็มีเรื่องของทางด้านการให้บริการอินเตอร์เน็ตเซิร์ฟเวอร์ เช่น Web, FTP, Mail, Database ที่แมคเองก็ทำได้เหมือนกัน แต่ไม่เสถียรเท่ากับฝั่ง Linux/Unix ด้วยสาเหตุโครงสร้างสถาปัตยกรรมของระบบปฏิบัติการที่รองรับโหลดสูงๆ ได้ไม่ดีเท่ากับ Linux/Unix ที่มีการจัดการเรื่องพวกนี้ดีกว่า
อาจจะงงว่าข้างบนอ้างถึงเซิร์ฟเวอร์เพื่ออะไร ในเมื่อเราไม่ได้เอาเครื่องโน้ตบุคเราไปทำเป็นเซิร์ฟเวอร์ให้บริการอยู่แล้ว สาเหตุที่อ้างถึง เป็นเพราะว่า สังเกตว่าแมคจะรองรับการทำงานโหลดสูงๆ ได้ไม่ดีเท่าทางฝั่งลินุกซ์ เพราะฉะนั้นถึงแมคจะมีโปรแกรมทางด้านเน็ตเวิร์ก เช่น Wireshark, Dynamips, Dynagen แต่โปรแกรมพวกนี้จะใช้การโหลดของซีพียูสูง รวมถึงการจัดการโพรเซสของระบบปฏิบัติการที่ต้องจัดการเป็นอย่างดี จึงทำให้ทางฝั่งแมครันโปรแกรมพวกนี้ได้ไม่ดีเท่ากับลินุกซ์ครับ
เออ อยากเห็น XServe ล่มเหมือนกันแฮะ :34: ถ้าโพรเซสของ OS X จัดการไม่ดี งานที่ต้องใช้ความเสถียร งานที่ต้องใช้ความผิดพลาดน้อยที่สุด คงไม่ใช้กันหรอกหน่ะ Mac หน่ะ ซื้อมาทำไม แพงก็แพง เรนเดอร์ไปตัดต่อไป เรนเดอร์แล้ว ปรับเปลี่ยนแล้วเรนเดอร์ใหม่ ทำเลย ปรับเลย ไม่ต้องมานั่งรอเรนเดอร์ เค้าคงไม่ใช้ Mac กันหรอก
นึกถึงสมัยก้านกล้วย ถ้าในไทยมีให้เช่า PowerMac ที่เป็นตัวท๊อปซักยี่สิบเครื่อง คงไม่ต้องไปขวัญขวายไปเช่ามาจากสิงคโปร์หรอก บนเวทีคอนเสิร์ต Mix เสียงสดๆ ผ่าน HW ผ่าน MacbookPro ถ้าไม่ต้องการเสถียร และไม่ต้องการ SW และ HW ที่จัดการได้ลงตัว อีตาในวง LinkinPark คงไม่ใช้หรอก :34: มีคนเอา MacMini มาทำเป็น Server ก็เยอะแยะไป ก็ไม่เห็นจะเสียหายอะไร :50:
-
เรื่องช่องโหว่นั้นถ้าเกิด MAC ใช้กันทั่วโลกก็จะกลายเป็นกลุ่มเป้าหมายโจมตี แล้วก็จะเห็นช่องโหว่มามากเองคับ และที่เคยได้ยิน ไวรัสไม่มีใน MAC จริงหรอ ?
Mac มีไวรัส แต่ไวรัสในตอนนี้ยังไม่สามารถทำอะไรกับ Mac ได้ เพราะ Mac ไม่มีส่วนการทำงานที่ไวรัสสามารถเข้าถึงได้
ถามว่าอีกหน่อยอาจจะมีมั้ยถ้าคนใช้กันเยอะ... ก็คงต้องตอบว่า ถ้ามีก็เหนื่อยกันหน่อยแหละ (หมายถึงคนเขียนไวรัสนะ)
-
ไม่มีใครเขียน Software Hardware ได้สมบูรณ์ หรอกครับ มีรูให้เจาะ เนีย ไม่ว่าจะเป็น Windows Linux Unix Mac IOS Router เครื่องใช้ไฟฟ้า คอมพิวเตอร์
ต่างก็มีช่องโหว่ทั้งนั้นแหละ ก็เพราะฝีมือมนุษย์ อยู่ที่ว่าจะหาเจอหรอเปล่า ตามที่ได้กล่าวหาว่า Mac
มีส่วนไม่ปลอดภัยอย่างโง้นอย่างงี้ ผมว่าทุกอย่างมันก้ไม่ปลอดภัยทั้งนั้นแหละครับ
ขนาด CPU ยังมีช่องโหว่ เล่ย ผมว่าส่วนใหญก็่ไม่รู้กัน 5555
ผมว่า เอาไว้ลาไปช่วยเค้าอุดรูไม่ดีกว่าหรอครับที่จะมานั่งเถียงว่าไม่ดีอย่างโง้นไม่ดีอย่างงี้ 5555
ป.ล.ผมไม่ได้เก่งอย่างที่พวกคุณคิด
ป.ล.Mac ลบไวรัสให้หน่อยซิ ติดมากับ เครื่อง อื่นๆอ่ะ
งงสุดๆ ผมไปบอกตรงไหน บรรทัดไหนเนี่ย ว่าแมคมีช่องโหว่มากกว่าวินโดว์ รู้สึกว่าผมจะไม่ได้เปิดประเด็นเรื่องช่องโหว่ของระบบปฏิบัติการด้วยเลยนะ
55555 เดี๋ยวเอามาให้ดูครับ ที่ผม ทำสีแดงไว้ไม่เกียวกับ OS หรอครับ ไม่มี OS คงรันได้หรอกเนอะพวก Service เนีย
ผมค้นพบเส้นทางสายหนึ่งที่แมคไม่เวิร์กแน่นอน นั่นคือ ทางด้าน Security
ทูลทางด้าน Security ส่วนมาก ตั้งแต่การเจาะระบบ ทำ PEN-Test ทูลที่แฮคเกอร์ระดับสูงเขาทำออกมาแจกกัน รวมถึงเขียนเพื่อใช้งานเอง จะออกมาที่แพลตฟอร์มลินุกซ์เป็นอย่างแรก
นอกจากนี้ก็มีเรื่องของทางด้านการให้บริการอินเตอร์เน็ตเซิร์ฟเวอร์ เช่น Web, FTP, Mail, Database ที่แมคเองก็ทำได้เหมือนกัน แต่ไม่เสถียรเท่ากับฝั่ง Linux/Unix ด้วยสาเหตุโครงสร้างสถาปัตยกรรมของระบบปฏิบัติการที่รองรับโหลดสูงๆ ได้ไม่ดีเท่ากับ Linux/Unix ที่มีการจัดการเรื่องพวกนี้ดีกว่า
อาจจะงงว่าข้างบนอ้างถึงเซิร์ฟเวอร์เพื่ออะไร ในเมื่อเราไม่ได้เอาเครื่องโน้ตบุคเราไปทำเป็นเซิร์ฟเวอร์ให้บริการอยู่แล้ว สาเหตุที่อ้างถึง เป็นเพราะว่า สังเกตว่าแมคจะรองรับการทำงานโหลดสูงๆ ได้ไม่ดีเท่าทางฝั่งลินุกซ์ เพราะฉะนั้นถึงแมคจะมีโปรแกรมทางด้านเน็ตเวิร์ก เช่น Wireshark, Dynamips, Dynagen แต่โปรแกรมพวกนี้จะใช้การโหลดของซีพียูสูง รวมถึงการจัดการโพรเซสของระบบปฏิบัติการที่ต้องจัดการเป็นอย่างดี จึงทำให้ทางฝั่งแมครันโปรแกรมพวกนี้ได้ไม่ดีเท่ากับลินุกซ์ครับ
สุดท้าย ตามความคิดส่วนตัว อีกประเด็นที่อาจจะเป็นเหตุผลของเรื่องที่ได้กล่าวมาข้างต้นทั้งหมด นั่นคือการปรับแต่ง (Customize) ระบบปฏิบัติการ
ในลินุกซ์ ถ้าคุณเก่งถึงขั้นหนึ่ง คุณจะสามารถปรับแต่งระบบปฏิบัติการให้เป็นอย่างที่คุณต้องการได้ เช่น การคอมไพล์เคอร์เนลใหม่เอง การแฮคเคอร์เนลเพื่อให้ทำงานอย่างที่เราต้องการ การเขียนไดร์เวอร์เพิ่มเติม ไม่ใช่เพื่อให้ซัพพอร์ตกับอุปกรณ์นั้นๆ แต่ทำให้อุปกรณ์นั้นๆ สามารถทำงานได้เกินกว่าที่มันทำได้!!! (ยกตัวอย่างเช่น การ Injection Wireless) ในขณะที่แมคนั้นเป็นระบบปฏิบัติการแบบปิด ที่เราจะไปยุ่งกับเคอร์เนลของระบบไม่ได้เลย ซึ่งส่งผลทำให้ปรับแต่งระบบปฏิบัติการขั้นสูงได้ยากด้วย
เพราะฉะนั้นนี่คือสาเหตุที่ทำให้ลินุกซ์เหมาะสำหรับทางด้าน Network, Security และ Server มากกว่า เพราะว่าแฮคเกอร์ (ที่ตัวผมให้คำนิยามแฮคเกอร์คือคนที่เก่งกาจทางด้านคอมพิวเตอร์) สามารถทำอะไรกับระบบปฏิบัติการก็ได้ เช่น ปรับแต่ง เขียนโปรแกรมเพิ่ม หรือแฮคมันซะ เพื่อให้ทำงานอย่างที่เค้าต้องการได้ รวมถึงทำให้คนที่พัฒนาซอฟต์แวร์ที่ใช้ทำเซิร์ฟเวอร์สามารถพัฒนาให้เข้ากับระบบปฏิบัติการได้เป็นอย่างดี
สำหรับตัวอย่างเรื่องที่ลินุกซ์/ยูนิกซ์สามารถรองรับโหลดสูงๆ ได้มากกว่าแมค ก็จะยกตัวเว็บดังๆ เช่น google, wordpress, flickr, youtube, digg ถ้าไปสำรวจดูแล้วจะพบว่าเขาใช้ระบบปฏิบัติลินุกซ์/ยูนิกซ์ที่เค้าทำการปรับแต่งเอง เพื่อให้สามารถรองรับปริมาณการโหลดที่สูงมากๆ ได้เป็นอย่างดี
อีกนิดสำหรับเรื่องการพัฒนาซอฟต์แวร์ ก็คงคิดว่าใช้กันได้หมดทั้งวินโดว์ แมค ลินุกซ์ เพราะหันมาดูที่ตัวเองใช้อยู่ปัจจุบันที่เป็นทางด้านพัฒนาเว็บ ก็มี Eclipse, Firefox, Filezilla, GIMP, LAMPP Server และ Terminal!!! (เอาไว้รีโมทเข้าเซิร์ฟเวอร์กับ Troubleshooting) มันก็มีหมดทุกแพลตฟอร์มแหล่ะ หรือไม่มีก็ใช้โปรแกรมใกล้เคียงเอาแทนก็ได้
สุดท้ายนี้ ก็อยากให้น้องลองอ่านข้อมูลทั้งหมดที่พวกพี่ๆ ให้มากัน และทำการวิเคราะห์ให้เป็นอย่างดีนะครับ ว่าอะไรเหมาะสมกับตัวน้อง ซื้อหรือยังไม่ซื้อโน้ตบุค ซื้อแล้วจะใช้อะไรดี วินโดว์ แมค หรือลินุกซ์ แล้วน้องก็จะใช้คอมพิวเตอร์ได้อย่างมีความสุขครับ
-
หมิง กันดั้มหมายถึง Tool ด้าน security ไม่ได้หมายถึง security ของ OS
มี Tools แล้วคิดว่าไม่มีช่องโหว่หรอ ? ? ? 5555
มันก็คือๆกันหมดและ มีช่องโหว่ด้วยกันทั้งนั้น หรอว่าไม่จริง ? ? ?
ตามที่ผมคิดผมอยากบอกว่า Linux ไม่เทพหรอก
มันอยู่ที่คนเราเอาไปใช้งานแบบไหนนะครับ
เอ่อ มันเกี่ยวไรกับช่องโหว่อะ Tool มีช่องโหว่ หมายความว่ายังไงเหรอครับ
ช่องโหว่ในที่นี้ไม่ใช่หมายถึงช่องโหว่ให้คนเข้ามาแฮกเหรอ
ที่ต้องการสื่อหมายถึง bug รึเปล่า ซึ่งถ้าเป็นอันนี้มันก็ห้ามกันไม่ได้อยู่แล้วนะ
ส่วนจะบอกว่า Linux มันจะดีไม่ดีขึ้นกับคนเอาไปใช้ อันนี้ก็เห็นด้วยครับ
แต่ผมก็บอกแล้วนี่ครับว่ามันดีเพราะมันทำอะไรได้หลายๆ อย่าง
ไม่ได้บอกว่ามันดีเพราะว่า Linux มันว่ามันเกิดมาเทพ โดยไม่ต้องทำไรนี่นา
-
งงสุดๆ ผมไปบอกตรงไหน บรรทัดไหนเนี่ย ว่าแมคมีช่องโหว่มากกว่าวินโดว์ รู้สึกว่าผมจะไม่ได้เปิดประเด็นเรื่องช่องโหว่ของระบบปฏิบัติการด้วยเลยนะ
55555 เดี๋ยวเอามาให้ดูครับ ที่ผม ทำสีแดงไว้ไม่เกียวกับ OS หรอครับ ไม่มี OS คงรันได้หรอกเนอะพวก Service เนีย
ผมค้นพบเส้นทางสายหนึ่งที่แมคไม่เวิร์กแน่นอน นั่นคือ ทางด้าน Security
เอ่อ ขออภัย ไม่นึกว่ามันจะแปลไปอย่างนั้นได้ด้วย อ่านแล้วเก็ทเลย ขอแก้ไขความเข้าใจใหม่แล้วกันว่าผมกำลังหมายถึงการใช้งานทางด้าน Security เช่น การตรวจสอบระบบ การเจาะระบบ ครับ ไม่ได้หมายถึง Security ของระบบปฏิบัติการแต่อย่างใด
-
ในขณะที่แมคนั้นเป็นระบบปฏิบัติการแบบปิด ที่เราจะไปยุ่งกับเคอร์เนลของระบบไม่ได้เลย ซึ่งส่งผลทำให้ปรับแต่งระบบปฏิบัติการขั้นสูงได้ยากด้วย
แล้วคุณจะมี OS SDK ไว้ทำไมหล่ะครับ แล้ว Apple จะมีในส่วนของ Developer Connection ไว้ทำไมเหรอครับ
แล้วในแผ่นลง OS X มี OS X SDK มาพร้อมกับ Xcode มาไว้ทำไมหล่ะครับ ถ้าเค้าไม่เปิดให้คุณ Modify OS ของเค้าได้ :34: ไม่พอ ยังจะมีแจก Manual แจก Reference แจก ฯลฯ มาด้วยทำไมหล่ะครับ
-
นอกจากนี้ก็มีเรื่องของทางด้านการให้บริการอินเตอร์เน็ตเซิร์ฟเวอร์ เช่น Web, FTP, Mail, Database ที่แมคเองก็ทำได้เหมือนกัน แต่ไม่เสถียรเท่ากับฝั่ง Linux/Unix ด้วยสาเหตุโครงสร้างสถาปัตยกรรมของระบบปฏิบัติการที่รองรับโหลดสูงๆ ได้ไม่ดีเท่ากับ Linux/Unix ที่มีการจัดการเรื่องพวกนี้ดีกว่า
อาจจะงงว่าข้างบนอ้างถึงเซิร์ฟเวอร์เพื่ออะไร ในเมื่อเราไม่ได้เอาเครื่องโน้ตบุคเราไปทำเป็นเซิร์ฟเวอร์ให้บริการอยู่แล้ว สาเหตุที่อ้างถึง เป็นเพราะว่า สังเกตว่าแมคจะรองรับการทำงานโหลดสูงๆ ได้ไม่ดีเท่าทางฝั่งลินุกซ์ เพราะฉะนั้นถึงแมคจะมีโปรแกรมทางด้านเน็ตเวิร์ก เช่น Wireshark, Dynamips, Dynagen แต่โปรแกรมพวกนี้จะใช้การโหลดของซีพียูสูง รวมถึงการจัดการโพรเซสของระบบปฏิบัติการที่ต้องจัดการเป็นอย่างดี จึงทำให้ทางฝั่งแมครันโปรแกรมพวกนี้ได้ไม่ดีเท่ากับลินุกซ์ครับ
เออ อยากเห็น XServe ล่มเหมือนกันแฮะ :34: ถ้าโพรเซสของ OS X จัดการไม่ดี งานที่ต้องใช้ความเสถียร งานที่ต้องใช้ความผิดพลาดน้อยที่สุด คงไม่ใช้กันหรอกหน่ะ Mac หน่ะ ซื้อมาทำไม แพงก็แพง เรนเดอร์ไปตัดต่อไป เรนเดอร์แล้ว ปรับเปลี่ยนแล้วเรนเดอร์ใหม่ ทำเลย ปรับเลย ไม่ต้องมานั่งรอเรนเดอร์ เค้าคงไม่ใช้ Mac กันหรอก
นึกถึงสมัยก้านกล้วย ถ้าในไทยมีให้เช่า PowerMac ที่เป็นตัวท๊อปซักยี่สิบเครื่อง คงไม่ต้องไปขวัญขวายไปเช่ามาจากสิงคโปร์หรอก บนเวทีคอนเสิร์ต Mix เสียงสดๆ ผ่าน HW ผ่าน MacbookPro ถ้าไม่ต้องการเสถียร และไม่ต้องการ SW และ HW ที่จัดการได้ลงตัว อีตาในวง LinkinPark คงไม่ใช้หรอก :34: มีคนเอา MacMini มาทำเป็น Server ก็เยอะแยะไป ก็ไม่เห็นจะเสียหายอะไร :50:
ความสามารถในการจัดการ Process ... อันนี้ก็ไม่รู้ว่าจะวัดกันตรงไหน แต่อย่างน้อยที่สุดความเสถียรของ OS ที่สามารถออกจากวังวนเพื่อ Kill Process ที่เกิดขึ้นต่างๆก็ทำได้ดี
ตั้งแต่ใช้ Mac มาเกือบปี... เพิ่งเคยเจอ Kernel Panic (Blue screen ของน้อง Windows)
ไปเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาเอง... แล้วก็เพิ่งเคยเจอเพียงครั้งเดียว
โดยสาเหตุคิดว่าคงเกิดจาก HDD เนื่องจากดันลากเครื่อง MB ออกมาเล่นบนรถที่เหวี่ยงๆ และกระแทกๆ ซะด้วย
ปล. ความจริงถ้าอยากรู้ข้อเท็จจริงของ Apple ก็สามารถหาได้ภายในเว็บ www.apple.com (http://www.apple.com) อยู่แล้วนะคะ แล้วก็ขอแถม เผื่อมีใครหาหน้านี้ไม่เจอด้วย http://www.apple.com/science/whymac/ (http://www.apple.com/science/whymac/)
-
เอๆ รู้สึกว่ากันดั้มก็ไม่ได้บอกว่า Mac มีรูโหว่กว่าชาวบ้านนี่นา (หรือผมเข้าใจผิด)
เท่าที่อ่าน เข้าใจและเห็นด้วยว่า Linux มีทูลด้าน Security เยอะมากๆ แถมฟรีอีกต่างหาก
Windows ก็พอมีแต่ส่วนใหญ่จะเป็น Commercial แถมเขียนด้วย .NET อีกต่างหาก (กะว่าห้ามลงใส่ OS อื่น)
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็แล้วแต่ความเหมาะสมต่อการใช้งาน แต่ในความคิดผมนะ Linux เทพสุดละ (แต่ผมใช้ Windows)
เพราะสามารถทำอะไรได้หลายๆ อย่างตามที่กันดั้มโพสมา ไม่ถูกจำกัดอยู่ที่หน้าตา GUI ที่ปรับแต่งได้เฉพาะที่ผู้ผลิตกำหนด
ส่วนที่ผมใช้ Windows มีเหตุผลเดียว ง่าย จบ
หมิง กันดั้มหมายถึง Tool ด้าน security ไม่ได้หมายถึง security ของ OS
มี Tools แล้วคิดว่าไม่มีช่องโหว่หรอ ? ? ? 5555
มันก็คือๆกันหมดและ มีช่องโหว่ด้วยกันทั้งนั้น หรอว่าไม่จริง ? ? ?
ตามที่ผมคิดผมอยากบอกว่า Linux ไม่เทพหรอก
มันอยู่ที่คนเราเอาไปใช้งานแบบไหนนะครับ
เอ่อ มันเกี่ยวไรกับช่องโหว่อะ Tool มีช่องโหว่ หมายความว่ายังไงเหรอครับ
ช่องโหว่ในที่นี้ไม่ใช่หมายถึงช่องโหว่ให้คนเข้ามาแฮกเหรอ
ที่ต้องการสื่อหมายถึง bug รึเปล่า ซึ่งถ้าเป็นอันนี้มันก็ห้ามกันไม่ได้อยู่แล้วนะ
ส่วนจะบอกว่า Linux มันจะดีไม่ดีขึ้นกับคนเอาไปใช้ อันนี้ก็เห็นด้วยครับ
แต่ผมก็บอกแล้วนี่ครับว่ามันดีเพราะมันทำอะไรได้หลายๆ อย่าง
ไม่ได้บอกว่ามันดีเพราะว่า Linux มันว่ามันเกิดมาเทพ โดยไม่ต้องทำไรนี่นา
สรุป ก็ใช้ Windows อยู่ดี 5555
-
งงสุดๆ ผมไปบอกตรงไหน บรรทัดไหนเนี่ย ว่าแมคมีช่องโหว่มากกว่าวินโดว์ รู้สึกว่าผมจะไม่ได้เปิดประเด็นเรื่องช่องโหว่ของระบบปฏิบัติการด้วยเลยนะ
55555 เดี๋ยวเอามาให้ดูครับ ที่ผม ทำสีแดงไว้ไม่เกียวกับ OS หรอครับ ไม่มี OS คงรันได้หรอกเนอะพวก Service เนีย
ผมค้นพบเส้นทางสายหนึ่งที่แมคไม่เวิร์กแน่นอน นั่นคือ ทางด้าน Security
เอ่อ ขออภัย ไม่นึกว่ามันจะแปลไปอย่างนั้นได้ด้วย อ่านแล้วเก็ทเลย ขอแก้ไขความเข้าใจใหม่แล้วกันว่าผมกำลังหมายถึงการใช้งานทางด้าน Security เช่น การตรวจสอบระบบ การเจาะระบบ ครับ ไม่ได้หมายถึง Security ของระบบปฏิบัติการแต่อย่างใด
http://www.apple.com/downloads/macosx/networking_security/ (http://www.apple.com/downloads/macosx/networking_security/)
http://www.macupdate.com/search.php?arch=all&keywords=security&os=macosx (http://www.macupdate.com/search.php?arch=all&keywords=security&os=macosx)
http://www.versiontracker.com/macosx/security (http://www.versiontracker.com/macosx/security)
:34: :34: :34:
-
เท่าที่ดูตาม link ข้างบนพบว่าเป็นโปรแกรมที่เกี่ยวข้องกับ security ทั้งสิ้น
แต่ว่าเป็น security ในระดับพื้นฐาน โดยส่วนใหญ่จะทำมาสำหรับการใช้งานทั่วไปเท่านั้น
เช่น โปรแกรมเก็บรหัสผ่าน โปรแกรมเข้ารหัสข้อความ แล้วก็ยังรวมถึงโปรแกรมสำหรับป้องกันภัย (ด้านเครือข่าย) ต่างๆ ซึ่งจะเป็นโปรแกรมด้าน defend ทั้งสิ้น
แต่สิ่งที่ยังไม่มีก็คือโปรแกรมสำหรับ attack ซึ่งจำเป็นต้องใช้ในการตรวจสอบระบบหรือเจาะระบบ เพราะว่าการทำงานรูปนี้เราจะเปลี่ยนมุมมองเป็น hacker หรือ cracker ที่ต้องหาจุดอ่อนของระบบให้ได้
ซึ่งในเว็บไซต์ทั่วไป (หรือแม้แต่เว็บดัง) ก็จะไม่มี tool สำหรับ attack ให้เห็น เพราะอาจถูกนำไปใช้ในทางที่ผิดได้ง่าย
จึงต้องไปตามล่าหา tool กันพอสมควร แต่ส่วนใหญ่ที่เจอก็ linux ทั้งนั้น
ทางด้าน Windows อย่างที่บอก ส่วนใหญ่เป็น commercial แถมแพงมากๆ
ส่วน Mac เท่าที่ค้นดูจากเว็บอื่น ก็พอมีเหมือนกัน แต่ว่าคงไม่เยอะเท่า linux หรอก
สรุป ก็ใช้ Windows อยู่ดี 5555
ใช้ Windows เป็นหลักเฟ้ย แต่ก็มี Linux บางส่วน ตามความเหมาะสม
-
http://vmware.com/products/fusion/ (http://vmware.com/products/fusion/)
เอามาแปะอีกรอบ จากเวป VMWare เอง :08: :08:
-
สรุป ก็ใช้ Windows อยู่ดี 5555
ใช้ Windows เป็นหลักเฟ้ย แต่ก็มี Linux บางส่วน ตามความเหมาะสม
อ้าวหรอ 5555
-
นอกจากนี้ก็มีเรื่องของทางด้านการให้บริการอินเตอร์เน็ตเซิร์ฟเวอร์ เช่น Web, FTP, Mail, Database ที่แมคเองก็ทำได้เหมือนกัน แต่ไม่เสถียรเท่ากับฝั่ง Linux/Unix ด้วยสาเหตุโครงสร้างสถาปัตยกรรมของระบบปฏิบัติการที่รองรับโหลดสูงๆ ได้ไม่ดีเท่ากับ Linux/Unix ที่มีการจัดการเรื่องพวกนี้ดีกว่า
อาจจะงงว่าข้างบนอ้างถึงเซิร์ฟเวอร์เพื่ออะไร ในเมื่อเราไม่ได้เอาเครื่องโน้ตบุคเราไปทำเป็นเซิร์ฟเวอร์ให้บริการอยู่แล้ว สาเหตุที่อ้างถึง เป็นเพราะว่า สังเกตว่าแมคจะรองรับการทำงานโหลดสูงๆ ได้ไม่ดีเท่าทางฝั่งลินุกซ์ เพราะฉะนั้นถึงแมคจะมีโปรแกรมทางด้านเน็ตเวิร์ก เช่น Wireshark, Dynamips, Dynagen แต่โปรแกรมพวกนี้จะใช้การโหลดของซีพียูสูง รวมถึงการจัดการโพรเซสของระบบปฏิบัติการที่ต้องจัดการเป็นอย่างดี จึงทำให้ทางฝั่งแมครันโปรแกรมพวกนี้ได้ไม่ดีเท่ากับลินุกซ์ครับ
เออ อยากเห็น XServe ล่มเหมือนกันแฮะ :34: ถ้าโพรเซสของ OS X จัดการไม่ดี งานที่ต้องใช้ความเสถียร งานที่ต้องใช้ความผิดพลาดน้อยที่สุด คงไม่ใช้กันหรอกหน่ะ Mac หน่ะ ซื้อมาทำไม แพงก็แพง เรนเดอร์ไปตัดต่อไป เรนเดอร์แล้ว ปรับเปลี่ยนแล้วเรนเดอร์ใหม่ ทำเลย ปรับเลย ไม่ต้องมานั่งรอเรนเดอร์ เค้าคงไม่ใช้ Mac กันหรอก
นึกถึงสมัยก้านกล้วย ถ้าในไทยมีให้เช่า PowerMac ที่เป็นตัวท๊อปซักยี่สิบเครื่อง คงไม่ต้องไปขวัญขวายไปเช่ามาจากสิงคโปร์หรอก บนเวทีคอนเสิร์ต Mix เสียงสดๆ ผ่าน HW ผ่าน MacbookPro ถ้าไม่ต้องการเสถียร และไม่ต้องการ SW และ HW ที่จัดการได้ลงตัว อีตาในวง LinkinPark คงไม่ใช้หรอก :34: มีคนเอา MacMini มาทำเป็น Server ก็เยอะแยะไป ก็ไม่เห็นจะเสียหายอะไร :50:
อันนี้คงต้องเป็นอีกอันที่ต้องขยายความต่ออีกหน่อย
อันนี้ผมกำลังหมายถึงการที่ทำแมคมาทำเป็นเซิร์ฟเวอร์ให้บริการจำพวก Web, FTP, DNS, Mail, Database ที่นำมา "เปรียบเทียบกับลินุกซ์" โอเคว่าลินุกซ์ไม่มีซอฟต์แวร์จำพวกเรนเดอร์หรือมิกซ์เสียงที่เท่าเทียมกันกับแมค ก็คงเอามาเปรียบเทียบไม่ได้และผมก็ไม่ได้นำมาเปรียบเทียบอยู่แล้ว
มาถึงอินเตอร์เน็ตเซิร์ฟเวอร์ที่ให้บริการที่ผมต้องการเปรียบเทียบกับลินุกซ์โดยตรง โอเคว่าแมคสามารถทำอินเตอร์เน็ตเซิร์ฟเวอร์ได้เสถียร แต่มันจะเสถียรอยู่ถึงแค่ระดับหนึ่งเท่านั้น เมื่อจำนวนคนเข้า หรือระดับโหลดสูงถึงระดับหนึ่ง (เช่น คนที่เข้ามาตรวจสอบผลเอ็นทรานซ์ หรือมีจำนวนคนเข้าเท่าสักเว็บ sanook ก็ได้) ก็จะพบว่าแมคจะทำงานช้าลง เนื่องจากภาระโหลดที่เยอะขึ้น เมื่อเทียบกับลินุกซ์ ที่จะสามารถรับภาระโหลดได้มากกว่านี้ ยังไงลองทดสอบได้โดยให้คนที่ทำ MacMini มาเป็นเซิร์ฟเวอร์ ลองเพิ่มจำนวนคนเข้า หรือจำนวนโหลดให้มากขึ้น (โดยอาจจะสมมติว่าเว็บดัง แล้วมีคนเข้าเยอะแล้วก็ได้) ก็จะพบว่า MacMini จะไม่เหมาะสำหรับการเป็นเซิร์ฟเวอร์อีกต่อไป และอาจจะมองระบบปฏิบัติการตัวอื่นแทน
สาเหตุที่เอามาเปรียบเทียบกันได้ สาเหตุมีอยู่สองส่วนคือ ปัจจุบันแมคใช้อินเทลแล้ว ซึ่งสามารถเทียบกับพีซีที่ความถี่สัญญาณนาฬิกาเท่ากันได้เลย และอีกส่วนคือซอฟต์แวร์ ที่ใช้ซอฟต์แวร์เดียวกันเพียงแต่เป็นคนละแพลตฟอร์มเท่านั้น (Apache เป็นต้น) ซึ่งต่างจากงานอื่นๆ ของแมค เช่น เรนเดอร์ ทำกราฟิก หรือมิกซ์เสียง ซึ่งทางลินุกซ์อาจจะมีฮาร์ดแวร์ที่เท่ากัน แต่ไม่มีซอฟต์แวร์ที่ใช้งานได้อยู่ในระดับเท่าเทียมกันแต่อย่างใด
ความสามารถในการจัดการ Process ... อันนี้ก็ไม่รู้ว่าจะวัดกันตรงไหน แต่อย่างน้อยที่สุดความเสถียรของ OS ที่สามารถออกจากวังวนเพื่อ Kill Process ที่เกิดขึ้นต่างๆก็ทำได้ดี
ตั้งแต่ใช้ Mac มาเกือบปี... เพิ่งเคยเจอ Kernel Panic (Blue screen ของน้อง Windows)
ไปเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาเอง... แล้วก็เพิ่งเคยเจอเพียงครั้งเดียว
โดยสาเหตุคิดว่าคงเกิดจาก HDD เนื่องจากดันลากเครื่อง MB ออกมาเล่นบนรถที่เหวี่ยงๆ และกระแทกๆ ซะด้วย
ปล. ความจริงถ้าอยากรู้ข้อเท็จจริงของ Apple ก็สามารถหาได้ภายในเว็บ [url=http://www.apple.com]www.apple.com[/url] ([url]http://www.apple.com[/url]) อยู่แล้วนะคะ แล้วก็ขอแถม เผื่อมีใครหาหน้านี้ไม่เจอด้วย [url]http://www.apple.com/science/whymac/[/url] ([url]http://www.apple.com/science/whymac/[/url])
วิธีการวัดการจัดการโพรเซสทำได้โดยที่บอกไปข้างต้นแล้วครับ คือ เพิ่มจำนวนการโหลด หรือจำลองการโหลดของระบบปฏิบัติการ "ในด้านต่างๆ" ซึ่งผมเน้นที่ด้านภาระโหลดของอินเตอร์เน็ตเซิร์ฟเวอร์ครับ
Ubuntu ผมตั้งแต่ใช้มาก็ยังไม่เคย Kernel Panic เลยนะ ส่วนใหญ่มีแต่โปรแกรมรวนๆ ซึ่งก็ไม่เกี่ยวกับระบบปฏิบัติการสักเท่าไหร่
-
ความสามารถในการจัดการ Process ... อันนี้ก็ไม่รู้ว่าจะวัดกันตรงไหน แต่อย่างน้อยที่สุดความเสถียรของ OS ที่สามารถออกจากวังวนเพื่อ Kill Process ที่เกิดขึ้นต่างๆก็ทำได้ดี
ตั้งแต่ใช้ Mac มาเกือบปี... เพิ่งเคยเจอ Kernel Panic (Blue screen ของน้อง Windows)
ไปเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาเอง... แล้วก็เพิ่งเคยเจอเพียงครั้งเดียว
โดยสาเหตุคิดว่าคงเกิดจาก HDD เนื่องจากดันลากเครื่อง MB ออกมาเล่นบนรถที่เหวี่ยงๆ และกระแทกๆ ซะด้วย
ปล. ความจริงถ้าอยากรู้ข้อเท็จจริงของ Apple ก็สามารถหาได้ภายในเว็บ [url=http://www.apple.com]www.apple.com[/url] ([url]http://www.apple.com[/url]) อยู่แล้วนะคะ แล้วก็ขอแถม เผื่อมีใครหาหน้านี้ไม่เจอด้วย [url]http://www.apple.com/science/whymac/[/url] ([url]http://www.apple.com/science/whymac/[/url])
วิธีการวัดการจัดการโพรเซสทำได้โดยที่บอกไปข้างต้นแล้วครับ คือ เพิ่มจำนวนการโหลด หรือจำลองการโหลดของระบบปฏิบัติการ "ในด้านต่างๆ" ซึ่งผมเน้นที่ด้านภาระโหลดของอินเตอร์เน็ตเซิร์ฟเวอร์ครับ
Ubuntu ผมตั้งแต่ใช้มาก็ยังไม่เคย Kernel Panic เลยนะ ส่วนใหญ่มีแต่โปรแกรมรวนๆ ซึ่งก็ไม่เกี่ยวกับระบบปฏิบัติการสักเท่าไหร่
อ่อ ก็อย่างที่ได้บอกไปนะคะว่าการเกิด Kernel Panic นั้นเกิดบนรถ ไม่ได้อยู่ในสถานที่เหมาะสมแก่การเปิด Notebook หรือ Macbook ใดๆ
ขออภัย เพิ่งมีผู้รู้มาไขความให้กระจ่าง
-
นอกจากนี้ก็มีเรื่องของทางด้านการให้บริการอินเตอร์เน็ตเซิร์ฟเวอร์ เช่น Web, FTP, Mail, Database ที่แมคเองก็ทำได้เหมือนกัน แต่ไม่เสถียรเท่ากับฝั่ง Linux/Unix ด้วยสาเหตุโครงสร้างสถาปัตยกรรมของระบบปฏิบัติการที่รองรับโหลดสูงๆ ได้ไม่ดีเท่ากับ Linux/Unix ที่มีการจัดการเรื่องพวกนี้ดีกว่า
อาจจะงงว่าข้างบนอ้างถึงเซิร์ฟเวอร์เพื่ออะไร ในเมื่อเราไม่ได้เอาเครื่องโน้ตบุคเราไปทำเป็นเซิร์ฟเวอร์ให้บริการอยู่แล้ว สาเหตุที่อ้างถึง เป็นเพราะว่า สังเกตว่าแมคจะรองรับการทำงานโหลดสูงๆ ได้ไม่ดีเท่าทางฝั่งลินุกซ์ เพราะฉะนั้นถึงแมคจะมีโปรแกรมทางด้านเน็ตเวิร์ก เช่น Wireshark, Dynamips, Dynagen แต่โปรแกรมพวกนี้จะใช้การโหลดของซีพียูสูง รวมถึงการจัดการโพรเซสของระบบปฏิบัติการที่ต้องจัดการเป็นอย่างดี จึงทำให้ทางฝั่งแมครันโปรแกรมพวกนี้ได้ไม่ดีเท่ากับลินุกซ์ครับ
เออ อยากเห็น XServe ล่มเหมือนกันแฮะ :34: ถ้าโพรเซสของ OS X จัดการไม่ดี งานที่ต้องใช้ความเสถียร งานที่ต้องใช้ความผิดพลาดน้อยที่สุด คงไม่ใช้กันหรอกหน่ะ Mac หน่ะ ซื้อมาทำไม แพงก็แพง เรนเดอร์ไปตัดต่อไป เรนเดอร์แล้ว ปรับเปลี่ยนแล้วเรนเดอร์ใหม่ ทำเลย ปรับเลย ไม่ต้องมานั่งรอเรนเดอร์ เค้าคงไม่ใช้ Mac กันหรอก
นึกถึงสมัยก้านกล้วย ถ้าในไทยมีให้เช่า PowerMac ที่เป็นตัวท๊อปซักยี่สิบเครื่อง คงไม่ต้องไปขวัญขวายไปเช่ามาจากสิงคโปร์หรอก บนเวทีคอนเสิร์ต Mix เสียงสดๆ ผ่าน HW ผ่าน MacbookPro ถ้าไม่ต้องการเสถียร และไม่ต้องการ SW และ HW ที่จัดการได้ลงตัว อีตาในวง LinkinPark คงไม่ใช้หรอก :34: มีคนเอา MacMini มาทำเป็น Server ก็เยอะแยะไป ก็ไม่เห็นจะเสียหายอะไร :50:
อันนี้คงต้องเป็นอีกอันที่ต้องขยายความต่ออีกหน่อย
อันนี้ผมกำลังหมายถึงการที่ทำแมคมาทำเป็นเซิร์ฟเวอร์ให้บริการจำพวก Web, FTP, DNS, Mail, Database ที่นำมา "เปรียบเทียบกับลินุกซ์" โอเคว่าลินุกซ์ไม่มีซอฟต์แวร์จำพวกเรนเดอร์หรือมิกซ์เสียงที่เท่าเทียมกันกับแมค ก็คงเอามาเปรียบเทียบไม่ได้และผมก็ไม่ได้นำมาเปรียบเทียบอยู่แล้ว
มาถึงอินเตอร์เน็ตเซิร์ฟเวอร์ที่ให้บริการที่ผมต้องการเปรียบเทียบกับลินุกซ์โดยตรง โอเคว่าแมคสามารถทำอินเตอร์เน็ตเซิร์ฟเวอร์ได้เสถียร แต่มันจะเสถียรอยู่ถึงแค่ระดับหนึ่งเท่านั้น เมื่อจำนวนคนเข้า หรือระดับโหลดสูงถึงระดับหนึ่ง (เช่น คนที่เข้ามาตรวจสอบผลเอ็นทรานซ์ หรือมีจำนวนคนเข้าเท่าสักเว็บ sanook ก็ได้) ก็จะพบว่าแมคจะทำงานช้าลง เนื่องจากภาระโหลดที่เยอะขึ้น เมื่อเทียบกับลินุกซ์ ที่จะสามารถรับภาระโหลดได้มากกว่านี้ ยังไงลองทดสอบได้โดยให้คนที่ทำ MacMini มาเป็นเซิร์ฟเวอร์ ลองเพิ่มจำนวนคนเข้า หรือจำนวนโหลดให้มากขึ้น (โดยอาจจะสมมติว่าเว็บดัง แล้วมีคนเข้าเยอะแล้วก็ได้) ก็จะพบว่า MacMini จะไม่เหมาะสำหรับการเป็นเซิร์ฟเวอร์อีกต่อไป และอาจจะมองระบบปฏิบัติการตัวอื่นแทน
สาเหตุที่เอามาเปรียบเทียบกันได้ สาเหตุมีอยู่สองส่วนคือ ปัจจุบันแมคใช้อินเทลแล้ว ซึ่งสามารถเทียบกับพีซีที่ความถี่สัญญาณนาฬิกาเท่ากันได้เลย และอีกส่วนคือซอฟต์แวร์ ที่ใช้ซอฟต์แวร์เดียวกันเพียงแต่เป็นคนละแพลตฟอร์มเท่านั้น (Apache เป็นต้น) ซึ่งต่างจากงานอื่นๆ ของแมค เช่น เรนเดอร์ ทำกราฟิก หรือมิกซ์เสียง ซึ่งทางลินุกซ์อาจจะมีฮาร์ดแวร์ที่เท่ากัน แต่ไม่มีซอฟต์แวร์ที่ใช้งานได้อยู่ในระดับเท่าเทียมกันแต่อย่างใด
ความสามารถในการจัดการ Process ... อันนี้ก็ไม่รู้ว่าจะวัดกันตรงไหน แต่อย่างน้อยที่สุดความเสถียรของ OS ที่สามารถออกจากวังวนเพื่อ Kill Process ที่เกิดขึ้นต่างๆก็ทำได้ดี
ตั้งแต่ใช้ Mac มาเกือบปี... เพิ่งเคยเจอ Kernel Panic (Blue screen ของน้อง Windows)
ไปเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาเอง... แล้วก็เพิ่งเคยเจอเพียงครั้งเดียว
โดยสาเหตุคิดว่าคงเกิดจาก HDD เนื่องจากดันลากเครื่อง MB ออกมาเล่นบนรถที่เหวี่ยงๆ และกระแทกๆ ซะด้วย
ปล. ความจริงถ้าอยากรู้ข้อเท็จจริงของ Apple ก็สามารถหาได้ภายในเว็บ [url=http://www.apple.com]www.apple.com[/url] ([url]http://www.apple.com[/url]) อยู่แล้วนะคะ แล้วก็ขอแถม เผื่อมีใครหาหน้านี้ไม่เจอด้วย [url]http://www.apple.com/science/whymac/[/url] ([url]http://www.apple.com/science/whymac/[/url])
วิธีการวัดการจัดการโพรเซสทำได้โดยที่บอกไปข้างต้นแล้วครับ คือ เพิ่มจำนวนการโหลด หรือจำลองการโหลดของระบบปฏิบัติการ "ในด้านต่างๆ" ซึ่งผมเน้นที่ด้านภาระโหลดของอินเตอร์เน็ตเซิร์ฟเวอร์ครับ
Ubuntu ผมตั้งแต่ใช้มาก็ยังไม่เคย Kernel Panic เลยนะ ส่วนใหญ่มีแต่โปรแกรมรวนๆ ซึ่งก็ไม่เกี่ยวกับระบบปฏิบัติการสักเท่าไหร่
อืม ผมพึงรู้ว่าเทียบกันได้ ด้วย ขนาดผม คิดว่า CPU เหมือนกัน ผมยังไม่กล้าเปรียบเทียบเลย อยากรู้ถามอะไรเพิ่ม จารย์ครับ ผมว่าอาจารย์ตอบได้ดีกว่าผมมากครับ
-
มีคนบอก MAC เล่นเกมส์ไม่ได้ว้อยยย เหอะๆ(ละคนส่วนใหญ่เจือกไม่รู้จัก VMware)
-
นอกจากนี้ก็มีเรื่องของทางด้านการให้บริการอินเตอร์เน็ตเซิร์ฟเวอร์ เช่น Web, FTP, Mail, Database ที่แมคเองก็ทำได้เหมือนกัน แต่ไม่เสถียรเท่ากับฝั่ง Linux/Unix ด้วยสาเหตุโครงสร้างสถาปัตยกรรมของระบบปฏิบัติการที่รองรับโหลดสูงๆ ได้ไม่ดีเท่ากับ Linux/Unix ที่มีการจัดการเรื่องพวกนี้ดีกว่า
อาจจะงงว่าข้างบนอ้างถึงเซิร์ฟเวอร์เพื่ออะไร ในเมื่อเราไม่ได้เอาเครื่องโน้ตบุคเราไปทำเป็นเซิร์ฟเวอร์ให้บริการอยู่แล้ว สาเหตุที่อ้างถึง เป็นเพราะว่า สังเกตว่าแมคจะรองรับการทำงานโหลดสูงๆ ได้ไม่ดีเท่าทางฝั่งลินุกซ์ เพราะฉะนั้นถึงแมคจะมีโปรแกรมทางด้านเน็ตเวิร์ก เช่น Wireshark, Dynamips, Dynagen แต่โปรแกรมพวกนี้จะใช้การโหลดของซีพียูสูง รวมถึงการจัดการโพรเซสของระบบปฏิบัติการที่ต้องจัดการเป็นอย่างดี จึงทำให้ทางฝั่งแมครันโปรแกรมพวกนี้ได้ไม่ดีเท่ากับลินุกซ์ครับ
เออ อยากเห็น XServe ล่มเหมือนกันแฮะ :34: ถ้าโพรเซสของ OS X จัดการไม่ดี งานที่ต้องใช้ความเสถียร งานที่ต้องใช้ความผิดพลาดน้อยที่สุด คงไม่ใช้กันหรอกหน่ะ Mac หน่ะ ซื้อมาทำไม แพงก็แพง เรนเดอร์ไปตัดต่อไป เรนเดอร์แล้ว ปรับเปลี่ยนแล้วเรนเดอร์ใหม่ ทำเลย ปรับเลย ไม่ต้องมานั่งรอเรนเดอร์ เค้าคงไม่ใช้ Mac กันหรอก
นึกถึงสมัยก้านกล้วย ถ้าในไทยมีให้เช่า PowerMac ที่เป็นตัวท๊อปซักยี่สิบเครื่อง คงไม่ต้องไปขวัญขวายไปเช่ามาจากสิงคโปร์หรอก บนเวทีคอนเสิร์ต Mix เสียงสดๆ ผ่าน HW ผ่าน MacbookPro ถ้าไม่ต้องการเสถียร และไม่ต้องการ SW และ HW ที่จัดการได้ลงตัว อีตาในวง LinkinPark คงไม่ใช้หรอก :34: มีคนเอา MacMini มาทำเป็น Server ก็เยอะแยะไป ก็ไม่เห็นจะเสียหายอะไร :50:
อันนี้คงต้องเป็นอีกอันที่ต้องขยายความต่ออีกหน่อย
อันนี้ผมกำลังหมายถึงการที่ทำแมคมาทำเป็นเซิร์ฟเวอร์ให้บริการจำพวก Web, FTP, DNS, Mail, Database ที่นำมา "เปรียบเทียบกับลินุกซ์" โอเคว่าลินุกซ์ไม่มีซอฟต์แวร์จำพวกเรนเดอร์หรือมิกซ์เสียงที่เท่าเทียมกันกับแมค ก็คงเอามาเปรียบเทียบไม่ได้และผมก็ไม่ได้นำมาเปรียบเทียบอยู่แล้ว
มาถึงอินเตอร์เน็ตเซิร์ฟเวอร์ที่ให้บริการที่ผมต้องการเปรียบเทียบกับลินุกซ์โดยตรง โอเคว่าแมคสามารถทำอินเตอร์เน็ตเซิร์ฟเวอร์ได้เสถียร แต่มันจะเสถียรอยู่ถึงแค่ระดับหนึ่งเท่านั้น เมื่อจำนวนคนเข้า หรือระดับโหลดสูงถึงระดับหนึ่ง (เช่น คนที่เข้ามาตรวจสอบผลเอ็นทรานซ์ หรือมีจำนวนคนเข้าเท่าสักเว็บ sanook ก็ได้) ก็จะพบว่าแมคจะทำงานช้าลง เนื่องจากภาระโหลดที่เยอะขึ้น เมื่อเทียบกับลินุกซ์ ที่จะสามารถรับภาระโหลดได้มากกว่านี้ ยังไงลองทดสอบได้โดยให้คนที่ทำ MacMini มาเป็นเซิร์ฟเวอร์ ลองเพิ่มจำนวนคนเข้า หรือจำนวนโหลดให้มากขึ้น (โดยอาจจะสมมติว่าเว็บดัง แล้วมีคนเข้าเยอะแล้วก็ได้) ก็จะพบว่า MacMini จะไม่เหมาะสำหรับการเป็นเซิร์ฟเวอร์อีกต่อไป และอาจจะมองระบบปฏิบัติการตัวอื่นแทน
สาเหตุที่เอามาเปรียบเทียบกันได้ สาเหตุมีอยู่สองส่วนคือ ปัจจุบันแมคใช้อินเทลแล้ว ซึ่งสามารถเทียบกับพีซีที่ความถี่สัญญาณนาฬิกาเท่ากันได้เลย และอีกส่วนคือซอฟต์แวร์ ที่ใช้ซอฟต์แวร์เดียวกันเพียงแต่เป็นคนละแพลตฟอร์มเท่านั้น (Apache เป็นต้น) ซึ่งต่างจากงานอื่นๆ ของแมค เช่น เรนเดอร์ ทำกราฟิก หรือมิกซ์เสียง ซึ่งทางลินุกซ์อาจจะมีฮาร์ดแวร์ที่เท่ากัน แต่ไม่มีซอฟต์แวร์ที่ใช้งานได้อยู่ในระดับเท่าเทียมกันแต่อย่างใด
ความสามารถในการจัดการ Process ... อันนี้ก็ไม่รู้ว่าจะวัดกันตรงไหน แต่อย่างน้อยที่สุดความเสถียรของ OS ที่สามารถออกจากวังวนเพื่อ Kill Process ที่เกิดขึ้นต่างๆก็ทำได้ดี
ตั้งแต่ใช้ Mac มาเกือบปี... เพิ่งเคยเจอ Kernel Panic (Blue screen ของน้อง Windows)
ไปเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาเอง... แล้วก็เพิ่งเคยเจอเพียงครั้งเดียว
โดยสาเหตุคิดว่าคงเกิดจาก HDD เนื่องจากดันลากเครื่อง MB ออกมาเล่นบนรถที่เหวี่ยงๆ และกระแทกๆ ซะด้วย
ปล. ความจริงถ้าอยากรู้ข้อเท็จจริงของ Apple ก็สามารถหาได้ภายในเว็บ [url=http://www.apple.com]www.apple.com[/url] ([url]http://www.apple.com[/url]) อยู่แล้วนะคะ แล้วก็ขอแถม เผื่อมีใครหาหน้านี้ไม่เจอด้วย [url]http://www.apple.com/science/whymac/[/url] ([url]http://www.apple.com/science/whymac/[/url])
วิธีการวัดการจัดการโพรเซสทำได้โดยที่บอกไปข้างต้นแล้วครับ คือ เพิ่มจำนวนการโหลด หรือจำลองการโหลดของระบบปฏิบัติการ "ในด้านต่างๆ" ซึ่งผมเน้นที่ด้านภาระโหลดของอินเตอร์เน็ตเซิร์ฟเวอร์ครับ
Ubuntu ผมตั้งแต่ใช้มาก็ยังไม่เคย Kernel Panic เลยนะ ส่วนใหญ่มีแต่โปรแกรมรวนๆ ซึ่งก็ไม่เกี่ยวกับระบบปฏิบัติการสักเท่าไหร่
Macmini นั้นไม่ได้สร้างขึ้นมาเพื่อทำ Server อยู่แล้ว สร้างขึ้นมาเพื่อใช้เล่นเน็ต ดูหนัง ฟังเพลง อะไรนิดๆหน่อยๆ เพราะฉะนั้นจะเอามาเทียบกับการทำงานของ Server อย่างตัวใหญ่ๆเจ้าอื่นๆ ไม่ได้อยู่แล้ว แต่คุณมีอะไรมายืนยันว่า Xserve นั้นเมื่อมีการโหลดมากๆ แล้วจะไม่สามารถทำงานได้เทียบเท่า Linux :34: :34:
-
มีคนบอก MAC เล่นเกมส์ไม่ได้ว้อยยย เหอะๆ(ละคนส่วนใหญ่เจือกไม่รู้จัก VMware)
http://www.apple.com/downloads/macosx/games/ (http://www.apple.com/downloads/macosx/games/)
-
มีคนบอก MAC เล่นเกมส์ไม่ได้ว้อยยย เหอะๆ(ละคนส่วนใหญ่เจือกไม่รู้จัก VMware)
[url]http://www.apple.com/downloads/macosx/games/[/url] ([url]http://www.apple.com/downloads/macosx/games/[/url])
- - ซะงั้น จะตีกอร์ฟเล่นปังย่าๆๆๆ
-
เพิ่มเติม VMware ลงปังย่าไม่ได้ !!!
-
มีคนบอก MAC เล่นเกมส์ไม่ได้ว้อยยย เหอะๆ(ละคนส่วนใหญ่เจือกไม่รู้จัก VMware)
[url]http://www.apple.com/downloads/macosx/games/[/url] ([url]http://www.apple.com/downloads/macosx/games/[/url])
- - ซะงั้น จะตีกอร์ฟเล่นปังย่าๆๆๆ
จะเล่นเกมส์ แล้วมาดู Macintosh ทำไมกัน
ลองเดินไปร้าน iStudio แล้วถามหาแผ่นเกมส์จิ แผ่นละเกือบพัน ของ EA
-
เหอๆ ถ้าจะเล่นเกม กรุณาลง Windows ด้วยครับ เพื่อชีวิตที่ดีกว่า (Linux & Mac แพ้เห็นๆ ข้อนี้)
แล้วขอร้องว่าอย่าลง Vmware เอาไว้เล่นเกมส์ ไม่เวิร์กแน่ๆ
หรือถ้าเวิร์กก็บอกนะ จะไปลองกับคอมห้อง 203 กับ 207 :43:
-
งงสุดๆ ผมไปบอกตรงไหน บรรทัดไหนเนี่ย ว่าแมคมีช่องโหว่มากกว่าวินโดว์ รู้สึกว่าผมจะไม่ได้เปิดประเด็นเรื่องช่องโหว่ของระบบปฏิบัติการด้วยเลยนะ
55555 เดี๋ยวเอามาให้ดูครับ ที่ผม ทำสีแดงไว้ไม่เกียวกับ OS หรอครับ ไม่มี OS คงรันได้หรอกเนอะพวก Service เนีย
ผมค้นพบเส้นทางสายหนึ่งที่แมคไม่เวิร์กแน่นอน นั่นคือ ทางด้าน Security
เอ่อ ขออภัย ไม่นึกว่ามันจะแปลไปอย่างนั้นได้ด้วย อ่านแล้วเก็ทเลย ขอแก้ไขความเข้าใจใหม่แล้วกันว่าผมกำลังหมายถึงการใช้งานทางด้าน Security เช่น การตรวจสอบระบบ การเจาะระบบ ครับ ไม่ได้หมายถึง Security ของระบบปฏิบัติการแต่อย่างใด
[url]http://www.apple.com/downloads/macosx/networking_security/[/url] ([url]http://www.apple.com/downloads/macosx/networking_security/[/url])
[url]http://www.macupdate.com/search.php?arch=all&keywords=security&os=macosx[/url] ([url]http://www.macupdate.com/search.php?arch=all&keywords=security&os=macosx[/url])
[url]http://www.versiontracker.com/macosx/security[/url] ([url]http://www.versiontracker.com/macosx/security[/url])
:34: :34: :34:
เว็บที่เกี่ยวกับทูล Security ของแมคที่ให้มานั้น ลองเข้าไปดูแล้ว พบว่า โปรแกรมส่วนใหญ่เกือบทั้งหมดจัดอยู่ในหมวด "ป้องกัน" และเป็นเพียงแค่ "script kiddie" คือทูลสำหรับคนที่ไม่จำเป็นต้องมีความเข้าใจทางด้าน Security ก็ใช้งานได้แล้ว แต่สังเกตได้เลยว่าแมคไม่มีทูลสำหรับแฮคเกอร์ระดับสูงที่ต้องใช้ความรู้ความเข้าใจทางด้าน Security มากพอสมควรเลย
http://sectools.org
เว็บข้างบน เป็นเว็บที่บอก top 100 security tools ที่นิยมใช้กันมากที่สุดในหมู่แฮคเกอร์ เมื่อเข้าไปแน่นอนว่าทุกคนต้องแปลกใจแน่ๆ ว่ามีทูลเยอะมากที่สามารถรันบนแมคได้ ซึ่งในความเป็นจริงแล้วมันไม่ใช่เลย จากประสบการณ์จริงพบว่า มันใช้งานบนแมคได้จริง แต่ก็จะพบปัญหามากมาย อันได้แก่
- ลงยากมากๆ เพราะขาด dependencies ซึ่งก็ต้องไปตามหาอีก ทูลบางอันกว่าจะลงได้ใช้เวลาทั้งวัน
- ลงใช้งานได้แล้ว แต่ดันไม่ compatible กับ hardware ของแมค หรือก็ใช้งานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ
ยกตัวอย่างที่เห็นกันชัดๆ เลยคือ Aircrack ซึ่งเป็นทูลไว้สำหรับแฮค Wireless ซึ่งถ้าลงบนวินโดว์ก็จะใช้กับการ์ด Wireless ยี่ห้อดังๆ ได้เท่านั้น และบางรุ่นก็ใช้งานหลายๆ ฟังก์ชันไม่ได้ ยิ่งถ้าเป็นแมคยิ่งไม่ต้องพูดถึงเลย ต้องไปซื้อ External Wireless มาใช้
-
มีคนบอก MAC เล่นเกมส์ไม่ได้ว้อยยย เหอะๆ(ละคนส่วนใหญ่เจือกไม่รู้จัก VMware)
[url]http://www.apple.com/downloads/macosx/games/[/url] ([url]http://www.apple.com/downloads/macosx/games/[/url])
- - ซะงั้น จะตีกอร์ฟเล่นปังย่าๆๆๆ
จะเล่นเกมส์ แล้วมาดู Macintosh ทำไมกัน
ลองเดินไปร้าน iStudio แล้วถามหาแผ่นเกมส์จิ แผ่นละเกือบพัน ของ EA
แพงงงงงงงงง โหลดบิตยังรู้สึกเหนื่อยเลย เสียตังซื้อไม่ต้องพูดถึง
-
เพิ่มเติม VMware ลงปังย่าไม่ได้ !!!
คุณจะเล่นปังย่า คุณก็ไปใช้ Bootcamp สิมาใช้ VMWare ทำไม
-
มีคนบอก MAC เล่นเกมส์ไม่ได้ว้อยยย เหอะๆ(ละคนส่วนใหญ่เจือกไม่รู้จัก VMware)
ตอบด้วยภาพแหละกัน
และคิดว่าอีกไม่นานก็คงได้พบกับเกมส์ใหม่ๆกว่านี้อีกเยอะ
-
ม่ายยยยรู้ รอทำปังย่าออกมาละมีแผ่นปลอมมาก่อนละกัน บอกแล้วจะตีกอร์ฟๆ อิอิ
-
งงสุดๆ ผมไปบอกตรงไหน บรรทัดไหนเนี่ย ว่าแมคมีช่องโหว่มากกว่าวินโดว์ รู้สึกว่าผมจะไม่ได้เปิดประเด็นเรื่องช่องโหว่ของระบบปฏิบัติการด้วยเลยนะ
55555 เดี๋ยวเอามาให้ดูครับ ที่ผม ทำสีแดงไว้ไม่เกียวกับ OS หรอครับ ไม่มี OS คงรันได้หรอกเนอะพวก Service เนีย
ผมค้นพบเส้นทางสายหนึ่งที่แมคไม่เวิร์กแน่นอน นั่นคือ ทางด้าน Security
เอ่อ ขออภัย ไม่นึกว่ามันจะแปลไปอย่างนั้นได้ด้วย อ่านแล้วเก็ทเลย ขอแก้ไขความเข้าใจใหม่แล้วกันว่าผมกำลังหมายถึงการใช้งานทางด้าน Security เช่น การตรวจสอบระบบ การเจาะระบบ ครับ ไม่ได้หมายถึง Security ของระบบปฏิบัติการแต่อย่างใด
[url]http://www.apple.com/downloads/macosx/networking_security/[/url] ([url]http://www.apple.com/downloads/macosx/networking_security/[/url])
[url]http://www.macupdate.com/search.php?arch=all&keywords=security&os=macosx[/url] ([url]http://www.macupdate.com/search.php?arch=all&keywords=security&os=macosx[/url])
[url]http://www.versiontracker.com/macosx/security[/url] ([url]http://www.versiontracker.com/macosx/security[/url])
:34: :34: :34:
เว็บที่เกี่ยวกับทูล Security ของแมคที่ให้มานั้น ลองเข้าไปดูแล้ว พบว่า โปรแกรมส่วนใหญ่เกือบทั้งหมดจัดอยู่ในหมวด "ป้องกัน" และเป็นเพียงแค่ "script kiddie" คือทูลสำหรับคนที่ไม่จำเป็นต้องมีความเข้าใจทางด้าน Security ก็ใช้งานได้แล้ว แต่สังเกตได้เลยว่าแมคไม่มีทูลสำหรับแฮคเกอร์ระดับสูงที่ต้องใช้ความรู้ความเข้าใจทางด้าน Security มากพอสมควรเลย
[url]http://sectools.org[/url]
เว็บข้างบน เป็นเว็บที่บอก top 100 security tools ที่นิยมใช้กันมากที่สุดในหมู่แฮคเกอร์ เมื่อเข้าไปแน่นอนว่าทุกคนต้องแปลกใจแน่ๆ ว่ามีทูลเยอะมากที่สามารถรันบนแมคได้ ซึ่งในความเป็นจริงแล้วมันไม่ใช่เลย จากประสบการณ์จริงพบว่า มันใช้งานบนแมคได้จริง แต่ก็จะพบปัญหามากมาย อันได้แก่
- ลงยากมากๆ เพราะขาด dependencies ซึ่งก็ต้องไปตามหาอีก ทูลบางอันกว่าจะลงได้ใช้เวลาทั้งวัน
- ลงใช้งานได้แล้ว แต่ดันไม่ compatible กับ hardware ของแมค หรือก็ใช้งานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ
ยกตัวอย่างที่เห็นกันชัดๆ เลยคือ Aircrack ซึ่งเป็นทูลไว้สำหรับแฮค Wireless ซึ่งถ้าลงบนวินโดว์ก็จะใช้กับการ์ด Wireless ยี่ห้อดังๆ ได้เท่านั้น และบางรุ่นก็ใช้งานหลายๆ ฟังก์ชันไม่ได้ ยิ่งถ้าเป็นแมคยิ่งไม่ต้องพูดถึงเลย ต้องไปซื้อ External Wireless มาใช้
ไม่เก่าไปหน่อยเหรอคุณ หาของใหม่มายืนยันหน่อย อีกอย่าง External Wireless ต่อกับแมค คืออะไรเหรอ ไม่รู้จัก
-
ที่รู้ๆ network management ที่เรียนอยู่บังคับ visio ก่อนหน้าก็ rational rose ถึงบอกว่าคนทั่วไปยึดติดกับ window ถ้าใช้ mac ก็เหนื่อยหน่อย ในบางเรื่อง
-
งงสุดๆ ผมไปบอกตรงไหน บรรทัดไหนเนี่ย ว่าแมคมีช่องโหว่มากกว่าวินโดว์ รู้สึกว่าผมจะไม่ได้เปิดประเด็นเรื่องช่องโหว่ของระบบปฏิบัติการด้วยเลยนะ
55555 เดี๋ยวเอามาให้ดูครับ ที่ผม ทำสีแดงไว้ไม่เกียวกับ OS หรอครับ ไม่มี OS คงรันได้หรอกเนอะพวก Service เนีย
ผมค้นพบเส้นทางสายหนึ่งที่แมคไม่เวิร์กแน่นอน นั่นคือ ทางด้าน Security
เอ่อ ขออภัย ไม่นึกว่ามันจะแปลไปอย่างนั้นได้ด้วย อ่านแล้วเก็ทเลย ขอแก้ไขความเข้าใจใหม่แล้วกันว่าผมกำลังหมายถึงการใช้งานทางด้าน Security เช่น การตรวจสอบระบบ การเจาะระบบ ครับ ไม่ได้หมายถึง Security ของระบบปฏิบัติการแต่อย่างใด
[url]http://www.apple.com/downloads/macosx/networking_security/[/url] ([url]http://www.apple.com/downloads/macosx/networking_security/[/url])
[url]http://www.macupdate.com/search.php?arch=all&keywords=security&os=macosx[/url] ([url]http://www.macupdate.com/search.php?arch=all&keywords=security&os=macosx[/url])
[url]http://www.versiontracker.com/macosx/security[/url] ([url]http://www.versiontracker.com/macosx/security[/url])
:34: :34: :34:
เว็บที่เกี่ยวกับทูล Security ของแมคที่ให้มานั้น ลองเข้าไปดูแล้ว พบว่า โปรแกรมส่วนใหญ่เกือบทั้งหมดจัดอยู่ในหมวด "ป้องกัน" และเป็นเพียงแค่ "script kiddie" คือทูลสำหรับคนที่ไม่จำเป็นต้องมีความเข้าใจทางด้าน Security ก็ใช้งานได้แล้ว แต่สังเกตได้เลยว่าแมคไม่มีทูลสำหรับแฮคเกอร์ระดับสูงที่ต้องใช้ความรู้ความเข้าใจทางด้าน Security มากพอสมควรเลย
[url]http://sectools.org[/url]
เว็บข้างบน เป็นเว็บที่บอก top 100 security tools ที่นิยมใช้กันมากที่สุดในหมู่แฮคเกอร์ เมื่อเข้าไปแน่นอนว่าทุกคนต้องแปลกใจแน่ๆ ว่ามีทูลเยอะมากที่สามารถรันบนแมคได้ ซึ่งในความเป็นจริงแล้วมันไม่ใช่เลย จากประสบการณ์จริงพบว่า มันใช้งานบนแมคได้จริง แต่ก็จะพบปัญหามากมาย อันได้แก่
- ลงยากมากๆ เพราะขาด dependencies ซึ่งก็ต้องไปตามหาอีก ทูลบางอันกว่าจะลงได้ใช้เวลาทั้งวัน
- ลงใช้งานได้แล้ว แต่ดันไม่ compatible กับ hardware ของแมค หรือก็ใช้งานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ
ยกตัวอย่างที่เห็นกันชัดๆ เลยคือ Aircrack ซึ่งเป็นทูลไว้สำหรับแฮค Wireless ซึ่งถ้าลงบนวินโดว์ก็จะใช้กับการ์ด Wireless ยี่ห้อดังๆ ได้เท่านั้น และบางรุ่นก็ใช้งานหลายๆ ฟังก์ชันไม่ได้ ยิ่งถ้าเป็นแมคยิ่งไม่ต้องพูดถึงเลย ต้องไปซื้อ External Wireless มาใช้
ถ้าอยากให้มันใช้ได้ ทำไมไม่เขียน Frimware ที่เป็น GPIO เองหละ ?
-
ที่รู้ๆ network management ที่เรียนอยู่บังคับ visio ก่อนหน้าก็ rational rose ถึงบอกว่าคนทั่วไปยึดติดกับ window ถ้าใช้ mac ก็เหนื่อยหน่อย ในบางเรื่อง
ก็ตราบใดที่คนใช้งานยังคงติด Windows การส่งเสริมเรื่องลิขสิทธิ์ SW ก็เป็นไปได้ยากเช่นเดียวกัน
แต่...ตอนนี้หลายๆโรงเรียนระดับมัธยมเริ่มจัดการเรียนการสอนด้วยเครื่อง Mac ยก Class กันแล้วนะคะ... ซึ่งมันก็เป็นเพียงการเริ่มต้นที่จะต้องรอดูต่อไปในอนาคตนะคะ
-
ไม่เก่าไปหน่อยเหรอคุณ หาของใหม่มายืนยันหน่อย อีกอย่าง External Wireless ต่อกับแมค คืออะไรเหรอ ไม่รู้จัก
ถึงมันจะดูเก่า แต่ก็อ้างอิงได้ตลอดนะครับ เพราะอย่างตอนนี้ tool ที่ผมใช้ก็วนเวียนอยู่แถวๆ หน้าแรกนั่นแหละ
เก่าแล้วใช่ว่าจะอ้างอิงไม่ได้ เพราะสาระสำคัญคือมี tool อะไรบ้าง ไม่ได้อยู่ที่ว่าอะไรดีสุด เพราะอันที่ดีที่สุดใช่ว่าจะทำได้ทุกอย่าง ต้องใช้หลายๆ tool ประกอบกัน
การจัดอันดับ tool ในเว็บนั้นก็เหมือนจัดอันดับคนรวยที่สุดในโลก
ยังไงๆ มันก็มีชื่อบิลเกตต์วันยังค่ำแหละ
-
ที่รู้ๆ network management ที่เรียนอยู่บังคับ visio ก่อนหน้าก็ rational rose ถึงบอกว่าคนทั่วไปยึดติดกับ window ถ้าใช้ mac ก็เหนื่อยหน่อย ในบางเรื่อง
ไม่เห็นเหนื่อย โปรแกรมอื่นก็ทำได้ ที่อาจารย์ส่วนใหญ่มักจะบอก ว่าให้ใช้ Tools นั้น นี้ ก็เพราะงานที่ออกมาจาก Tools นั้นๆ ตะหาก เพราะฉนั้น ถ้างานออกมาเหมือนกัน ก็ไม่เห็นจำเป็นต้องใช้ Tools นั้นๆ:49: :49:
-
งงสุดๆ ผมไปบอกตรงไหน บรรทัดไหนเนี่ย ว่าแมคมีช่องโหว่มากกว่าวินโดว์ รู้สึกว่าผมจะไม่ได้เปิดประเด็นเรื่องช่องโหว่ของระบบปฏิบัติการด้วยเลยนะ
55555 เดี๋ยวเอามาให้ดูครับ ที่ผม ทำสีแดงไว้ไม่เกียวกับ OS หรอครับ ไม่มี OS คงรันได้หรอกเนอะพวก Service เนีย
ผมค้นพบเส้นทางสายหนึ่งที่แมคไม่เวิร์กแน่นอน นั่นคือ ทางด้าน Security
เอ่อ ขออภัย ไม่นึกว่ามันจะแปลไปอย่างนั้นได้ด้วย อ่านแล้วเก็ทเลย ขอแก้ไขความเข้าใจใหม่แล้วกันว่าผมกำลังหมายถึงการใช้งานทางด้าน Security เช่น การตรวจสอบระบบ การเจาะระบบ ครับ ไม่ได้หมายถึง Security ของระบบปฏิบัติการแต่อย่างใด
[url]http://www.apple.com/downloads/macosx/networking_security/[/url] ([url]http://www.apple.com/downloads/macosx/networking_security/[/url])
[url]http://www.macupdate.com/search.php?arch=all&keywords=security&os=macosx[/url] ([url]http://www.macupdate.com/search.php?arch=all&keywords=security&os=macosx[/url])
[url]http://www.versiontracker.com/macosx/security[/url] ([url]http://www.versiontracker.com/macosx/security[/url])
:34: :34: :34:
เว็บที่เกี่ยวกับทูล Security ของแมคที่ให้มานั้น ลองเข้าไปดูแล้ว พบว่า โปรแกรมส่วนใหญ่เกือบทั้งหมดจัดอยู่ในหมวด "ป้องกัน" และเป็นเพียงแค่ "script kiddie" คือทูลสำหรับคนที่ไม่จำเป็นต้องมีความเข้าใจทางด้าน Security ก็ใช้งานได้แล้ว แต่สังเกตได้เลยว่าแมคไม่มีทูลสำหรับแฮคเกอร์ระดับสูงที่ต้องใช้ความรู้ความเข้าใจทางด้าน Security มากพอสมควรเลย
[url]http://sectools.org[/url]
เว็บข้างบน เป็นเว็บที่บอก top 100 security tools ที่นิยมใช้กันมากที่สุดในหมู่แฮคเกอร์ เมื่อเข้าไปแน่นอนว่าทุกคนต้องแปลกใจแน่ๆ ว่ามีทูลเยอะมากที่สามารถรันบนแมคได้ ซึ่งในความเป็นจริงแล้วมันไม่ใช่เลย จากประสบการณ์จริงพบว่า มันใช้งานบนแมคได้จริง แต่ก็จะพบปัญหามากมาย อันได้แก่
- ลงยากมากๆ เพราะขาด dependencies ซึ่งก็ต้องไปตามหาอีก ทูลบางอันกว่าจะลงได้ใช้เวลาทั้งวัน
- ลงใช้งานได้แล้ว แต่ดันไม่ compatible กับ hardware ของแมค หรือก็ใช้งานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ
ยกตัวอย่างที่เห็นกันชัดๆ เลยคือ Aircrack ซึ่งเป็นทูลไว้สำหรับแฮค Wireless ซึ่งถ้าลงบนวินโดว์ก็จะใช้กับการ์ด Wireless ยี่ห้อดังๆ ได้เท่านั้น และบางรุ่นก็ใช้งานหลายๆ ฟังก์ชันไม่ได้ ยิ่งถ้าเป็นแมคยิ่งไม่ต้องพูดถึงเลย ต้องไปซื้อ External Wireless มาใช้
ไม่เก่าไปหน่อยเหรอคุณ หาของใหม่มายืนยันหน่อย อีกอย่าง External Wireless ต่อกับแมค คืออะไรเหรอ ไม่รู้จัก
เอ่อ ถึงแบบสำรวจจะสำรวจเมื่อปี 2006 แต่ทูลแต่ละตัวที่อยู่ใน Sectools นี่เป็นตัวขึ้นชื่อระดับโลกในวงการ Security ทั้งนั้นเลยนะครับ ปัจจุบันแฮคเกอร์ทุกคนใช้ทูลที่อยู่ใน Sectools ทั้งนั้นกันครับ
ส่วน External Wireless ขอโทษที สื่อความหมายผิดไปหน่อย ผมหมายถึง USB to Wireless ครับ ซึ่งมันไม่ใช่อุปกรณ์ที่ Compatible กับแมคได้เลย เค้าต้องแฮคไดร์เวอร์กันเอาเองครับ (ประสบการณ์ตรง)
ส่วนที่หมิงบอกว่าทำไมไม่เขียนเองซะเลย แล้วผมหันไปใช้ลินุกซ์ง่ายกว่าไหมครับ?
-
ที่รู้ๆ network management ที่เรียนอยู่บังคับ visio ก่อนหน้าก็ rational rose ถึงบอกว่าคนทั่วไปยึดติดกับ window ถ้าใช้ mac ก็เหนื่อยหน่อย ในบางเรื่อง
ทำใน Packet Tracer 4.01 อ่ะ
-
ที่รู้ๆ network management ที่เรียนอยู่บังคับ visio ก่อนหน้าก็ rational rose ถึงบอกว่าคนทั่วไปยึดติดกับ window ถ้าใช้ mac ก็เหนื่อยหน่อย ในบางเรื่อง
ไม่เห็นเหนื่อย โปรแกรมอื่นก็ทำได้ ที่อาจารย์ส่วนใหญ่มักจะบอก ว่าให้ใช้ Tools นั้น นี้ ก็เพราะงานที่ออกมาจาก Tools นั้นๆ ตะหาก เพราะฉนั้น ถ้างานออกมาเหมือนกัน ก็ไม่เห็นจำเป็นต้องใช้ Tools นั้นๆ:49: :49:
งานที่ออกมาเหมือนกันก็จริง แต่กับคนที่ใช้ photoshop มาแต่งภาพ ปล้วสมมุติว่า mac ต้องใช้ gimp มาแต่งภาพ คู่มือการใช้ ที่พบโดยทั่วไปก็แตกต่างกัน(อย่างที่เวลาสอนอาจารณ์มีคู่มือมาให้เลยไม่ต้องหา) เลยบอกว่าเหนื่อยหน่อยไง ไม่ได้บอกว่าทำไม่ได้นิ
-
ที่รู้ๆ network management ที่เรียนอยู่บังคับ visio ก่อนหน้าก็ rational rose ถึงบอกว่าคนทั่วไปยึดติดกับ window ถ้าใช้ mac ก็เหนื่อยหน่อย ในบางเรื่อง
ก็ตราบใดที่คนใช้งานยังคงติด Windows การส่งเสริมเรื่องลิขสิทธิ์ SW ก็เป็นไปได้ยากเช่นเดียวกัน
แต่...ตอนนี้หลายๆโรงเรียนระดับมัธยมเริ่มจัดการเรียนการสอนด้วยเครื่อง Mac ยก Class กันแล้วนะคะ... ซึ่งมันก็เป็นเพียงการเริ่มต้นที่จะต้องรอดูต่อไปในอนาคตนะคะ
และหลายๆ โรงเรียนในระดับมัธยมเช่นกัน เริ่มจัดการเรียนการสอนด้วยลินุกซ์ และ Open Source แล้วเหมือนกันครับ
-
ไม่เก่าไปหน่อยเหรอคุณ หาของใหม่มายืนยันหน่อย อีกอย่าง External Wireless ต่อกับแมค คืออะไรเหรอ ไม่รู้จัก
ถึงมันจะดูเก่า แต่ก็อ้างอิงได้ตลอดนะครับ เพราะอย่างตอนนี้ tool ที่ผมใช้ก็วนเวียนอยู่แถวๆ หน้าแรกนั่นแหละ
เก่าแล้วใช่ว่าจะอ้างอิงไม่ได้ เพราะสาระสำคัญคือมี tool อะไรบ้าง ไม่ได้อยู่ที่ว่าอะไรดีสุด เพราะอันที่ดีที่สุดใช่ว่าจะทำได้ทุกอย่าง
เหมือนจัดอันดับคนรวยที่สุดในโลก ยังไงๆ มันก็มีชื่อบิลเกตต์วันยังค่ำแหละ
ที่บอกว่าเก่า...แล้วนำมาอ้างอิงไม่ได้ ก็เพราะว่าตอนนี้ HW ของ Mac ได้เปลี่ยนไปมากแล้วค่ะ
แม้กระทั่ง Desktop Line ที่มี Product เป็น iMac (แพนด้า) ก็มีการ Bundle Wireless-N แล้วนะคะ
เรื่อง External Wireless เลยกลายเป็นเรื่องไกลตัวไปแล้วค่ะ
อ่อ... อีกประการหนึ่งตอนนี้ SW อันได้แก่ OS ของ Mac ก็ได้เปลี่ยนไปมากแล้วนะคะ ถ้าหากได้เป็น Developer ของ Mac ที่ผ่านทั้ง 10.3 , 10.4 และ 10.5 ก็จะเข้าใจถึงความแตกต่างในจุดนี้เช่นกันค่ะ
-
ที่รู้ๆ network management ที่เรียนอยู่บังคับ visio ก่อนหน้าก็ rational rose ถึงบอกว่าคนทั่วไปยึดติดกับ window ถ้าใช้ mac ก็เหนื่อยหน่อย ในบางเรื่อง
ก็ตราบใดที่คนใช้งานยังคงติด Windows การส่งเสริมเรื่องลิขสิทธิ์ SW ก็เป็นไปได้ยากเช่นเดียวกัน
แต่...ตอนนี้หลายๆโรงเรียนระดับมัธยมเริ่มจัดการเรียนการสอนด้วยเครื่อง Mac ยก Class กันแล้วนะคะ... ซึ่งมันก็เป็นเพียงการเริ่มต้นที่จะต้องรอดูต่อไปในอนาคตนะคะ
และหลายๆ โรงเรียนในระดับมัธยมเช่นกัน เริ่มจัดการเรียนการสอนด้วยลินุกซ์ และ Open Source แล้วเหมือนกันครับ
และหลายๆ โรงเรียนในระดับมัธยมเช่นกัน ได้จัดการเรียนการสอนโดยใช้ window และยังใช้ต่อไป และคนใช้ window เป็นมาสอนก็ยังหาได้ง่ายกว่าเยอะ (พูดถึงโรงเรียนทั่วไปที่ไม่กระตือรือร้นในการปรับปรุงเปกลี่ยนแปลงนะ) และคาดว่าก็ต้องรอดูต่อไปในอนาคตเช่นเดียวกัน
-
ที่รู้ๆ network management ที่เรียนอยู่บังคับ visio ก่อนหน้าก็ rational rose ถึงบอกว่าคนทั่วไปยึดติดกับ window ถ้าใช้ mac ก็เหนื่อยหน่อย ในบางเรื่อง
ไม่เห็นเหนื่อย โปรแกรมอื่นก็ทำได้ ที่อาจารย์ส่วนใหญ่มักจะบอก ว่าให้ใช้ Tools นั้น นี้ ก็เพราะงานที่ออกมาจาก Tools นั้นๆ ตะหาก เพราะฉนั้น ถ้างานออกมาเหมือนกัน ก็ไม่เห็นจำเป็นต้องใช้ Tools นั้นๆ:49: :49:
งานที่ออกมาเหมือนกันก็จริง แต่กับคนที่ใช้ photoshop มาแต่งภาพ ปล้วสมมุติว่า mac ต้องใช้ gimp มาแต่งภาพ คู่มือการใช้ ที่พบโดยทั่วไปก็แตกต่างกัน(อย่างที่เวลาสอนอาจารณ์มีคู่มือมาให้เลยไม่ต้องหา) เลยบอกว่าเหนื่อยหน่อยไง ไม่ได้บอกว่าทำไม่ได้นิ
ไม่เห็นจำเป็นต้องใช้คู่มือ เพราะถ้าคุณเป็นคนทำ App คุณคงต้อง Design Tools ของคุณให้ผู้ใช้งานเข้าใจง่ายที่สุด อีกอย่าง "ผลงานไม่ได้อยู่ที่เครื่องมือ" และถ้าโปรแกรมเป็นประเภทเดียวกัน Tools มันจะต่างกันขนาดคุณดูแล้วไม่รู้เรื่องเลยหรอ ถ้าคุณใช้ App ประเภทนั้นๆอยู่ :08: :08:
-
เอ่อ ถึงแบบสำรวจจะสำรวจเมื่อปี 2006 แต่ทูลแต่ละตัวที่อยู่ใน Sectools นี่เป็นตัวขึ้นชื่อระดับโลกในวงการ Security ทั้งนั้นเลยนะครับ ปัจจุบันแฮคเกอร์ทุกคนใช้ทูลที่อยู่ใน Sectools ทั้งนั้นกันครับ
ส่วน External Wireless ขอโทษที สื่อความหมายผิดไปหน่อย ผมหมายถึง USB to Wireless ครับ ซึ่งมันไม่ใช่อุปกรณ์ที่ Compatible กับแมคได้เลย เค้าต้องแฮคไดร์เวอร์กันเอาเองครับ (ประสบการณ์ตรง)
ส่วนที่หมิงบอกว่าทำไมไม่เขียนเองซะเลย แล้วผมหันไปใช้ลินุกซ์ง่ายกว่าไหมครับ?
ช่วยตอบหน่อยเถอะค่ะ ว่าถ้ามี Bundle Wireless มากับ Product แล้วทำไมถึงจำเป็นจะต้องใช้ USB to Wireless อีกหล่ะคะ
-
งงสุดๆ ผมไปบอกตรงไหน บรรทัดไหนเนี่ย ว่าแมคมีช่องโหว่มากกว่าวินโดว์ รู้สึกว่าผมจะไม่ได้เปิดประเด็นเรื่องช่องโหว่ของระบบปฏิบัติการด้วยเลยนะ
55555 เดี๋ยวเอามาให้ดูครับ ที่ผม ทำสีแดงไว้ไม่เกียวกับ OS หรอครับ ไม่มี OS คงรันได้หรอกเนอะพวก Service เนีย
ผมค้นพบเส้นทางสายหนึ่งที่แมคไม่เวิร์กแน่นอน นั่นคือ ทางด้าน Security
เอ่อ ขออภัย ไม่นึกว่ามันจะแปลไปอย่างนั้นได้ด้วย อ่านแล้วเก็ทเลย ขอแก้ไขความเข้าใจใหม่แล้วกันว่าผมกำลังหมายถึงการใช้งานทางด้าน Security เช่น การตรวจสอบระบบ การเจาะระบบ ครับ ไม่ได้หมายถึง Security ของระบบปฏิบัติการแต่อย่างใด
[url]http://www.apple.com/downloads/macosx/networking_security/[/url] ([url]http://www.apple.com/downloads/macosx/networking_security/[/url])
[url]http://www.macupdate.com/search.php?arch=all&keywords=security&os=macosx[/url] ([url]http://www.macupdate.com/search.php?arch=all&keywords=security&os=macosx[/url])
[url]http://www.versiontracker.com/macosx/security[/url] ([url]http://www.versiontracker.com/macosx/security[/url])
:34: :34: :34:
เว็บที่เกี่ยวกับทูล Security ของแมคที่ให้มานั้น ลองเข้าไปดูแล้ว พบว่า โปรแกรมส่วนใหญ่เกือบทั้งหมดจัดอยู่ในหมวด "ป้องกัน" และเป็นเพียงแค่ "script kiddie" คือทูลสำหรับคนที่ไม่จำเป็นต้องมีความเข้าใจทางด้าน Security ก็ใช้งานได้แล้ว แต่สังเกตได้เลยว่าแมคไม่มีทูลสำหรับแฮคเกอร์ระดับสูงที่ต้องใช้ความรู้ความเข้าใจทางด้าน Security มากพอสมควรเลย
[url]http://sectools.org[/url]
เว็บข้างบน เป็นเว็บที่บอก top 100 security tools ที่นิยมใช้กันมากที่สุดในหมู่แฮคเกอร์ เมื่อเข้าไปแน่นอนว่าทุกคนต้องแปลกใจแน่ๆ ว่ามีทูลเยอะมากที่สามารถรันบนแมคได้ ซึ่งในความเป็นจริงแล้วมันไม่ใช่เลย จากประสบการณ์จริงพบว่า มันใช้งานบนแมคได้จริง แต่ก็จะพบปัญหามากมาย อันได้แก่
- ลงยากมากๆ เพราะขาด dependencies ซึ่งก็ต้องไปตามหาอีก ทูลบางอันกว่าจะลงได้ใช้เวลาทั้งวัน
- ลงใช้งานได้แล้ว แต่ดันไม่ compatible กับ hardware ของแมค หรือก็ใช้งานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ
ยกตัวอย่างที่เห็นกันชัดๆ เลยคือ Aircrack ซึ่งเป็นทูลไว้สำหรับแฮค Wireless ซึ่งถ้าลงบนวินโดว์ก็จะใช้กับการ์ด Wireless ยี่ห้อดังๆ ได้เท่านั้น และบางรุ่นก็ใช้งานหลายๆ ฟังก์ชันไม่ได้ ยิ่งถ้าเป็นแมคยิ่งไม่ต้องพูดถึงเลย ต้องไปซื้อ External Wireless มาใช้
ไม่เก่าไปหน่อยเหรอคุณ หาของใหม่มายืนยันหน่อย อีกอย่าง External Wireless ต่อกับแมค คืออะไรเหรอ ไม่รู้จัก
เอ่อ ถึงแบบสำรวจจะสำรวจเมื่อปี 2006 แต่ทูลแต่ละตัวที่อยู่ใน Sectools นี่เป็นตัวขึ้นชื่อระดับโลกในวงการ Security ทั้งนั้นเลยนะครับ ปัจจุบันแฮคเกอร์ทุกคนใช้ทูลที่อยู่ใน Sectools ทั้งนั้นกันครับ
ส่วน External Wireless ขอโทษที สื่อความหมายผิดไปหน่อย ผมหมายถึง USB to Wireless ครับ ซึ่งมันไม่ใช่อุปกรณ์ที่ Compatible กับแมคได้เลย เค้าต้องแฮคไดร์เวอร์กันเอาเองครับ (ประสบการณ์ตรง)
ส่วนที่หมิงบอกว่าทำไมไม่เขียนเองซะเลย แล้วผมหันไปใช้ลินุกซ์ง่ายกว่าไหมครับ?
Linux มันคงไม่มี Driver Wireless Card ทุกยี่ห้อหรอกครับ บางตัวผมยังหาไม่ได้เลย ต้องเขียนติดต่อเอง
-
และหลายๆ โรงเรียนในระดับมัธยมเช่นกัน ได้จัดการเรียนการสอนโดยใช้ window และยังใช้ต่อไป และคนใช้ window เป็นมาสอนก็ยังหาได้ง่ายกว่าเยอะ (พูดถึงโรงเรียนทั่วไปที่ไม่กระตือรือร้นในการปรับปรุงเปกลี่ยนแปลงนะ) และคาดว่าก็ต้องรอดูต่อไปในอนาคตเช่นเดียวกัน
ก็เพราะว่าเทคโนโลยีของไทยนั้นเข้ามาภายในประเทศ แล้วรอทิ้งช่วงเป้นระยะเวลานานเกินไป กว่าจะออกกฏหมายมาควบคุมยังไงคะ
แล้วคงไม่อยากได้ยินฝรั่งว่า ประเทศไทยเป็นเมืองแห่ง HW และ SW เถื่อนมากที่สุดในโลก กันหรอกมั้งคะ
-
ที่บอกว่าเก่า...แล้วนำมาอ้างอิงไม่ได้ ก็เพราะว่าตอนนี้ HW ของ Mac ได้เปลี่ยนไปมากแล้วค่ะ
ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงจริง จะยิ่งทำให้ tool ที่ support mac น้อยลงหรือเปล่า
ไม่รู้นะ แต่คิดว่ายังไงก็คิดว่าการจัดอันดับนี้ใช้้ได้เหมือนเดิม เพราะรายชื่อ tool ยังไงก็ไม่ต่างจากนี้
แล้วคนพัฒนาเค้าก็มีการอัพเดทซอฟต์แวร์เรื่อยๆ และทำให้เข้ากับ os ใหม่ๆ อยู่แล้ว
-
ที่บอกว่าเก่า...แล้วนำมาอ้างอิงไม่ได้ ก็เพราะว่าตอนนี้ HW ของ Mac ได้เปลี่ยนไปมากแล้วค่ะ
ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงจริง จะยิ่งทำให้ tool ที่ support mac น้อยลงหรือเปล่า
ไม่รู้นะ แต่คิดว่ายังไงก็คิดว่าการจัดอันดับนี้ใช้้ได้เหมือนเดิม เพราะรายชื่อ tool ยังไงก็ไม่ต่างจากนี้
แล้วคนพัฒนาเค้าก็มีการอัพเดทซอฟต์แวร์เรื่อยๆ และทำให้เข้ากับ os ใหม่ๆ อยู่แล้ว
ถ้าไม่ใช่ Cocoa base ตั้งแต่แรก ก็คงใช้เวลานานพอสมควรอยู่แหละค่ะ เพื่อที่จะให้ใช้กับ OS ใหม่ๆได้
ปล. การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นนั้นเกิดกับ Core ต่างๆ ของ OS เลยนะคะ แม้กระทั่ง Core Data ที่ได้ออกไปนานมากแล้ว ใน version 10.5 ก็ได้มีการกลับไปปรับปรุงและเปลี่ยนแปลง (มีคนบอกว่าเขียน codeใหม่หมด ซึ่งก็ไม่ค่อยอยากจะเชื่อนัก) ให้มีการพัฒนาได้ดีขึ้นกว่าเดิม
ไม่เหมือนกับการออก Patch update เพื่ออุดรอยรั่วแล้วก็ปล่อยให้เสื่อมโทรมต่อไปแบบบาง OS นะคะ
อีกอย่างความหมายที่บอกว่า HW ของ Mac เปลี่ยนนั้นตั้งใจจะสื่อถึงทิศทางของ HW เลยค่ะ
ขออภัยที่ใช้คำสั้นเกิน
-
ที่รู้ๆ network management ที่เรียนอยู่บังคับ visio ก่อนหน้าก็ rational rose ถึงบอกว่าคนทั่วไปยึดติดกับ window ถ้าใช้ mac ก็เหนื่อยหน่อย ในบางเรื่อง
ไม่เห็นเหนื่อย โปรแกรมอื่นก็ทำได้ ที่อาจารย์ส่วนใหญ่มักจะบอก ว่าให้ใช้ Tools นั้น นี้ ก็เพราะงานที่ออกมาจาก Tools นั้นๆ ตะหาก เพราะฉนั้น ถ้างานออกมาเหมือนกัน ก็ไม่เห็นจำเป็นต้องใช้ Tools นั้นๆ:49: :49:
งานที่ออกมาเหมือนกันก็จริง แต่กับคนที่ใช้ photoshop มาแต่งภาพ ปล้วสมมุติว่า mac ต้องใช้ gimp มาแต่งภาพ คู่มือการใช้ ที่พบโดยทั่วไปก็แตกต่างกัน(อย่างที่เวลาสอนอาจารณ์มีคู่มือมาให้เลยไม่ต้องหา) เลยบอกว่าเหนื่อยหน่อยไง ไม่ได้บอกว่าทำไม่ได้นิ
ไม่เห็นจำเป็นต้องใช้คู่มือ เพราะถ้าคุณเป็นคนทำ App คุณคงต้อง Design Tools ของคุณให้ผู้ใช้งานเข้าใจง่ายที่สุด อีกอย่าง "ผลงานไม่ได้อยู่ที่เครื่องมือ" และถ้าโปรแกรมเป็นประเภทเดียวกัน Tools มันจะต่างกันขนาดคุณดูแล้วไม่รู้เรื่องเลยหรอ ถ้าคุณใช้ App ประเภทนั้นๆอยู่ :08: :08:
งั้นทีหลังก็เปลี่ยนไปใช้ gimp ดิ - - เพราะใช่ว่าทุก product จะ เข้าใจกะ user ได้ง่ายนะ ไม่งั้นจะมีคนบอกว่าโปรแกรมนั้นใช้ง่าย-ยากหรอ? และจะมีวิชา HI หรอ
-
เอ่อ ทุกท่านครับ ผมมีความคิดว่าเราควรจะไปนอนกันดีกว่าไหมครับ
พักรบสงบศึกกันซักแป็บ ตอนเช้าค่อยมาเริ่มกันใหม่
ถ้ายังเป็นแบบนี้ต่อไป รับรองว่าไม่ได้นอนกันแน่ๆ เลย
-
เอ่อ ทุกท่านครับ ผมมีความคิดว่าเราควรจะไปนอนกันดีกว่าไหมครับ
พักรบสงบศึกกันซักแป็บ ตอนเช้าค่อยมาเริ่มกันใหม่
ถ้ายังเป็นแบบนี้ต่อไป รับรองว่าไม่ได้นอนกันแน่ๆ เลย
ถ้านอนก็ไม่ได้ตื่นแน่ๆ.......
-
และหลายๆ โรงเรียนในระดับมัธยมเช่นกัน ได้จัดการเรียนการสอนโดยใช้ window และยังใช้ต่อไป และคนใช้ window เป็นมาสอนก็ยังหาได้ง่ายกว่าเยอะ (พูดถึงโรงเรียนทั่วไปที่ไม่กระตือรือร้นในการปรับปรุงเปกลี่ยนแปลงนะ) และคาดว่าก็ต้องรอดูต่อไปในอนาคตเช่นเดียวกัน
ก็เพราะว่าเทคโนโลยีของไทยนั้นเข้ามาภายในประเทศ แล้วรอทิ้งช่วงเป้นระยะเวลานานเกินไป กว่าจะออกกฏหมายมาควบคุมยังไงคะ
แล้วคงไม่อยากได้ยินฝรั่งว่า ประเทศไทยเป็นเมืองแห่ง HW และ SW เถื่อนมากที่สุดในโลก กันหรอกมั้งคะ
นั่นสิ แต่คนก็ยังใช้กันเยอะ เรื่องนี้ก็ทำได้ยากอีกต้องมีมาตรการที่เด็ดขาดจริงๆ กับการที่มานั่งโหลดรึซื้อแผ่นละ 100 เทียบกับเสียงตังเเป็นพันคนก็อยากจะเสียตังน้อยๆ แต่อย่ากระนั้นเลย เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกะหัวข้อ รอเปิดกระทู้ใหม่ก่อง เหอๆ
-
นั่นดิไม่ง่วงกันหรอ ผมปกติไม่ง่วงอะถึงมาคุย ไม่งั้นไปนอนนานละ ค่อยมาแลกเปลี่ยนต่อละกันเน้อ หุหุ
-
เอ่อ ถึงแบบสำรวจจะสำรวจเมื่อปี 2006 แต่ทูลแต่ละตัวที่อยู่ใน Sectools นี่เป็นตัวขึ้นชื่อระดับโลกในวงการ Security ทั้งนั้นเลยนะครับ ปัจจุบันแฮคเกอร์ทุกคนใช้ทูลที่อยู่ใน Sectools ทั้งนั้นกันครับ
ส่วน External Wireless ขอโทษที สื่อความหมายผิดไปหน่อย ผมหมายถึง USB to Wireless ครับ ซึ่งมันไม่ใช่อุปกรณ์ที่ Compatible กับแมคได้เลย เค้าต้องแฮคไดร์เวอร์กันเอาเองครับ (ประสบการณ์ตรง)
ส่วนที่หมิงบอกว่าทำไมไม่เขียนเองซะเลย แล้วผมหันไปใช้ลินุกซ์ง่ายกว่าไหมครับ?
ช่วยตอบหน่อยเถอะค่ะ ว่าถ้ามี Bundle Wireless มากับ Product แล้วทำไมถึงจำเป็นจะต้องใช้ USB to Wireless อีกหล่ะคะ
เพราะว่า ทูลทางด้าน Security ที่ใช้นั้น ไม่ Compatible กับ Hardware ของแมคครับ
ยกตัวอย่างจากประสบการณ์จริงเลยง่ายๆ ก็คือ ผมจะลง Aircrack บนแมค ก็ต้องไปโหลด Source มาคอมไพล์ พอจะคอมไพล์มันขาด Dependencies ไปมากมาย ก็ต้องตามไปหาโหลดมาทีละตัวๆ เช่น พวก Build-Essential ทั้งหลาย GCC, OPENSSL, SQLITE สุดท้ายก็คอมไพล์ไม่สำเร็จ แต่พระเจ้าโชคดีจริงๆ ที่มันมี DarwinPorts เลยทำให้ชีวิตง่ายขึ้นมา (แต่บางครั้งซอฟต์แวร์ก็ไม่เวอร์ชันล่าสุด ซึ่งการทำทางด้าน Security อะไรๆ มันก็ต้องล่าสุดอยู่เสมอ)
พอลงเสร็จ อ้าวใช้งานไม่ได้ มันบอก Driver not support ก็ต้องไปตามหาข้อมูลอีก มันก็บอกว่า Driver มันไม่ซัพพอร์ต ต้องไปหา USB to Wireless มาใส่เอายี่ห้อ linksys นะถึงจะใช้ร่วมกันได้เต็มที่ เอามาใส่แล้วก็ต้องลงไดร์เวอร์ตามที่มันบอก โอ้วพระเจ้า ใช้งานได้แล้ว สามารถดักจับข้อมูลได้แล้ว พอถึงขั้นตอน Injection อ้าว ทำไมมันบอกทำไม่ได้อีกเนี่ย ก็เลยหาข้อมูลอีก แล้วก็แทบคลั่งเมื่อเห็นมันเขียนเต็มๆ เลยว่า Mind you, airodump-ng and aireplay-ng are linux only and will not work under OSX native, so for reinjecting and sniffing you will have to use other means. จบเห่
สำหรับคนใช้ Ubuntu ให้พิมพ์คำสั่งว่า
apt-get install aircrack-ng
เสร็จแล้วครับ อ้าว คุณไม่ได้ยินเหรอ จบแล้วครับ แค่นี้แหล่ะ จบ
ที่แฮคเกอร์ส่วนมากเขาไม่ใช้แมคกัน ก็เพราะสาเหตุดังที่ผมเจอข้างบนนั่นแหล่ะครับ
ปล. ไปนอนล่ะครับ เจอกันพรุ่งนี้ ฝันดี ราตรีสวัสดิ์
-
ที่รู้ๆ network management ที่เรียนอยู่บังคับ visio ก่อนหน้าก็ rational rose ถึงบอกว่าคนทั่วไปยึดติดกับ window ถ้าใช้ mac ก็เหนื่อยหน่อย ในบางเรื่อง
ไม่เห็นเหนื่อย โปรแกรมอื่นก็ทำได้ ที่อาจารย์ส่วนใหญ่มักจะบอก ว่าให้ใช้ Tools นั้น นี้ ก็เพราะงานที่ออกมาจาก Tools นั้นๆ ตะหาก เพราะฉนั้น ถ้างานออกมาเหมือนกัน ก็ไม่เห็นจำเป็นต้องใช้ Tools นั้นๆ:49: :49:
งานที่ออกมาเหมือนกันก็จริง แต่กับคนที่ใช้ photoshop มาแต่งภาพ ปล้วสมมุติว่า mac ต้องใช้ gimp มาแต่งภาพ คู่มือการใช้ ที่พบโดยทั่วไปก็แตกต่างกัน(อย่างที่เวลาสอนอาจารณ์มีคู่มือมาให้เลยไม่ต้องหา) เลยบอกว่าเหนื่อยหน่อยไง ไม่ได้บอกว่าทำไม่ได้นิ
ไม่เห็นจำเป็นต้องใช้คู่มือ เพราะถ้าคุณเป็นคนทำ App คุณคงต้อง Design Tools ของคุณให้ผู้ใช้งานเข้าใจง่ายที่สุด อีกอย่าง "ผลงานไม่ได้อยู่ที่เครื่องมือ" และถ้าโปรแกรมเป็นประเภทเดียวกัน Tools มันจะต่างกันขนาดคุณดูแล้วไม่รู้เรื่องเลยหรอ ถ้าคุณใช้ App ประเภทนั้นๆอยู่ :08: :08:
งั้นทีหลังก็เปลี่ยนไปใช้ gimp ดิ - - เพราะใช่ว่าทุก product จะ เข้าใจกะ user ได้ง่ายนะ ไม่งั้นจะมีคนบอกว่าโปรแกรมนั้นใช้ง่าย-ยากหรอ? และจะมีวิชา HI หรอ
คุณมาเริ่มใช้งาน Gimp พร้อมผมมั้ยหล่ะ อีกอย่างในเมื่อ User มีสิทธิ์เลือกใช้ App ที่ตรงกับตนเองมากที่สุด
ก็ไม่เห็นแปลกที่คนบางคนจะบอกว่าโปรแกรมนี้ยาก ทั้งๆที่คนอื่นๆบอกว่าโปรแกรมนั้นมันใช้ง่าย อีกอย่างที่ผมไม่ใช้ Gimp เพราะว่ามันไม่สามารถตอบสนองต่อการทำงานทั้งหมดของผมได้ แล้วทำไมผมยังต้องเปลี่ยนไปใช้มันทั้งๆที่ในปัจจุบัณ ก็มี App ที่สามารถใช้งานได้ตรงตามความต้องการอย่างเพียงพอแล้ว
-
นั่นดิไม่ง่วงกันหรอ ผมปกติไม่ง่วงอะถึงมาคุย ไม่งั้นไปนอนนานละ ค่อยมาแลกเปลี่ยนต่อละกันเน้อ หุหุ
ไปนอนเหอะ ๆ หลับฝันดีนะ Note
ดูท่า ได้ครบทุก Layer เลยนะเนีย
หน้า 7 แล้ว...ครับ
ป.ล. หิวข้าวอ่ะ
ป.ล. 5555
ป.ล. แวะพักสมองนิดนึงๆ
ป.ล. เมื่อยนิ้ว เอาเวลาไปพิมพ์ Code ดีกว่า...
ป.ล. น้องๆที่เข้ามาอ่านครับ ควรใช้จิตวิญญาณในการอ่านนะครับ(แนะนำ)
-
ที่รู้ๆ network management ที่เรียนอยู่บังคับ visio ก่อนหน้าก็ rational rose ถึงบอกว่าคนทั่วไปยึดติดกับ window ถ้าใช้ mac ก็เหนื่อยหน่อย ในบางเรื่อง
ไม่เห็นเหนื่อย โปรแกรมอื่นก็ทำได้ ที่อาจารย์ส่วนใหญ่มักจะบอก ว่าให้ใช้ Tools นั้น นี้ ก็เพราะงานที่ออกมาจาก Tools นั้นๆ ตะหาก เพราะฉนั้น ถ้างานออกมาเหมือนกัน ก็ไม่เห็นจำเป็นต้องใช้ Tools นั้นๆ:49: :49:
งานที่ออกมาเหมือนกันก็จริง แต่กับคนที่ใช้ photoshop มาแต่งภาพ ปล้วสมมุติว่า mac ต้องใช้ gimp มาแต่งภาพ คู่มือการใช้ ที่พบโดยทั่วไปก็แตกต่างกัน(อย่างที่เวลาสอนอาจารณ์มีคู่มือมาให้เลยไม่ต้องหา) เลยบอกว่าเหนื่อยหน่อยไง ไม่ได้บอกว่าทำไม่ได้นิ
ไม่เห็นจำเป็นต้องใช้คู่มือ เพราะถ้าคุณเป็นคนทำ App คุณคงต้อง Design Tools ของคุณให้ผู้ใช้งานเข้าใจง่ายที่สุด อีกอย่าง "ผลงานไม่ได้อยู่ที่เครื่องมือ" และถ้าโปรแกรมเป็นประเภทเดียวกัน Tools มันจะต่างกันขนาดคุณดูแล้วไม่รู้เรื่องเลยหรอ ถ้าคุณใช้ App ประเภทนั้นๆอยู่ :08: :08:
งั้นทีหลังก็เปลี่ยนไปใช้ gimp ดิ - - เพราะใช่ว่าทุก product จะ เข้าใจกะ user ได้ง่ายนะ ไม่งั้นจะมีคนบอกว่าโปรแกรมนั้นใช้ง่าย-ยากหรอ? และจะมีวิชา HI หรอ
คุณมาเริ่มใช้งาน Gimp พร้อมผมมั้ยหล่ะ อีกอย่างในเมื่อ User มีสิทธิ์เลือกใช้ App ที่ตรงกับตนเองมากที่สุด
ก็ไม่เห็นแปลกที่คนบางคนจะบอกว่าโปรแกรมนี้ยาก ทั้งๆที่คนอื่นๆบอกว่าโปรแกรมนั้นมันใช้ง่าย อีกอย่างที่ผมไม่ใช้ Gimp เพราะว่ามันไม่สามารถตอบสนองต่อการทำงานทั้งหมดของผมได้ แล้วทำไมผมยังต้องเปลี่ยนไปใช้มันทั้งๆที่ในปัจจุบัณ ก็มี App ที่สามารถใช้งานได้ตรงตามความต้องการอย่างเพียงพอแล้ว
เหมือนจะเข้าใจผิดในความหมายที่จะสื่อนะ ก็สมมุติว่า MAC มานบังคับให้ใช้ gimp อะซึ่งเป็นโปรแกรมที่ไม่แพร่หลาย ก็ต้องใช้เวลาศึกษา มากกว่าที่ว่า ปกติใช้โปรแกรม photoshop ที่เป็นที่คุ้นเคยอยู่แล้วอะ get ปะเนี่ย เหมือนจะคุยคนละเรื่องกันเลย - -
-
เอ่อ ถึงแบบสำรวจจะสำรวจเมื่อปี 2006 แต่ทูลแต่ละตัวที่อยู่ใน Sectools นี่เป็นตัวขึ้นชื่อระดับโลกในวงการ Security ทั้งนั้นเลยนะครับ ปัจจุบันแฮคเกอร์ทุกคนใช้ทูลที่อยู่ใน Sectools ทั้งนั้นกันครับ
ส่วน External Wireless ขอโทษที สื่อความหมายผิดไปหน่อย ผมหมายถึง USB to Wireless ครับ ซึ่งมันไม่ใช่อุปกรณ์ที่ Compatible กับแมคได้เลย เค้าต้องแฮคไดร์เวอร์กันเอาเองครับ (ประสบการณ์ตรง)
ส่วนที่หมิงบอกว่าทำไมไม่เขียนเองซะเลย แล้วผมหันไปใช้ลินุกซ์ง่ายกว่าไหมครับ?
ช่วยตอบหน่อยเถอะค่ะ ว่าถ้ามี Bundle Wireless มากับ Product แล้วทำไมถึงจำเป็นจะต้องใช้ USB to Wireless อีกหล่ะคะ
เพราะว่า ทูลทางด้าน Security ที่ใช้นั้น ไม่ Compatible กับ Hardware ของแมคครับ
ยกตัวอย่างจากประสบการณ์จริงเลยง่ายๆ ก็คือ ผมจะลง Aircrack บนแมค ก็ต้องไปโหลด Source มาคอมไพล์ พอจะคอมไพล์มันขาด Dependencies ไปมากมาย ก็ต้องตามไปหาโหลดมาทีละตัวๆ เช่น พวก Build-Essential ทั้งหลาย GCC, OPENSSL, SQLITE สุดท้ายก็คอมไพล์ไม่สำเร็จ แต่พระเจ้าโชคดีจริงๆ ที่มันมี DarwinPorts เลยทำให้ชีวิตง่ายขึ้นมา (แต่บางครั้งซอฟต์แวร์ก็ไม่เวอร์ชันล่าสุด ซึ่งการทำทางด้าน Security อะไรๆ มันก็ต้องล่าสุดอยู่เสมอ)
พอลงเสร็จ อ้าวใช้งานไม่ได้ มันบอก Driver not support ก็ต้องไปตามหาข้อมูลอีก มันก็บอกว่า Driver มันไม่ซัพพอร์ต ต้องไปหา USB to Wireless มาใส่เอายี่ห้อ linksys นะถึงจะใช้ร่วมกันได้เต็มที่ เอามาใส่แล้วก็ต้องลงไดร์เวอร์ตามที่มันบอก โอ้วพระเจ้า ใช้งานได้แล้ว สามารถดักจับข้อมูลได้แล้ว พอถึงขั้นตอน Injection อ้าว ทำไมมันบอกทำไม่ได้อีกเนี่ย ก็เลยหาข้อมูลอีก แล้วก็แทบคลั่งเมื่อเห็นมันเขียนเต็มๆ เลยว่า Mind you, airodump-ng and aireplay-ng are linux only and will not work under OSX native, so for reinjecting and sniffing you will have to use other means. จบเห่
สำหรับคนใช้ Ubuntu ให้พิมพ์คำสั่งว่า
apt-get install aircrack-ng
เสร็จแล้วครับ อ้าว คุณไม่ได้ยินเหรอ จบแล้วครับ แค่นี้แหล่ะ จบ
ที่แฮคเกอร์ส่วนมากเขาไม่ใช้แมคกัน ก็เพราะสาเหตุดังที่ผมเจอข้างบนนั่นแหล่ะครับ
เข้าใจคำถามมั้ยนั่น "เราไม่ open เพราะเรามีเราทำเราใช้ สิ่งที่ user ต้องการให้ open ที่เรา open ได้เราก็ open แล้วทำไม ต้องนั่งขวันขวายหาสิ่งอื่นใด ที่เราไม่ open ทั้งๆที่มันไม่ได้เสียหายอ่ะไร กับสิ่งที่เราทำ"
-
ไปนอนเหมือนกันละ นอนหลับฝันดีครับทุกๆ ท่าน พรุ่งนี้ค่อยมาสู้กันใหม่
-
นั่นดิไม่ง่วงกันหรอ ผมปกติไม่ง่วงอะถึงมาคุย ไม่งั้นไปนอนนานละ ค่อยมาแลกเปลี่ยนต่อละกันเน้อ หุหุ
ไปนอนเหอะ ๆ หลับฝันดีนะ Note
ดูท่า ได้ครบทุก Layer เลยนะเนีย
หน้า 7 แล้ว...ครับ
ป.ล. หิวข้าวอ่ะ
ไปกินมาตะกี๊ก่อนมาคุย อิอิ หนังท้องตึงหนังตาหย่อน ไปนอนดีก่า
-
ที่รู้ๆ network management ที่เรียนอยู่บังคับ visio ก่อนหน้าก็ rational rose ถึงบอกว่าคนทั่วไปยึดติดกับ window ถ้าใช้ mac ก็เหนื่อยหน่อย ในบางเรื่อง
ไม่เห็นเหนื่อย โปรแกรมอื่นก็ทำได้ ที่อาจารย์ส่วนใหญ่มักจะบอก ว่าให้ใช้ Tools นั้น นี้ ก็เพราะงานที่ออกมาจาก Tools นั้นๆ ตะหาก เพราะฉนั้น ถ้างานออกมาเหมือนกัน ก็ไม่เห็นจำเป็นต้องใช้ Tools นั้นๆ:49: :49:
งานที่ออกมาเหมือนกันก็จริง แต่กับคนที่ใช้ photoshop มาแต่งภาพ ปล้วสมมุติว่า mac ต้องใช้ gimp มาแต่งภาพ คู่มือการใช้ ที่พบโดยทั่วไปก็แตกต่างกัน(อย่างที่เวลาสอนอาจารณ์มีคู่มือมาให้เลยไม่ต้องหา) เลยบอกว่าเหนื่อยหน่อยไง ไม่ได้บอกว่าทำไม่ได้นิ
ไม่เห็นจำเป็นต้องใช้คู่มือ เพราะถ้าคุณเป็นคนทำ App คุณคงต้อง Design Tools ของคุณให้ผู้ใช้งานเข้าใจง่ายที่สุด อีกอย่าง "ผลงานไม่ได้อยู่ที่เครื่องมือ" และถ้าโปรแกรมเป็นประเภทเดียวกัน Tools มันจะต่างกันขนาดคุณดูแล้วไม่รู้เรื่องเลยหรอ ถ้าคุณใช้ App ประเภทนั้นๆอยู่ :08: :08:
งั้นทีหลังก็เปลี่ยนไปใช้ gimp ดิ - - เพราะใช่ว่าทุก product จะ เข้าใจกะ user ได้ง่ายนะ ไม่งั้นจะมีคนบอกว่าโปรแกรมนั้นใช้ง่าย-ยากหรอ? และจะมีวิชา HI หรอ
คุณมาเริ่มใช้งาน Gimp พร้อมผมมั้ยหล่ะ อีกอย่างในเมื่อ User มีสิทธิ์เลือกใช้ App ที่ตรงกับตนเองมากที่สุด
ก็ไม่เห็นแปลกที่คนบางคนจะบอกว่าโปรแกรมนี้ยาก ทั้งๆที่คนอื่นๆบอกว่าโปรแกรมนั้นมันใช้ง่าย อีกอย่างที่ผมไม่ใช้ Gimp เพราะว่ามันไม่สามารถตอบสนองต่อการทำงานทั้งหมดของผมได้ แล้วทำไมผมยังต้องเปลี่ยนไปใช้มันทั้งๆที่ในปัจจุบัณ ก็มี App ที่สามารถใช้งานได้ตรงตามความต้องการอย่างเพียงพอแล้ว
เหมือนจะเข้าใจผิดในความหมายที่จะสือนะ ก็สมมุติว่า MAC มานบังคับให้ใช้ gimp อะซึ่งเป็นโปรแกรมที่ไม่แพร่หลาย ก็ต้องใช้เวลาศึกษา มากกว่าที่ว่า ปกติใช้โปรแกรม photoshop ที่เป็นที่คุ้นเคยอยู่แล้วอะ get ปะเนี่ย เหมือนจะคุยคนละเรื่องกันเลย - -
Apple ไม่เคยบังคับใคร หรือบริษัทหน้าใหนให้มาใช้ Tools ตัวใดๆทั้งสิ้น ถ้าคุณเป็นคนทำ Gimp แล้วคุณต้องการให้คนมาใช้ คุณจะทำให้โปรแกรมมันใช้ยากเหรอ ทำให้ Interface มันดูแล้วไม่เข้าใจเหรอ อีกอย่าง Apple จะเลือกโปรแกรม หรือบริษัทใดๆมา Bundle ทุกบริษัท จะต้องผ่านมาตรฐานของ Apple ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ GUI ที่ต้องตามมาตรฐานของ Apple เอง
-
นั่นดิไม่ง่วงกันหรอ ผมปกติไม่ง่วงอะถึงมาคุย ไม่งั้นไปนอนนานละ ค่อยมาแลกเปลี่ยนต่อละกันเน้อ หุหุ
ไปนอนเหอะ ๆ หลับฝันดีนะ Note
ดูท่า ได้ครบทุก Layer เลยนะเนีย
หน้า 7 แล้ว...ครับ
ป.ล. หิวข้าวอ่ะ
ไปกินมาตะกี๊ก่อนมาคุย อิอิ หนังท้องตึงหนังตาหย่อน ไปนอนดีก่า
Note เดี่ยวเจอกันหลังไมค์
ยกที่(หน้าที่) 8 แล้ว...ครับ
-
นั่นดิไม่ง่วงกันหรอ ผมปกติไม่ง่วงอะถึงมาคุย ไม่งั้นไปนอนนานละ ค่อยมาแลกเปลี่ยนต่อละกันเน้อ หุหุ
ไปนอนเหอะ ๆ หลับฝันดีนะ Note
ดูท่า ได้ครบทุก Layer เลยนะเนีย
หน้า 7 แล้ว...ครับ
ป.ล. หิวข้าวอ่ะ
ไปกินมาตะกี๊ก่อนมาคุย อิอิ หนังท้องตึงหนังตาหย่อน ไปนอนดีก่า
Note เดี่ยวเจอกันหลังไมค์
หน้า 8 แล้ว...ครับ
เอาให้ถึงห้อง :62: :62:
-
นั่นดิไม่ง่วงกันหรอ ผมปกติไม่ง่วงอะถึงมาคุย ไม่งั้นไปนอนนานละ ค่อยมาแลกเปลี่ยนต่อละกันเน้อ หุหุ
ไปนอนเหอะ ๆ หลับฝันดีนะ Note
ดูท่า ได้ครบทุก Layer เลยนะเนีย
หน้า 7 แล้ว...ครับ
ป.ล. หิวข้าวอ่ะ
ไปกินมาตะกี๊ก่อนมาคุย อิอิ หนังท้องตึงหนังตาหย่อน ไปนอนดีก่า
Note เดี่ยวเจอกันหลังไมค์
หน้า 8 แล้ว...ครับ
อิ่มจังวุ้ย ข้าวไข่เจียว ห๊อม หอม อิอิ
-
นั่นดิไม่ง่วงกันหรอ ผมปกติไม่ง่วงอะถึงมาคุย ไม่งั้นไปนอนนานละ ค่อยมาแลกเปลี่ยนต่อละกันเน้อ หุหุ
ไปนอนเหอะ ๆ หลับฝันดีนะ Note
ดูท่า ได้ครบทุก Layer เลยนะเนีย
หน้า 7 แล้ว...ครับ
ป.ล. หิวข้าวอ่ะ
ไปกินมาตะกี๊ก่อนมาคุย อิอิ หนังท้องตึงหนังตาหย่อน ไปนอนดีก่า
Note เดี่ยวเจอกันหลังไมค์
หน้า 8 แล้ว...ครับ
เอาให้ถึงห้อง :62: :62:
จายเยนๆๆ เค้าเชียร์ mac นะ แค่พูดถึงปัญหาเฉยๆ หุหุ
-
นั่นดิไม่ง่วงกันหรอ ผมปกติไม่ง่วงอะถึงมาคุย ไม่งั้นไปนอนนานละ ค่อยมาแลกเปลี่ยนต่อละกันเน้อ หุหุ
ไปนอนเหอะ ๆ หลับฝันดีนะ Note
ดูท่า ได้ครบทุก Layer เลยนะเนีย
หน้า 7 แล้ว...ครับ
ป.ล. หิวข้าวอ่ะ
ไปกินมาตะกี๊ก่อนมาคุย อิอิ หนังท้องตึงหนังตาหย่อน ไปนอนดีก่า
Note เดี่ยวเจอกันหลังไมค์
หน้า 8 แล้ว...ครับ
เอาให้ถึงห้อง :62: :62:
เดี๋ยวเจอกันที่ห้องนะ Note !!
-
นั่นดิไม่ง่วงกันหรอ ผมปกติไม่ง่วงอะถึงมาคุย ไม่งั้นไปนอนนานละ ค่อยมาแลกเปลี่ยนต่อละกันเน้อ หุหุ
ไปนอนเหอะ ๆ หลับฝันดีนะ Note
ดูท่า ได้ครบทุก Layer เลยนะเนีย
หน้า 7 แล้ว...ครับ
ป.ล. หิวข้าวอ่ะ
ไปกินมาตะกี๊ก่อนมาคุย อิอิ หนังท้องตึงหนังตาหย่อน ไปนอนดีก่า
Note เดี่ยวเจอกันหลังไมค์
หน้า 8 แล้ว...ครับ
เอาให้ถึงห้อง :62: :62:
เดี๋ยวเจอกันที่ห้องนะ Note !!
แซนวิสแฮมชีส ก็อร่อยน๊า 555+
-
อ่านแล้วเหนื่อยครับ เยอะเหลือเกิน
สรุปว่า เรามา็ Let's Hack Nitendo Wii... (Nitendo Wii o hakushimasho...)
เอารีโมตมันมาทำอะไรกันดี.... หุหุ ทำเป็นโปรเจคจบได้เลยน๊า
-
เอ่อ อีกอย่าง หาอยากรู้โค้ัดกันมากนัก ก็ขอซื้อ License พร้อมโค้ดสิ เค้ามีขายกันนะ
การที่ไม่ Open ก็ไม่ได้หมายความว่ากลัวจะมีคนรู้โค้ด เพราะมีการขาย License พร้อมโค้ด แต่ว่าองค์กรนั้นอาจจะเห็นว่าไม่มีความจำเป็นที่จะให้คนอื่นมาช่วยเขียน ช้านเขียนของช้านเองได้
ปล. OS ไหนก็มีดีไม่ดี ไอทีต้องรู้จักทั้งหมดแหละ เพราะเราคือผู้เลือกใช้....
-
ที่รู้ๆ network management ที่เรียนอยู่บังคับ visio ก่อนหน้าก็ rational rose ถึงบอกว่าคนทั่วไปยึดติดกับ window ถ้าใช้ mac ก็เหนื่อยหน่อย ในบางเรื่อง
ไม่เห็นเหนื่อย โปรแกรมอื่นก็ทำได้ ที่อาจารย์ส่วนใหญ่มักจะบอก ว่าให้ใช้ Tools นั้น นี้ ก็เพราะงานที่ออกมาจาก Tools นั้นๆ ตะหาก เพราะฉนั้น ถ้างานออกมาเหมือนกัน ก็ไม่เห็นจำเป็นต้องใช้ Tools นั้นๆ:49: :49:
งานที่ออกมาเหมือนกันก็จริง แต่กับคนที่ใช้ photoshop มาแต่งภาพ ปล้วสมมุติว่า mac ต้องใช้ gimp มาแต่งภาพ คู่มือการใช้ ที่พบโดยทั่วไปก็แตกต่างกัน(อย่างที่เวลาสอนอาจารณ์มีคู่มือมาให้เลยไม่ต้องหา) เลยบอกว่าเหนื่อยหน่อยไง ไม่ได้บอกว่าทำไม่ได้นิ
ไม่เห็นจำเป็นต้องใช้คู่มือ เพราะถ้าคุณเป็นคนทำ App คุณคงต้อง Design Tools ของคุณให้ผู้ใช้งานเข้าใจง่ายที่สุด อีกอย่าง "ผลงานไม่ได้อยู่ที่เครื่องมือ" และถ้าโปรแกรมเป็นประเภทเดียวกัน Tools มันจะต่างกันขนาดคุณดูแล้วไม่รู้เรื่องเลยหรอ ถ้าคุณใช้ App ประเภทนั้นๆอยู่ :08: :08:
งั้นทีหลังก็เปลี่ยนไปใช้ gimp ดิ - - เพราะใช่ว่าทุก product จะ เข้าใจกะ user ได้ง่ายนะ ไม่งั้นจะมีคนบอกว่าโปรแกรมนั้นใช้ง่าย-ยากหรอ? และจะมีวิชา HI หรอ
คุณมาเริ่มใช้งาน Gimp พร้อมผมมั้ยหล่ะ อีกอย่างในเมื่อ User มีสิทธิ์เลือกใช้ App ที่ตรงกับตนเองมากที่สุด
ก็ไม่เห็นแปลกที่คนบางคนจะบอกว่าโปรแกรมนี้ยาก ทั้งๆที่คนอื่นๆบอกว่าโปรแกรมนั้นมันใช้ง่าย อีกอย่างที่ผมไม่ใช้ Gimp เพราะว่ามันไม่สามารถตอบสนองต่อการทำงานทั้งหมดของผมได้ แล้วทำไมผมยังต้องเปลี่ยนไปใช้มันทั้งๆที่ในปัจจุบัณ ก็มี App ที่สามารถใช้งานได้ตรงตามความต้องการอย่างเพียงพอแล้ว
เหมือนจะเข้าใจผิดในความหมายที่จะสือนะ ก็สมมุติว่า MAC มานบังคับให้ใช้ gimp อะซึ่งเป็นโปรแกรมที่ไม่แพร่หลาย ก็ต้องใช้เวลาศึกษา มากกว่าที่ว่า ปกติใช้โปรแกรม photoshop ที่เป็นที่คุ้นเคยอยู่แล้วอะ get ปะเนี่ย เหมือนจะคุยคนละเรื่องกันเลย - -
Apple ไม่เคยบังคับใคร หรือบริษัทหน้าใหนให้มาใช้ Tools ตัวใดๆทั้งสิ้น ถ้าคุณเป็นคนทำ Gimp แล้วคุณต้องการให้คนมาใช้ คุณจะทำให้โปรแกรมมันใช้ยากเหรอ ทำให้ Interface มันดูแล้วไม่เข้าใจเหรอ อีกอย่าง Apple จะเลือกโปรแกรม หรือบริษัทใดๆมา Bundle ทุกบริษัท จะต้องผ่านมาตรฐานของ Apple ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ GUI ที่ต้องตามมาตรฐานของ Apple เอง
เราใช้ทั้ง Gimp และ Photoshop แล้วน๊า ไม่เห็นต้องศึกษาเลย เพราะสุดท้ายมันก็เอางานวิจัยทางด้าน Image processing มาทำเหมือนกานแหละ ถ้าเข้าใจแ่ก่นก็ไม่เห็นต้องศึกษาอะไรเพิ่มเติมมากมาย แค่หาว่าไอ้ที่เราจะใช้อยู่ที่ไหน หรือว่ามีมั้ย แต่ยังงัยเราก็ชอบ Photoshop มากกว่า เพราะว่า Gimp มานกินแรม แล้วก็การทำ GUI มันมะดีเอาซะเลย Feature ก็น้อยกว่า ซึ่ง Feature ที่น้อยกว่านั้นไม่ได้หมายความว่าเราจะแต่งรูปแล้วสวยน้อยลง แต่ว่าระยะเวลาในการทำงานของเราต้องใช้เวลาสูงขึ้นต่างหาก
หากมีดินสอ 2B ห่วย ๆ หนึ่งแท่ง จิตกรก็สามารถวาดรูปที่งานขึ้นมาบนกระดาษรีไซเคิลได้
แต่หากมีดินสอมหัสจรรย์ราคาเหยียบล้าน คนไร้ศิลป์เฉกเช่นข้าเจ้าก็ไม่สามารถวาดรูปที่ดีได้หรอก....
-
ที่รู้ๆ network management ที่เรียนอยู่บังคับ visio ก่อนหน้าก็ rational rose ถึงบอกว่าคนทั่วไปยึดติดกับ window ถ้าใช้ mac ก็เหนื่อยหน่อย ในบางเรื่อง
ไม่เห็นเหนื่อย โปรแกรมอื่นก็ทำได้ ที่อาจารย์ส่วนใหญ่มักจะบอก ว่าให้ใช้ Tools นั้น นี้ ก็เพราะงานที่ออกมาจาก Tools นั้นๆ ตะหาก เพราะฉนั้น ถ้างานออกมาเหมือนกัน ก็ไม่เห็นจำเป็นต้องใช้ Tools นั้นๆ:49: :49:
งานที่ออกมาเหมือนกันก็จริง แต่กับคนที่ใช้ photoshop มาแต่งภาพ ปล้วสมมุติว่า mac ต้องใช้ gimp มาแต่งภาพ คู่มือการใช้ ที่พบโดยทั่วไปก็แตกต่างกัน(อย่างที่เวลาสอนอาจารณ์มีคู่มือมาให้เลยไม่ต้องหา) เลยบอกว่าเหนื่อยหน่อยไง ไม่ได้บอกว่าทำไม่ได้นิ
ไม่เห็นจำเป็นต้องใช้คู่มือ เพราะถ้าคุณเป็นคนทำ App คุณคงต้อง Design Tools ของคุณให้ผู้ใช้งานเข้าใจง่ายที่สุด อีกอย่าง "ผลงานไม่ได้อยู่ที่เครื่องมือ" และถ้าโปรแกรมเป็นประเภทเดียวกัน Tools มันจะต่างกันขนาดคุณดูแล้วไม่รู้เรื่องเลยหรอ ถ้าคุณใช้ App ประเภทนั้นๆอยู่ :08: :08:
งั้นทีหลังก็เปลี่ยนไปใช้ gimp ดิ - - เพราะใช่ว่าทุก product จะ เข้าใจกะ user ได้ง่ายนะ ไม่งั้นจะมีคนบอกว่าโปรแกรมนั้นใช้ง่าย-ยากหรอ? และจะมีวิชา HI หรอ
คุณมาเริ่มใช้งาน Gimp พร้อมผมมั้ยหล่ะ อีกอย่างในเมื่อ User มีสิทธิ์เลือกใช้ App ที่ตรงกับตนเองมากที่สุด
ก็ไม่เห็นแปลกที่คนบางคนจะบอกว่าโปรแกรมนี้ยาก ทั้งๆที่คนอื่นๆบอกว่าโปรแกรมนั้นมันใช้ง่าย อีกอย่างที่ผมไม่ใช้ Gimp เพราะว่ามันไม่สามารถตอบสนองต่อการทำงานทั้งหมดของผมได้ แล้วทำไมผมยังต้องเปลี่ยนไปใช้มันทั้งๆที่ในปัจจุบัณ ก็มี App ที่สามารถใช้งานได้ตรงตามความต้องการอย่างเพียงพอแล้ว
เหมือนจะเข้าใจผิดในความหมายที่จะสือนะ ก็สมมุติว่า MAC มานบังคับให้ใช้ gimp อะซึ่งเป็นโปรแกรมที่ไม่แพร่หลาย ก็ต้องใช้เวลาศึกษา มากกว่าที่ว่า ปกติใช้โปรแกรม photoshop ที่เป็นที่คุ้นเคยอยู่แล้วอะ get ปะเนี่ย เหมือนจะคุยคนละเรื่องกันเลย - -
Apple ไม่เคยบังคับใคร หรือบริษัทหน้าใหนให้มาใช้ Tools ตัวใดๆทั้งสิ้น ถ้าคุณเป็นคนทำ Gimp แล้วคุณต้องการให้คนมาใช้ คุณจะทำให้โปรแกรมมันใช้ยากเหรอ ทำให้ Interface มันดูแล้วไม่เข้าใจเหรอ อีกอย่าง Apple จะเลือกโปรแกรม หรือบริษัทใดๆมา Bundle ทุกบริษัท จะต้องผ่านมาตรฐานของ Apple ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ GUI ที่ต้องตามมาตรฐานของ Apple เอง
เราใช้ทั้ง Gimp และ Photoshop แล้วน๊า ไม่เห็นต้องศึกษาเลย เพราะสุดท้ายมันก็เอางานวิจัยทางด้าน Image processing มาทำเหมือนกานแหละ ถ้าเข้าใจแ่ก่นก็ไม่เห็นต้องศึกษาอะไรเพิ่มเติมมากมาย แค่หาว่าไอ้ที่เราจะใช้อยู่ที่ไหน หรือว่ามีมั้ย แต่ยังงัยเราก็ชอบ Photoshop มากกว่า เพราะว่า Gimp มานกินแรม แล้วก็การทำ GUI มันมะดีเอาซะเลย Feature ก็น้อยกว่า ซึ่ง Feature ที่น้อยกว่านั้นไม่ได้หมายความว่าเราจะแต่งรูปแล้วสวยน้อยลง แต่ว่าระยะเวลาในการทำงานของเราต้องใช้เวลาสูงขึ้นต่างหาก
หากมีดินสอ 2B ห่วย ๆ หนึ่งแท่ง จิตกรก็สามารถวาดรูปที่งานขึ้นมาบนกระดาษรีไซเคิลได้
แต่หากมีดินสอมหัสจรรย์ราคาเหยียบล้าน คนไร้ศิลป์เฉกเช่นข้าเจ้าก็ไม่สามารถวาดรูปที่ดีได้หรอก....
ที่ผมจะบอกไม่ใช่เรื่องของศิลปะ การออกแบบGUI รึการทำงาน ประเด็นหลัก ผมหมายถึงว่าหากเราต้องทำการเปลี่ยนไปใช้อย่างที่คนอื่นไม่ค่อยใช้ก็จะทำการศึกษาเหมือนกัน user อย่างเราๆคงจะไม่เป็นปัญหามากนัก แต่หาก user โดยทั่วไปแล้ว คงเป็นปัญหาไม่น้อย หรือบริษัทต่างๆ เหมือนกับอยู่ดีๆให้โรงเรียนต่างๆจะเปลี่ยน window มาใช้ linux ก็ต้องใช้เวลาในการ training พนักงานนาน พอสมควร ถึงแม้ว่า GUI จะเข้าใจกับ user ได้ดีเพียงใดก็ตาม
และผมก็บอกแล้วว่า "เหนื่อยหน่อย" ไม่เหนื่อยเยอะนะ อิอิ
-
ขี้เกียจ Quote ด้วยละ มันยาว...
แต่ว่าถ้า GUI เข้าใจ User จริง ๆ แล้ว Learning Curve จะต่ำลงจริง ๆ นะ ไม่งั้นจะมีวิชา User Interface Design ไว้ทำไมน้อง....
ปล. Comment นี้ไม่ได้ส่งเสริมหรือโจมตีฝ่ายใด แค่อยากบอกว่า GUI Design สำคัญน๊า ลองมาอยู่ในประเทศที่คุณอ่านอะไรไม่ออกสิ เราให้หลักการ Design GUI มั่วกะของที่นี่มาเยอะแล้ว ... รอดด้วยนะจะบอกให้