Poll

สาเหตุที่ไม่ควรใช้ Opensource

ไม่เหมาะในการทำงาน
1 (20%)
ใช้งานยาก
0 (0%)
ต้องเสียเวลาศึกษาเรียนรู้
2 (40%)
คนใช้น้อย
1 (20%)
ไม่ขอออกความเห็น
1 (20%)

Total Members Voted: 5

Author Topic: ถึงเวลารึยังที่ชาว IT ควรหันมาใช้ Opensource  (Read 12691 times)  Share 

0 Members and 1 Guest are viewing this topic.

Offline น้ำใส

  • มือใหม่หัดเข้าไอที
  • *
  • Posts: 44
  • Karma: +0/-0
  • Gender: Male
  • "โอกาสดีดี อยู่รอบๆตัวนี่เอง"
    • ไอที
 :56: ไม่ทราบว่าจะผิดใหมครับเพราะเห็นตั้งชื่อไว้ว่า IT นอกกะลาก็เลยอยากแสดงความคิดเห็นอะไรๆ ที่มันดูเป็นนอกกะลา (ไม่ใช่นอกคอก "_")

ถ้าจะว่าไปแล้วในเมืองไทยตอนนี้เริ่มตื่นตัวมาใช้ Opensource กันแล้วอย่างหน่วยงานหลายๆแห่งเท่าที่ทราบมานำ Opensource มาใช้กันในงานใหญ่ซึ่งจะมีมากับผลิตภัณฑ์ อย่างเช่น งาน DataBase นี้เห็นชัดๆเลย อย่างเครื่อง MainFrame Database ของ SUN ระบบตู้ PABX(ก็ดูคล้าย Opensource)อีกหลายๆงาน งานทางด้านระบบเตือนภัย Web server ทั้งหลาย

สาเหตุเพราะอะไรหรือครับ ที่เห็นได้ชัดๆเลยก็คือลดค่าใช้จ่ายแทนที่จะเอาไปซื้อ OS ก็มาจ่ายเป็นเงินเดือนพนักงานแทน  :59: (เห่อๆ ประเด็นสำคัญ) ยิ่งปัจุบันประเทศไทยโดนยกให้เป็นผู้ดัดแปลงเก่งเป็นอันดับต้นๆของโลกก็ว่าได้จน Engineer ต่างชาติเค้ายังทึ่งเลย เพราะฉนั้น Opensource เป็นอะไรที่เหมาะกับคนไทย โดยสายเลือดไม่ชอบการเป็นเมืองขึ้นของต่างชาติ (จริงป่าวหน่อ)

ทุกวันนี้ถือได้ว่าวัดกันที่ระบบเศรษฐกิจจริงๆ ตอนนี้มีหลายๆประเทศเข้ามาตั้งฐานทัพในรูปแบบโรงงานอุตสาหกรรมคอยสูบเงินออกจากประเทศโดยคนไทยส่วนน้อยที่จะมองเห็น (นอกเรื่องป่าวหว่า)

วันนี้เสนอวิธีช่วยชาติและองกรค์ประหยัดเท่านี้ก่อนครับ หันมาสนใจ Opensource กันเยอะนะมันสมองของชาติ  :48: (ขอไปกินยาก่อนหมอมาเรียกแล้ว -_-*)

Offline BlueScreen~

  • นักศึกษาปริญญาตรี
  • ไอทีมือเก๋า
  • *
  • Posts: 343
  • Karma: +0/-0
  • Gender: Male
  • Photo must go on
    • fotoplus+
เปลี่ยนจาก IE มาเป็น Firefox
เปลี่ยนจาก Vista มาใช้ Fedora
น่าจะดีเนอะ
แต่ว่ามันตอบโจทย์ผู้ใช้ในปัจจุบันได้มากแค่ไหนเหรอครับ
ผมเองก็ยังไม่ค่อยเข้าใจเรื่องพวกนี้เเหมือนกัน m [ ] m

TENGEN TOPPA GURREN LAGANN!
"Who the hell do you think I am?!"

Offline WingGundamZeroCustom.co.th

  • นักศึกษาปริญญาตรี รุ่นที่ 2
  • พระเจ้าจอร์ช มันขุดได้ยอดมากเลย
  • *
  • Posts: 2,726
  • Karma: +1/-0
  • Gender: Male
  • My name is Rx-93 ν Gundam
    • Blog@WingInfotech.net
สนับสนุน Open Source อย่างเป็นทางการครับผม

ปัจจุบันถ้าพูดถึงองค์กรธุรกิจ เขาจะไม่สนใจว่า Open Source หรือ Commercial สิ่งเดียวที่เขาต้องการคือ Solution ที่สามารถแก้ไขปัญหาของเขาได้ เพราะฉะนั้น ถ้าพูดถึงองค์กรธุรกิจ จะไม่ใช่เรื่องของค่าใช้จ่าย แต่ประเด็นจะไปที่ Open Source สามารถตอบโจทย์ธุรกิจของเขาได้หรือไม่ เพราะฉะนั้นเราจะสามารถใช้ประโยชน์ของ Open Source ในการดัดแปลง แก้ไขให้มาเหมาะสมกับธุรกิจนั้นๆ ได้ครับ (แต่ก็ต้องดูถึงองค์ประกอบอย่างอื่นอีกมาก เช่น ต้นทุน เวลา ซัพพอร์ต)

สำหรับเรื่องผู้ใช้ทั่วๆ ไป ขณะนี้ Open Source คงยังตอบโจทย์ของผู้ใช้ไม่ได้เต็มๆ ในเรื่องของการใช้งานที่ง่าย และครอบคลุม (จริงๆ มันครอบคลุมแทบจะ 90% ของการใช้งานของผู้ใช้ธรรมดาๆ ทั้งหมดแล้วนะ เพียงแต่ต้องเสียเวลาในการค้นหานั่นเอง) ส่วนการใช้งานง่ายก็มองว่า มันก็ไม่ได้ต่างจากการที่คุณมานั่งหัดใช้คอมฯ ใหม่อีกครั้ง ที่เมื่อใช้ๆ ไป ก็จะพบกับปัญหาต่างๆ มากมายที่แก้ไขไม่ได้ แต่จริงๆ แล้วที่แก้ไขไม่ได้นั้น เพราะว่าไม่มีช่างซ่อมคอมฯ สำหรับ Open Source นั่นเอง!!! ถามใครก็ไม่รู้เรื่อง เพราะไม่เคยเจอปัญหานี้มาก่อน เนื่องจากผู้ใช้ที่มีไม่มากพอ

ส่วนหน่วยงานราชการ และการศึกษานั้น อยากสนับสนุนให้ใช้ Open Source เป็นอย่างยิ่ง ด้วยเหตุผลสองประการ
- ไม่ละเมิดลิขสิทธิ์ และประหยัดค่าใช้จ่าย
ข้อนี้คนไทยคงรู้ๆ กันเป็นอย่างดีว่า สามารถแก้ไขได้โดยเพียงแค่ซื้อแผ่นพันธ์ทิพย์ไม่ก็โหลดบิต ซึ่งน่าจะปลูกฝังความคิดกันใหม่ครับ
- เป็นการต่อยอด และเพิ่มพูนความรู้
ข้อนี้ผมพยายามเน้นเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะสถาบันเกี่ยวกับการศึกษา เช่น โรงเรียน สถาบัน วิทยาลัยต่างๆ ด้วย Open Source จะเป็นสิ่งที่เพิ่มพูนความรู้ทางด้านไอทีให้กับผู้ที่ศึกษาและใช้งานเป็นอย่างมากครับ

วันนี้ เหล่านักศึกษาไอทีลาดกระบัง พร้อมจะก้าวสู่โลกของ Open Source แล้วหรือยัง?
I will change the world, to the better day.

My blog, My world: http://blog.winginfotech.net




Offline YiM

  • นักศึกษาปริญญาตรี
  • ไอทีมือเก๋า
  • *
  • Posts: 265
  • Karma: +0/-0
Opensource ช่วยลดค่า่ใช้จ่ายจริงหรอ ?
เราพูดแบบกลาง ๆ นะ Opensource ใช่ว่าไม่ดีอะไร แต่ว่ามีรายงานทางด้านวิชาการหลายฉบับสำรวจว่า องค์กรส่วนใหญ่ที่นำ Opensource เข้ามาใช้ไม่สามารถลดค่าใช้จ่ายทางด้าน IT ลงได้เลย นั่นเป็นเพราะว่าเราต้องเพิ่มค่าใช้จ่ายในการดูแลระบบมากขึ้น...

เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยกับการซื้อ Software
จริง ๆ แล้วการจ่ายเงินซื้อ Software นั้นมีหลายแบบด้วยกัน ไม่ใช่จ่ายแล้วจบ ๆ กันไป สัญญาการ Maintenance ของ Software ก็มีเหมือน Hardware แหละ ประมาณว่าเราจะดูแล Software ของเราให้คุณกี่ปีก็ว่าไป ประมาณว่าถ้า Software มีปัญหา ตามเราได้ และปัญหาอีกอย่างของ Opensource คือ ถ้าใช้แล้วระบบล่ม คุณฟ้องใครไม่ได้ ได้มาฟรีนี่นา แต่ถ้า Software ของบริษัทใดทำองค์กรของคุณเสียหาย เสียรายได้ คุณสามารถฟ้องบริษัทนั้นกลับได้นะ

นี่เป็นอีกมุมหนึ่งของ Opensource ที่เราไม่เคยพูดกัน เราบอกว่าเราสนับสนุนให้ใช้ Ubuntu แล้วถามว่าเราต้องเสียค่าใช้จ่ายเท่าไรในการให้พนักงานเรียน Ubuntu แต่การใช้ Windows เป็นเหมือนกับบรรทัดฐานที่พนักงานทุกคนต้องใช้เป็น (ประมาณว่าแกใช้ไม่เป็นชั้นไม่รับแกเข้าทำงาน)

แต่อย่างไรก็ดี Opensource ก็ใช่ว่าจะไม่ดีไปซะทุกด้าน ไม่งั้นข้าเจ้าคงไม่ใช้ Hibernate, Spring หรอก 555 แต่ว่าขึ้นอยู่กับกาละและเทศะ เมื่อไรควรที่จะต้องใช้มัน เมื่อไรควรจะเสียตังค์จ่าย และปัญหาในปัจจุบันคือบุคลากรในเชี่ยวชาญทางด้าน Opensource จริง ๆ นั้นค่อนข้างหายาก (ที่เห็น ๆ ก็มีแบบคุณ m.... มันเยอะอะ เลยแบบว่าเลือกยาก เหอ ๆ) ถ้าใช้แล้วไม่มีผู้รับผิดชอบมันก็ยากเน้อ...

Offline WingGundamZeroCustom.co.th

  • นักศึกษาปริญญาตรี รุ่นที่ 2
  • พระเจ้าจอร์ช มันขุดได้ยอดมากเลย
  • *
  • Posts: 2,726
  • Karma: +1/-0
  • Gender: Male
  • My name is Rx-93 ν Gundam
    • Blog@WingInfotech.net
ขยายความจากที่ผมให้แนวคิดไว้ ตอบคำถามของยิ้มนะครับ

ก็คือ ผมแบ่งมุมมองของ Open Source ออกเป็น 3 มุมมอง คือ มุมมองขององค์กรธุรกิจ ผู้ใช้ทั่วไป และหน่วยงานราชการ

มุมมองขององค์กร ได้อธิบายไว้อย่างชัดเจนแล้วว่า เค้าไม่สนใจว่าจะเป็น Open Source หรือ Commercial ถ้าสามารถแก้ไขปัญหา และทำให้บริษัทเขามีกำไรได้ เขาใช้อันนั้น เพราะฉะนั้นจะต้องคิดถึงเรื่องอย่างที่ยิ้มได้อธิบายดังข้างต้นไปด้วย

คราวนี้มาดูมุมมองผู้ใช้ธรรมดากันบ้าง กล้าบอกได้แน่นอนว่า ถ้าทุกคนเคารพลิขสิทธิ์ ใช้แต่ซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์ ไม่ละเมิดลิขสิทธิ์ การใช้ซอฟต์แวร์ Open Source ช่วยลดค่าใช้จ่ายของคุณอย่างแน่นอน!!!

สาเหตุเพราะอะไร เพราะว่าผู้ใช้ตามบ้าน คงมีเป็นจำนวนน้อยมากๆ ที่จะซื้อซอฟต์แวร์แล้วซื้อซัพพอร์ตด้วย ส่วนมากก็คงซื้อมาใช้แล้วก็จบๆ กันไป เกิดปัญหาขึ้น ก็แก้ไขกันเอง จะซ่อมเองหรือให้ช่างซ่อมก็ตามสบาย เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผู้ใช้ทั่วไปจะต้องเสียมีอะไรบ้าง
- เสียเวลาเรียนรู้ แต่ถ้าเราคิดกลับกัน ถ้าคนใช้ Open Source กันตั้งแต่เริ่มหัดเล่นคอมฯ ก็คงเสียเวลาพอๆ กัน อาจจะมากกว่าสักหน่อย
- เสียเงินให้ช่างซ่อม แต่จริงๆ คนใช้ทั่วๆ ไปก็เสียเงินให้ช่างไปลงวินโดว์ใหม่อยู่ดีอ่าเนอะ เพียงแต่ช่างซ่อมสำหรับซอฟต์แวร์ Open Source คงหายากกว่า และแพงกว่าแหงมๆ

คราวนี้มาดูหน่วยงานราชการ ซึ่งขอแยกออกเป็นสองส่วนคือ หน่วยงานราชการจริงๆ และสถาบันการศึกษา สำหรับหน่วยงานราชการจริงๆ ที่ควรจะเน้นใช้ Open Source กันเพราะอะไร??

- ปกติหน่วยงานราชการ รวมถึงสถาบันการศึกษา ย่อมมีแผนกไอทีเป็นของตัวเองอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นเพียงแค่เสียเงินจ้างคนดูแลทางด้าน Open Source อย่างเพียงพอ ก็น่าจะโอเคอยู่ ถ้าบอกว่ามันจะทำให้บริการประชาชนได้ช้าลงล่ะก็ สังเกตว่าปัจจุบันคนที่ทำงานให้หน่วยงานราชการที่ใช้คอมพิวเตอร์เพื่อบริการประชาชน จะใช้คอมฯ ทำงานอยู่ไม่กี่อย่าง อันได้แก่ ฟังเพลง พิมพ์งาน และหลักๆ เลยคือ โปรแกรมหลักที่ให้บริการประชาชน เช่น ต่อทะเบียน ชำระเงิน พิมพ์ใบเสร็จ เป็นต้น

ถ้าถามต่ออีกว่า งั้นก็ต้องพัฒนาโปรแกรมให้เข้ากับซอฟต์แวร์ Open Source อีกสิ รวมถึงอุปกรณ์ก็ต้องเข้ากับซอฟต์แวร์ Open Source ด้วย ก็บอกอีกได้เหมือนกันว่า ถ้าซื้อทุกอย่างโครงสร้างพื้นฐานให้ซัพพอร์ต Open Source มาตั้งแต่แรก ก็ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้แน่ๆ ระหว่างอุปกรณ์ที่ซัพพอร์ต Open Source กับไม่ซัพพอร์ต รวมถึงการ Outsource บนซอฟต์แวร์ Open Source กับ Commercial ราคาคงไม่แตกต่างกันมากมายหรอก ถ้าเทียบกับค่าซอฟต์แวร์ Commercial ที่ต้องเสียไป

เพราะฉะนั้นสุดท้ายปัญหาก็คงเหลือเพียงแค่ จะทำการเปลี่ยนโครงสร้างพื้นฐานของหน่วยงานราชการปัจจุบันให้ไปเป็น Open Source กันอย่างไร ซึ่งแน่นอนว่าจะต้องใช้งบประมาณมหาศาล แต่เมื่อคิดระยะยาวแล้วมันจะคุ้มกว่าหรือไม่? ซึ่งจะประกอบกับเหตุผลข้อต่อไปอีก นั่นก็คือ

- ความเป็นมาตรฐานของซอฟต์แวร์ Open Source!!! ปัจจุบันบางคนอาจจะเคยได้ยินข่าวเรื่องของไฟล์มาตรฐานของเอกสารที่ปัจจุบันมีรัฐบาลหลายประเทศประกาศเป็นวาระแห่งชาติ แต่เราไม่ต้องสนใจเรื่องประเทศไหนจะประกาศหรอก สนใจเหตุผลดีกว่าว่าเพราะอะไร ซึ่งสาเหตุหลักๆ ก็คงเป็นเพราะ มันไม่ผูกขาด!! ลองคิดดูว่าปัจจุบันเราแลกเปลี่ยนไฟล์เอกสารกันด้วยนามสกุล .doc(x) ซึ่งโปรแกรมที่สามารถอ่านได้สมบูรณ์แบบก็มีเพียงแค่ MS Office สาเหตุนี้เป็นเพราะอะไร เพราะว่า .doc ของไมโครซอฟต์เป็นมาตรฐานปิด ปิดกันอยู่แค่ภายในบริษัท ใช้กันภายในบริษัท หมายความว่าบริษัทอื่นจะไม่สามารถอ่านไฟล์ .doc ได้อย่างสมบูรณ์แบบได้เลย เพราะต้องแฮคกันเอาเอง

ซึ่งตรงข้ามกับ .odf ซึ่งเป็นมาตรฐานเปิด มีการเขียนเอกสารไว้อย่างชัดเจนว่าลักษณะการเก็บข้อมูลเป็นอย่างไร จึงทำให้ซอฟต์แวร์ใดๆ ที่อยากจะอ่านเอกสาร .odf นี้ สามารถเขียนโปรแกรมขึ้นมาได้อย่างโดยง่ายนั่นเอง

สำหรับคนที่อยากรู้ว่าทำไมต้องมาตรฐานเปิด ให้ลองอ่านบทความโดย Blognone ภาพถ่ายครอบครัวกับ ODF แล้วจะเข้าใจมากขึ้นครับผม

รู้สึกว่าจะยาวและ ขอพักนิด เดี๋ยวมาพิมพ์ต่อในเรื่องของสถาบันการศึกษา กับเก็บตกสิ่งที่ยังเหลืออยู่ครับ
I will change the world, to the better day.

My blog, My world: http://blog.winginfotech.net




Offline WingGundamZeroCustom.co.th

  • นักศึกษาปริญญาตรี รุ่นที่ 2
  • พระเจ้าจอร์ช มันขุดได้ยอดมากเลย
  • *
  • Posts: 2,726
  • Karma: +1/-0
  • Gender: Male
  • My name is Rx-93 ν Gundam
    • Blog@WingInfotech.net
มาต่อสำหรับเรื่องของสถาบันการศึกษาที่ Open Source ช่วยลดค่าใช้จ่ายได้หรือไม่นะครับ เหมือนเดิมคือต้องอยู่ในเงื่อนไขที่ว่า ทุกคนเคารพลิขสิทธิ์ ไม่ละเมิดลิขสิทธิ์

เหมือนกับหน่วยงานราชการ เราไม่จำเป็นต้องซื้อซัพพอร์ตจากบริษัท ขอให้มีเจ้าหน้าที่ทางด้านคอมพิวเตอร์ที่เป็นทางด้าน Open Source อย่างเพียงพอ ก็น่าจะช่วยให้ประหยัดได้มากแล้ว

แต่คราวนี้ปัญหาต่อจากนี้จะแบ่งออกเป็นสองแบบคือ สถาบันการศึกษาที่เกี่ยวข้องกับทางด้านไอที และไม่เกี่ยวข้อง

- สถาบันที่เกี่ยวข้องกับทางด้านไอที รับรองว่า ยังไงเราก็ต้องมีทั้งซอฟต์แวร์ Open Source และ Commercial ไว้เพื่อเป็นการเรียนรู้อยู่แล้ว เพียงแต่จะใช้อันไหนเป็นหลัก และอันไหนเป็นเพียงแค่ส่วนเสริมที่ใช้ในการเรียนเฉยๆ ซึ่งเรื่องการลดค่าใช้จ่ายคงไม่ต่างกันมากเท่าไหร่ แต่อาจจะต้องคิดเรื่องอื่นๆ ประกอบอีก เช่น ความรู้ที่นักศึกษาจะได้รับ มาตรฐานของไฟล์ที่ใช้กันระหว่างอาจารย์และนักศึกษา เป็นต้น

- สถาบันที่ไม่เกี่ยวข้องกับทางด้านไอที อันนี้เป็นปัญหาใหญ่ของสถาบันการศึกษาได้เลย เพราะนักศึกษาส่วนใหญ่แน่นอนว่าใช้วินโดว์กันเป็นหลัก ถ้าจะลดค่าใช้จ่ายกันจริงๆ ก็คือ ต้องให้นักศึกษาหันมาใช้ Open Source กันให้เป็น โดยอาจจะให้อาจารย์เป็นผู้เริ่ม เช่น เริ่มแลกเปลี่ยนไฟล์โดยใช้ .odf กัน อาจารย์หันมาใช้ Open Source กันเป็นตัวอย่าง เป็นต้น โดยให้เริ่มกันที่อาจารย์รุ่นใหม่ๆ ครับ

คราวนี้ เพิ่งคิดขึ้นมาได้ว่า ยังมีอีกมุมมองหนึ่งนิ นั่นก็คือ มุมมองของผู้ใช้มืออาชีพอย่างเราๆ (หรือเปล่า?) ถ้ามาคิดถึงมุมมองนี้แล้ว คงไม่ใช่เป็นเรื่องของการลดค่าใช้จ่ายแล้ว เพราะทุกอย่างน่าจะโฟกัสไปที่การใช้งาน (เพื่อหาเงิน) ของเราแล้ว

งานนี้ก็ตามถนัดแล้วครับ ตามมุมมองของผมเห็นเป็นดังนี้
- โปรแกรมเมอร์ทางฝั่ง .NET ส่วนใหญ่ก็น่าจะใช้วินโดว์เนาะ หรืออาจจะมีบางคนอาจจะใช้ Mono ก็ได้
- โปรแกรมเมอร์อื่นๆ นอกจากข้างต้น ก็น่าจะใช้ลินุกซ์เป็นส่วนใหญ่ แต่สังเกตว่าเครื่องมือระดับ Enterprise ส่วนใหญ่จะไปทางวินโดว์มากกว่า แต่โปรแกรมเมอร์ติดดิน พวก Geeks พวกแฮคเกอร์ก็ลินุกซ์กันทั้งนั้น
- พวกกราฟิกดีไซน์ ออกแบบ ก็น่าจะใช้แมคกัน (ของเค้าดีจริง)

มาถึงเรื่องสุดท้ายแล้ว ที่เห็นประเด็นนิดนึง คือ เรื่องของการรับผิดชอบ ใช้แล้วระบบล่ม ใช่ว่า Open Source จะไม่มีการรับผิดชอบซะเลย ถ้าคุณต้องการการรับประกันระบบ ต้องการการรับผิดชอบเมื่อซอฟต์แวร์ทำให้ระบบคุณพัง คุณก็สามารถซื้อได้ ซึ่งจะแบ่งออกเป็นหลายแบบ เช่น แบบของบริษัท MySQL AB ที่ SUN เพิ่งซื้อไปหมาดๆ เค้าก็มีบริการระดับ Commercial ซึ่งราคาก็ไม่ได้แตกต่างจากการซื้อซัพพอร์ตของ Commercial ซอฟต์แวร์เลย เพียงแต่คุณไม่ต้องเสียค่าซอฟต์แวร์เพิ่ม ซึ่งก็ทำให้ลดค่าใช้จ่ายได้เช่นกัน อีกแบบหนึ่งคือ บริษัท Consult หรือ Solution ต่างๆ ซึ่งอาจจะมี Solution ซึ่งเป็น Open Source ล้วนๆ และมีการรับประกันบริการตามเงื่อนไขที่กำหนดด้วย (ยกตัวอย่างของคนไทยเลย บริษัท โอเพนซอร์สดิเวลอปเมนต์ จำกัด ไม่ได้โฆษณานะ ><)

พิมพ์มาซะยาวเลย ก็หวังว่าจะทำให้เห็นเรื่องของ Open Source ในภาพรวมได้ดีขึ้นมากๆ นะครับ
I will change the world, to the better day.

My blog, My world: http://blog.winginfotech.net




Offline น้ำใส

  • มือใหม่หัดเข้าไอที
  • *
  • Posts: 44
  • Karma: +0/-0
  • Gender: Male
  • "โอกาสดีดี อยู่รอบๆตัวนี่เอง"
    • ไอที
 :53: ขอบคุณสำหรับคำเสนอแนะ

ตัวอย่างที่สามารถนำ Opensource มาใช้ในระดับ Server
- Web Server เกี่ยวกับ Website มีหลาย Website นิยมนำมาใช้ในปัจจุบันในรูปแบบ CMS เช่น Joomla Mambo Webboards ต่างๆ (PHP Language)
- เกี่ยวกับ Mail Server
- DNS Server
- FTP Server
ฯลฯ

อีกหลายๆอย่างที่ Opensource ทำได้บางอย่างอาจจะพูดว่าทำได้ก่อน.......  เรื่องพื้นฐานพวกนี้สำหรับคน IT ควรรู้ นอกจาก .Net ,MS Office
ดีเสียกว่าจะมานั่งพูดถึงข้อดี ข้อเสีย มองว่าใช้งานได้หรือไม่ได้ดีกว่า

ปล.ไม่ขอพูดถึง User ที่ใช้งานทั่วไป

Offline Ming:PandaMaster

  • นักศึกษาปริญญาตรี
  • ไอทีมือเก๋า
  • *
  • Posts: 302
  • Karma: +0/-0
  • Thai@dmin
    • มาช่วยกันแบ่งปันความรู้
ผมว่า OpenSource ก็ไม่ต่างอะไรกับ Commercial

OpenSource = หาทางแก้เอาเอง (ถามใน Community หาเองทำเอง) ลดค่าใช้จ่าย(จริงหรอ?) ค่าเสียเวลา ค่าเสียโอกาศ ค่า... อีกเยอะแยะที่ตีเป็นตัวเงินได้ในทางเศรฐศาสตร

Commercial = ถามผู้ผลิต Software (เพิ่มค่าใช้จ่ายในการ Service ต่างๆ)

ผมก็เป็นคนนึ่งที่ ชอบใช้ OpenSource แต่ในมุมมองผมๆว่า จะ Open หรอไม่ Open มันก็มีค่าใช้จ่ายทั้งนั้น

ดังที่กล่าวได้ว่า "โลกนี้ไม่มีอะไร ฟรี" ผมว่ามันถูกต้องเสมอ

ลองใช้ความคิดดูนะครับว่า จริงอย่างที่ผมเขียนหรอเปล่า
« Last Edit: January 22, 2008, 09:36:06 PM by Ming »

Offline WingGundamZeroCustom.co.th

  • นักศึกษาปริญญาตรี รุ่นที่ 2
  • พระเจ้าจอร์ช มันขุดได้ยอดมากเลย
  • *
  • Posts: 2,726
  • Karma: +1/-0
  • Gender: Male
  • My name is Rx-93 ν Gundam
    • Blog@WingInfotech.net
ผมว่า OpenSource ก็ไม่ต่างอะไรกับ Commercial

OpenSource = หาทางแก้เอาเอง (ถามใน Community หาเองทำเอง) ลดค่าใช้จ่าย(จริงหรอ?) ค่าเสียเวลา ค่าเสียโอกาศ ค่า... อีกเยอะแยะที่ตีเป็นตัวเงินได้ในทางเศรฐศาสตร

Commercial = ถามผู้ผลิต Software (เพิ่มค่าใช้จ่ายในการ Service ต่างๆ)

ผมก็เป็นคนนึ่งที่ ชอบใช้ OpenSource แต่ในมุมมองผมๆว่า จะ Open หรอไม่ Open มันก็มีค่าใช้จ่ายทั้งนั้น

ดังที่กล่าวได้ว่า "โลกนี้ไม่มีอะไร ฟรี" ผมว่ามันถูกต้องเสมอ

ลองใช้ความคิดดูนะครับว่า จริงอย่างที่ผมเขียนหรอเปล่า

อย่างที่บอกข้างบนนะครับ ให้เราคิดออกเป็นมุมมองของบุคคลต่างๆ 4 ประเภทที่ผมแยกไว้ข้างบน

คำพูดของหมิงเป็นจริง เมื่ออยู่ในมุมมองขององค์กรธุรกิจ

แต่ถ้าสมมติมองในมุมมองของหน่วยงานราชการ ที่ให้บริการประชาชน ลองวิเคราะห์ว่าผู้ใช้ทั่วไปเป็นแค่เจ้าหน้าที่ธรรมดาที่ไม่ได้มีความรู้ทางด้านวินโดว์มากมาย แค่ใช้งานทั่วไป และวันหนึ่งหน่วยงานราชการนั้นหันมาใช้ Open Source และมีการอบรมการใช้งานเบื้องต้น (ซึ่งแน่นอนว่าต้องมีการอบรม ขนาดใช้วินโดว์ยังอบรมเลย) เวลาเกิดปัญหาขึ้น การแก้ปัญหาทั้งวินโดว์และลินุกซ์ก็คงไม่พ้น ถ้าเป็นปัญหาที่เคยเจอก็คงทำได้ ถ้าไม่เคยเจอก็ต้องลองมั่วดูก่อน มั่วไม่ได้สุดท้ายแล้วก็ต้องเรียกเจ้าหน้าที่ไอทีอยู่ดี

สังเกตดูว่า การเสียเวลา เสียโอกาสให้บริการประชาชนที่เกิดขึ้นนั้น เหมือนกัน ไม่ว่าจะใช้ OS อะไรก็ตาม หมายความว่า Open Source จะลดค่าใช้จ่ายได้แน่นอน ซึ่งทั้งหมดนี้จะอยู่ในเงื่อนไขตัวหนึ่งก็คือ คุณภาพของ Open Source พอๆ กับ Commercial ซึ่งปกติคุณภาพก็จะพอๆ กันอยู่แล้ว

แต่ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ ล้วนยังไม่มีผลการวิจัยยืนยันแต่อย่างไรว่า Open Source ช่วยลดค่าใช้จ่ายให้กับหน่วยงานราชการจริงหรือไม่ เป็นการตอบตามประสบการณ์ที่มีอยู่เพียงเท่านั้น แต่ปกติการที่หน่วยงานราชการหันมาใช้ Open Source กัน จะไม่ใช่ด้วยเหตุผลเรื่องของการลดค่าใช้จ่ายเพียงอย่างเดียว แต่มีเหตุผลอื่นๆ ประกอบอีก ดังที่ได้กล่าวมาแล้วครับ

สำหรับในมุมมองของผู้ใช้ทั่วไป ก็คงเปรียบได้พอๆ กับเจ้าหน้าที่ของราชการเหมือนกัน

ยิ่งในมุมมองของผู้ใช้มืออาชีพ ถ้าใช้ให้เหมาะสมกับงาน ก็ย่อมลดค่าใช้จ่ายได้แน่นอนครับ
I will change the world, to the better day.

My blog, My world: http://blog.winginfotech.net




Offline Ming:PandaMaster

  • นักศึกษาปริญญาตรี
  • ไอทีมือเก๋า
  • *
  • Posts: 302
  • Karma: +0/-0
  • Thai@dmin
    • มาช่วยกันแบ่งปันความรู้
Microsoft technology saving them $10.5 million in software solutions over Linux

"Microsoft technology offered so much added value. The features and functionality in Outlook alone are going to make a considerable difference in our daily productivity."
Tony Daniels
Deputy Director, Bureau of Communication and Computer Services, Department of Central Management Services, State of Illinois

ให้อ่านเล่นๆ จาก lllinois

Red Hat Enterprise Linux 5 Advanced costs $2,499 per server per year.
« Last Edit: January 23, 2008, 01:07:07 AM by Ming »

Offline WingGundamZeroCustom.co.th

  • นักศึกษาปริญญาตรี รุ่นที่ 2
  • พระเจ้าจอร์ช มันขุดได้ยอดมากเลย
  • *
  • Posts: 2,726
  • Karma: +1/-0
  • Gender: Male
  • My name is Rx-93 ν Gundam
    • Blog@WingInfotech.net
ตัดมาจากส่วนท้ายของบทความข้างบนนะครับ

© 2006 Microsoft Corporation. All rights reserved.
This case study is for informational purposes only. MICROSOFT MAKES NO WARRANTIES, EXPRESS OR IMPLIED, IN THIS SUMMARY.
Microsoft, Active Directory, Outlook, Windows, the Windows logo, Windows Server, and Windows Server System are either registered trademarks or trademarks of Microsoft Corporation in the United States and/or other countries. All other trademarks are property of their respective owners.

Document published May 2006

สังเกตว่าคนที่ทำเอกสารนี้ เกี่ยวข้องกับไมโครซอฟต์โดยตรง ซึ่งถือได้ว่า ข้อมูลจะไม่เป็นกลางนะครับ
I will change the world, to the better day.

My blog, My world: http://blog.winginfotech.net




Offline Ming:PandaMaster

  • นักศึกษาปริญญาตรี
  • ไอทีมือเก๋า
  • *
  • Posts: 302
  • Karma: +0/-0
  • Thai@dmin
    • มาช่วยกันแบ่งปันความรู้
ตัดมาจากส่วนท้ายของบทความข้างบนนะครับ

© 2006 Microsoft Corporation. All rights reserved.
This case study is for informational purposes only. MICROSOFT MAKES NO WARRANTIES, EXPRESS OR IMPLIED, IN THIS SUMMARY.
Microsoft, Active Directory, Outlook, Windows, the Windows logo, Windows Server, and Windows Server System are either registered trademarks or trademarks of Microsoft Corporation in the United States and/or other countries. All other trademarks are property of their respective owners.

Document published May 2006

สังเกตว่าคนที่ทำเอกสารนี้ เกี่ยวข้องกับไมโครซอฟต์โดยตรง ซึ่งถือได้ว่า ข้อมูลจะไม่เป็นกลางนะครับ


อ่านดีๆ ครับ แล้วค่อย มา quote ต่อนะครับ

Illinois คงไม่ทำให้ตนเองเสีืยชื่อเสียงหรอนะครับ

รุ่นพี่ที่ วัดสุทธิวราราม ได้ ทุน King ไปเรียนที่ Illinois เรื่องชื่อเสียงคงไม่ต้องพูดถึงนะครับ

http://www.illinois.gov/
« Last Edit: January 23, 2008, 01:26:49 AM by Ming »

Offline YiM

  • นักศึกษาปริญญาตรี
  • ไอทีมือเก๋า
  • *
  • Posts: 265
  • Karma: +0/-0
ในระดับ Goverment นั้นไม่ขอพูดถึงประเทศไทยละกันนะ .... เพราะมันคงไม่มีระบบอะไรที่ดีพอที่จะยกเป็น case study กัน แต่ว่าเอาระดับ Personal use ละกัน ปัญหาปัจจุบันของการไม่ใช่ Opensource เพราะ Majority is not opensource... How do we open file which is not Microsoft's in the other computer... ตอนนี้ด้วยความห่วงใยเงินในกระเป๋าตัวเอง เลยหันมาใช้ Open office ประมาณว่ากลัวส่งศูนย์ซ่อมที่นี่แล้วแล้วต้องเสียค่า Ms Office ด้วยอะนะ แต่พอมาใช้ Open office แล้วก็พบว่า ปริ้นท์งานไม่ได้หงะ... ทุกเครื่องในห้องแลบไม่มี Open office เวลาจะปริ้นท์งานทีเราก็ต้อง export เป็น PDF แล้วค่อยปริ้นท์หงะ ... แล้วจะให้เราทำอย่างไร...

แล้วปัญหาที่พบกับ Opensource for personal use อีกอย่างคือ User ugly ครับ Opensource สำหรับ Personal use ปัจจุบันยังค่อนข้างใช้ยาก (กรุณาอย่าหยิบยกประเด็น Ubuntu มาเถียงนะครับ เพราะว่าเรามองว่ามันเป็นการเลียนแบบ Ms. GUI แบบครึ่ง ๆ กลาง ๆ เลียบแบบก็ดับเลียบแบบไม่สมบูรณ์) แล้วจะให้ User ธรรมด๊าธรรมดามาใช้ได้อย่างไร

แต่ยังงัยเราก็สนับสนุน Library Opensource กันต่อไป หุหุ Spring/Hibernate/AspectJ/Eclipse RCF จงเจริญ

Offline WingGundamZeroCustom.co.th

  • นักศึกษาปริญญาตรี รุ่นที่ 2
  • พระเจ้าจอร์ช มันขุดได้ยอดมากเลย
  • *
  • Posts: 2,726
  • Karma: +1/-0
  • Gender: Male
  • My name is Rx-93 ν Gundam
    • Blog@WingInfotech.net
ตัดมาจากส่วนท้ายของบทความข้างบนนะครับ

© 2006 Microsoft Corporation. All rights reserved.
This case study is for informational purposes only. MICROSOFT MAKES NO WARRANTIES, EXPRESS OR IMPLIED, IN THIS SUMMARY.
Microsoft, Active Directory, Outlook, Windows, the Windows logo, Windows Server, and Windows Server System are either registered trademarks or trademarks of Microsoft Corporation in the United States and/or other countries. All other trademarks are property of their respective owners.

Document published May 2006

สังเกตว่าคนที่ทำเอกสารนี้ เกี่ยวข้องกับไมโครซอฟต์โดยตรง ซึ่งถือได้ว่า ข้อมูลจะไม่เป็นกลางนะครับ


อ่านดีๆ ครับ แล้วค่อย มา quote ต่อนะครับ

Illinois คงไม่ทำให้ตนเองเสีืยชื่อเสียงหรอนะครับ

รุ่นพี่ที่ วัดสุทธิวราราม ได้ ทุน King ไปเรียนที่ Illinois เรื่องชื่อเสียงคงไม่ต้องพูดถึงนะครับ

http://www.illinois.gov/


ในต่างประเทศ หรือคนที่เขาไม่รู้จักบริษัทนี้ เขาไม่รู้หรอกนะครับว่าบริษัทนั้นจะมีชื่อเสียงแค่ไหน แต่จะสนใจว่าบริษัทนั้นมีความเป็นกลางแค่ไหนมากกว่า ถ้ามีรายงานออกมาในลักษณะนี้

รายงานของ Open Source ที่ช่วยสนับสนุนเรื่อง Open Source ลดค่าใช้จ่ายก็มีนะครับ ที่เว็บข้างล่างนี้ อยากให้เน้นดูที่ข้อ 7 ใหญ่ในเรื่อง Total Cost of Ownership (TCO) เขาเขียนอ้างถึงเหตุผลทั้งหมด 26 ข้อที่ Open Source ช่วยลดค่าใช้จ่าย ซึ่งสรุปภาพรวมของเหตุผลที่เขายกมาแต่ละข้อนั้น จะเกิดจากบทความ หรือผลการศึกษาที่เกิดขึ้นจากบุคคล และกลุ่มองค์กรต่างๆ หลายที่ครับ

http://www.dwheeler.com/oss_fs_why.html

แต่สุดท้ายนั้นก็อยากจะบอกว่า มันอยู่ในมุมมองขององค์กรธุรกิจ การจะใช้ Open Source หรือ Commercial มันต้องดูองค์ประกอบหลายๆ อย่าง ทั้งสภาพแวดล้อม ลักษณะธุรกิจขององค์กรนั้นๆ เพราะฉะนั้นการที่ Open Source จะช่วยลดค่าใช้จ่ายให้กับองค์กรนั้นได้หรือไม่ ก็ต้องศึกษากันเป็นเคสๆ ไปครับ บางที่อาจจะช่วยลด แต่บางที่อาจจะไม่ได้ช่วยลดค่าใช้จ่ายก็ได้

ในระดับ Goverment นั้นไม่ขอพูดถึงประเทศไทยละกันนะ .... เพราะมันคงไม่มีระบบอะไรที่ดีพอที่จะยกเป็น case study กัน แต่ว่าเอาระดับ Personal use ละกัน ปัญหาปัจจุบันของการไม่ใช่ Opensource เพราะ Majority is not opensource... How do we open file which is not Microsoft's in the other computer... ตอนนี้ด้วยความห่วงใยเงินในกระเป๋าตัวเอง เลยหันมาใช้ Open office ประมาณว่ากลัวส่งศูนย์ซ่อมที่นี่แล้วแล้วต้องเสียค่า Ms Office ด้วยอะนะ แต่พอมาใช้ Open office แล้วก็พบว่า ปริ้นท์งานไม่ได้หงะ... ทุกเครื่องในห้องแลบไม่มี Open office เวลาจะปริ้นท์งานทีเราก็ต้อง export เป็น PDF แล้วค่อยปริ้นท์หงะ ... แล้วจะให้เราทำอย่างไร...

แล้วปัญหาที่พบกับ Opensource for personal use อีกอย่างคือ User ugly ครับ Opensource สำหรับ Personal use ปัจจุบันยังค่อนข้างใช้ยาก (กรุณาอย่าหยิบยกประเด็น Ubuntu มาเถียงนะครับ เพราะว่าเรามองว่ามันเป็นการเลียนแบบ Ms. GUI แบบครึ่ง ๆ กลาง ๆ เลียบแบบก็ดับเลียบแบบไม่สมบูรณ์) แล้วจะให้ User ธรรมด๊าธรรมดามาใช้ได้อย่างไร

แต่ยังงัยเราก็สนับสนุน Library Opensource กันต่อไป หุหุ Spring/Hibernate/AspectJ/Eclipse RCF จงเจริญ


ย่อหน้าแรกคงเป็นปัญหาส่วนตัวของผู้ใช้ แต่ปัจจุบันผมก็ทำอย่างนั้นนะเวลาจะส่งไปให้คนอื่นปริ้น หรือปริ้นที่เครื่องอื่น ก็ export เป็น pdf แล้วก็ส่งไปปริ้นต่อ ถ้าปริ้นจากเครื่องตัวเอง ผมก็ปริ้นผ่านระบบของคณะได้เลยนะ ที่ต้องมีการล็อคอินด้วย (นั่งหาวิธีทำอยู่นานเหมือนกัน)

แต่ปัญหาก็คือ pdf มันแก้ไขไม่ได้ใช่ไหม งั้นเรามีวิธีแก้ให้ท่านอีกวิธี นั่นก็คือ Portable OpenOffice ที่ไม่ต้องติดตั้ง รันผ่าน USB Drive ได้เลย ลองไปโหลดได้ที่นี่เลยครับ

http://portableapps.com/apps/office/openoffice_portable

แค่นี้คุณก็จะมี OpenOffice ให้คุณได้ทุกที่ ทุกเวลา โดยไม่ต้องไป Install แต่อย่างใด (เหมือนโฆษณาขายของโอ้พระเจ้าจอร์ชมันยอดมากเลยวุ้ย)

สำหรับปัญหาอีกอย่างคือ User Friendly นั้น ยอมรับว่าทูลหลายๆ ตัวใช้งานยากมาก ไม่มี Usability แต่ก็มีอีกหลายๆ ตัว เช่นกัน ที่เป็น User Friendly สรุปแล้วก็คือ ซอฟต์แวร์ Open Source ทั้งหมดนั้นก็มีทั้งดีและไม่ดี ให้เราเลือกสิ่งดีๆ ให้กับชีวิตของเราเองครับ (อย่างผมเลือก Ubuntu เพราะเหมาะกับงานของผม เป็นต้น)
« Last Edit: January 23, 2008, 07:41:42 AM by WingGundamZeroCustom.co.th »
I will change the world, to the better day.

My blog, My world: http://blog.winginfotech.net




Offline YiM

  • นักศึกษาปริญญาตรี
  • ไอทีมือเก๋า
  • *
  • Posts: 265
  • Karma: +0/-0
แบบว่า คนตรวจงานเราอะ เ้ค้าไม่ยอมใช้ Openoffice อะเด้ ให้ทำงัยได้ ก็ต้องทนกันต่อไป ไม่กล้าใช้ของเถื่อนแถวนี้...

คิดถึง Adobe จัง....

Offline Petchty

  • นักศึกษาปริญญาตรี
  • ไอทีซีเนียร์
  • *
  • Posts: 194
  • Karma: +0/-0
  • Gender: Male
  • Microsoft Student Partners 2007-2008
ตัดมาจากส่วนท้ายของบทความข้างบนนะครับ

© 2006 Microsoft Corporation. All rights reserved.
This case study is for informational purposes only. MICROSOFT MAKES NO WARRANTIES, EXPRESS OR IMPLIED, IN THIS SUMMARY.
Microsoft, Active Directory, Outlook, Windows, the Windows logo, Windows Server, and Windows Server System are either registered trademarks or trademarks of Microsoft Corporation in the United States and/or other countries. All other trademarks are property of their respective owners.

Document published May 2006

สังเกตว่าคนที่ทำเอกสารนี้ เกี่ยวข้องกับไมโครซอฟต์โดยตรง ซึ่งถือได้ว่า ข้อมูลจะไม่เป็นกลางนะครับ


อ่านดีๆ ครับ แล้วค่อย มา quote ต่อนะครับ

Illinois คงไม่ทำให้ตนเองเสีืยชื่อเสียงหรอนะครับ

รุ่นพี่ที่ วัดสุทธิวราราม ได้ ทุน King ไปเรียนที่ Illinois เรื่องชื่อเสียงคงไม่ต้องพูดถึงนะครับ

http://www.illinois.gov/


Quote ของ Ming ส่วนบนนี่ผมสนับสนุนนะครับ บริษัทไมโครซอฟท์เองคงไม่ทำให้เสียชื่อตัวเองหรอกครับ ถึงแม้คนจะไม่รู้ว่า "Illinois" คือใคร แต่คนที่รู้จักคงไม่ปล่อยให้ไมโครซอฟท์เอาข้อมูล มา "มั่ว" ครับ (แต่ยอมรับว่าทางการตลาดแล้ว "ทุกบริษัท" มักเอาข้อดีใส่ตนครับ ... "ไม่มีศาสนาในธุรกิจ"ครับ)

ผมมาแก้แค่นี้แล้วกัน ปกติไม่ค่อยได้แวดเข้ามาใน "ไอทีนอกกะลา" ไว้แวะมาอีกจะมาโพสต์หรือ reply ใหม่ครับ ที่เหลือที่โพสต์ในกระทู้นี้...ดีครับ  :45: หลากหลายมุมมอง ไม่ได้แค่ "เต้น + ร้องคาราโอเกะ + เล่มเกมส์" กันอย่างเดียว หุหุ  :53:

------------------------------

ปล. ถึงแม้ผมจะเป้นทูตไมโครซอฟท์ (Microsoft Student Partners) แต่ผมพูดมาทั้งหมดไม่ได้ขึ้นมาปกป้องบริษัทฯ แต่อย่างใด เพียงแต่ต้องการเสนอความคิดเห็นเท่านั้น
Nuntawat Soi-ampornkun
Microsoft Student Partners 2007-2008
Faculty of Information Technology, KMITL
JYPE Student 2008-2009 @ Tohoku University

Offline dsonline

  • มือใหม่หัดเข้าไอที
  • *
  • Posts: 5
  • Karma: +0/-0
  • Gender: Male
  • ทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในชีวิตมันต้องมีความหมาย
    • Thai Otaku
สรรพสิ่งไม่อาจเกิด ขึ้นจากความว่างเปล่าได้ การที่จะทำให้คำอธิษฐานเป็นจริง ย่อมต้องมีสิ่งทดแทนสำหรับคำขอนั้นๆ หรือบางกรณีก็ต้องมีสิ่งชดเชย เปลี่ยนสิ่งหนึ่งไปสิ่งหนึ่งตามคำขอ ก็ต้องมีสิ่งหนึ่งที่ต้องเปลี่ยนไปเช่นกัน

Offline WingGundamZeroCustom.co.th

  • นักศึกษาปริญญาตรี รุ่นที่ 2
  • พระเจ้าจอร์ช มันขุดได้ยอดมากเลย
  • *
  • Posts: 2,726
  • Karma: +1/-0
  • Gender: Male
  • My name is Rx-93 ν Gundam
    • Blog@WingInfotech.net
เอ่อ ขุดขึ้นมาได้ไงเนี่ย นี่มันสมัยพี่กำลังแตกหนุ่มสาว ไฟแรงเลยนะเนี่ย ฮ่าๆ
I will change the world, to the better day.

My blog, My world: http://blog.winginfotech.net




Offline Poom™

  • นักศึกษาปริญญาตรี
  • ไอทีมือเก๋า
  • *
  • Posts: 350
  • Karma: +0/-0
  • Gender: Male
  • /l/ o-> thing
    • My room
ชาบูพี่กันดั้ม

Offline iCadente

  • นักศึกษาปริญญาตรี
  • ไอทีมือเก๋า
  • *
  • Posts: 420
  • Karma: +0/-0
  • Gender: Male