นอกจากนี้ก็มีเรื่องของทางด้านการให้บริการอินเตอร์เน็ตเซิร์ฟเวอร์ เช่น Web, FTP, Mail, Database ที่แมคเองก็ทำได้เหมือนกัน แต่ไม่เสถียรเท่ากับฝั่ง Linux/Unix ด้วยสาเหตุโครงสร้างสถาปัตยกรรมของระบบปฏิบัติการที่รองรับโหลดสูงๆ ได้ไม่ดีเท่ากับ Linux/Unix ที่มีการจัดการเรื่องพวกนี้ดีกว่า
อาจจะงงว่าข้างบนอ้างถึงเซิร์ฟเวอร์เพื่ออะไร ในเมื่อเราไม่ได้เอาเครื่องโน้ตบุคเราไปทำเป็นเซิร์ฟเวอร์ให้บริการอยู่แล้ว สาเหตุที่อ้างถึง เป็นเพราะว่า สังเกตว่าแมคจะรองรับการทำงานโหลดสูงๆ ได้ไม่ดีเท่าทางฝั่งลินุกซ์ เพราะฉะนั้นถึงแมคจะมีโปรแกรมทางด้านเน็ตเวิร์ก เช่น Wireshark, Dynamips, Dynagen แต่โปรแกรมพวกนี้จะใช้การโหลดของซีพียูสูง รวมถึงการจัดการโพรเซสของระบบปฏิบัติการที่ต้องจัดการเป็นอย่างดี จึงทำให้ทางฝั่งแมครันโปรแกรมพวกนี้ได้ไม่ดีเท่ากับลินุกซ์ครับ
เออ อยากเห็น XServe ล่มเหมือนกันแฮะ
ถ้าโพรเซสของ OS X จัดการไม่ดี งานที่ต้องใช้ความเสถียร งานที่ต้องใช้ความผิดพลาดน้อยที่สุด คงไม่ใช้กันหรอกหน่ะ Mac หน่ะ ซื้อมาทำไม แพงก็แพง เรนเดอร์ไปตัดต่อไป เรนเดอร์แล้ว ปรับเปลี่ยนแล้วเรนเดอร์ใหม่ ทำเลย ปรับเลย ไม่ต้องมานั่งรอเรนเดอร์ เค้าคงไม่ใช้ Mac กันหรอก
นึกถึงสมัยก้านกล้วย ถ้าในไทยมีให้เช่า PowerMac ที่เป็นตัวท๊อปซักยี่สิบเครื่อง คงไม่ต้องไปขวัญขวายไปเช่ามาจากสิงคโปร์หรอก บนเวทีคอนเสิร์ต Mix เสียงสดๆ ผ่าน HW ผ่าน MacbookPro ถ้าไม่ต้องการเสถียร และไม่ต้องการ SW และ HW ที่จัดการได้ลงตัว อีตาในวง LinkinPark คงไม่ใช้หรอก
มีคนเอา MacMini มาทำเป็น Server ก็เยอะแยะไป ก็ไม่เห็นจะเสียหายอะไร 
อันนี้คงต้องเป็นอีกอันที่ต้องขยายความต่ออีกหน่อย
อันนี้ผมกำลังหมายถึงการที่ทำแมคมาทำเป็นเซิร์ฟเวอร์ให้บริการจำพวก Web, FTP, DNS, Mail, Database ที่นำมา "เปรียบเทียบกับลินุกซ์" โอเคว่าลินุกซ์ไม่มีซอฟต์แวร์จำพวกเรนเดอร์หรือมิกซ์เสียงที่เท่าเทียมกันกับแมค ก็คงเอามาเปรียบเทียบไม่ได้และผมก็ไม่ได้นำมาเปรียบเทียบอยู่แล้ว
มาถึงอินเตอร์เน็ตเซิร์ฟเวอร์ที่ให้บริการที่ผมต้องการเปรียบเทียบกับลินุกซ์โดยตรง โอเคว่าแมคสามารถทำอินเตอร์เน็ตเซิร์ฟเวอร์ได้เสถียร แต่มันจะเสถียรอยู่ถึงแค่ระดับหนึ่งเท่านั้น เมื่อจำนวนคนเข้า หรือระดับโหลดสูงถึงระดับหนึ่ง (เช่น คนที่เข้ามาตรวจสอบผลเอ็นทรานซ์ หรือมีจำนวนคนเข้าเท่าสักเว็บ sanook ก็ได้) ก็จะพบว่าแมคจะทำงานช้าลง เนื่องจากภาระโหลดที่เยอะขึ้น เมื่อเทียบกับลินุกซ์ ที่จะสามารถรับภาระโหลดได้มากกว่านี้ ยังไงลองทดสอบได้โดยให้คนที่ทำ MacMini มาเป็นเซิร์ฟเวอร์ ลองเพิ่มจำนวนคนเข้า หรือจำนวนโหลดให้มากขึ้น (โดยอาจจะสมมติว่าเว็บดัง แล้วมีคนเข้าเยอะแล้วก็ได้) ก็จะพบว่า MacMini จะไม่เหมาะสำหรับการเป็นเซิร์ฟเวอร์อีกต่อไป และอาจจะมองระบบปฏิบัติการตัวอื่นแทน
สาเหตุที่เอามาเปรียบเทียบกันได้ สาเหตุมีอยู่สองส่วนคือ ปัจจุบันแมคใช้อินเทลแล้ว ซึ่งสามารถเทียบกับพีซีที่ความถี่สัญญาณนาฬิกาเท่ากันได้เลย และอีกส่วนคือซอฟต์แวร์ ที่ใช้ซอฟต์แวร์เดียวกันเพียงแต่เป็นคนละแพลตฟอร์มเท่านั้น (Apache เป็นต้น) ซึ่งต่างจากงานอื่นๆ ของแมค เช่น เรนเดอร์ ทำกราฟิก หรือมิกซ์เสียง ซึ่งทางลินุกซ์อาจจะมีฮาร์ดแวร์ที่เท่ากัน แต่ไม่มีซอฟต์แวร์ที่ใช้งานได้อยู่ในระดับเท่าเทียมกันแต่อย่างใด
ความสามารถในการจัดการ Process ... อันนี้ก็ไม่รู้ว่าจะวัดกันตรงไหน แต่อย่างน้อยที่สุดความเสถียรของ OS ที่สามารถออกจากวังวนเพื่อ Kill Process ที่เกิดขึ้นต่างๆก็ทำได้ดี
ตั้งแต่ใช้ Mac มาเกือบปี... เพิ่งเคยเจอ Kernel Panic (Blue screen ของน้อง Windows)
ไปเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาเอง... แล้วก็เพิ่งเคยเจอเพียงครั้งเดียว
โดยสาเหตุคิดว่าคงเกิดจาก HDD เนื่องจากดันลากเครื่อง MB ออกมาเล่นบนรถที่เหวี่ยงๆ และกระแทกๆ ซะด้วย
ปล. ความจริงถ้าอยากรู้ข้อเท็จจริงของ Apple ก็สามารถหาได้ภายในเว็บ www.apple.com อยู่แล้วนะคะ แล้วก็ขอแถม เผื่อมีใครหาหน้านี้ไม่เจอด้วย http://www.apple.com/science/whymac/
วิธีการวัดการจัดการโพรเซสทำได้โดยที่บอกไปข้างต้นแล้วครับ คือ เพิ่มจำนวนการโหลด หรือจำลองการโหลดของระบบปฏิบัติการ "ในด้านต่างๆ" ซึ่งผมเน้นที่ด้านภาระโหลดของอินเตอร์เน็ตเซิร์ฟเวอร์ครับ
Ubuntu ผมตั้งแต่ใช้มาก็ยังไม่เคย Kernel Panic เลยนะ ส่วนใหญ่มีแต่โปรแกรมรวนๆ ซึ่งก็ไม่เกี่ยวกับระบบปฏิบัติการสักเท่าไหร่