ขยายความจากที่ผมให้แนวคิดไว้ ตอบคำถามของยิ้มนะครับ
ก็คือ ผมแบ่งมุมมองของ Open Source ออกเป็น 3 มุมมอง คือ มุมมองขององค์กรธุรกิจ ผู้ใช้ทั่วไป และหน่วยงานราชการ
มุมมองขององค์กร ได้อธิบายไว้อย่างชัดเจนแล้วว่า เค้าไม่สนใจว่าจะเป็น Open Source หรือ Commercial ถ้าสามารถแก้ไขปัญหา และทำให้บริษัทเขามีกำไรได้ เขาใช้อันนั้น เพราะฉะนั้นจะต้องคิดถึงเรื่องอย่างที่ยิ้มได้อธิบายดังข้างต้นไปด้วย
คราวนี้มาดูมุมมองผู้ใช้ธรรมดากันบ้าง กล้าบอกได้แน่นอนว่า ถ้าทุกคนเคารพลิขสิทธิ์ ใช้แต่ซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์ ไม่ละเมิดลิขสิทธิ์ การใช้ซอฟต์แวร์ Open Source ช่วยลดค่าใช้จ่ายของคุณอย่างแน่นอน!!!
สาเหตุเพราะอะไร เพราะว่าผู้ใช้ตามบ้าน คงมีเป็นจำนวนน้อยมากๆ ที่จะซื้อซอฟต์แวร์แล้วซื้อซัพพอร์ตด้วย ส่วนมากก็คงซื้อมาใช้แล้วก็จบๆ กันไป เกิดปัญหาขึ้น ก็แก้ไขกันเอง จะซ่อมเองหรือให้ช่างซ่อมก็ตามสบาย เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผู้ใช้ทั่วไปจะต้องเสียมีอะไรบ้าง
- เสียเวลาเรียนรู้ แต่ถ้าเราคิดกลับกัน ถ้าคนใช้ Open Source กันตั้งแต่เริ่มหัดเล่นคอมฯ ก็คงเสียเวลาพอๆ กัน อาจจะมากกว่าสักหน่อย
- เสียเงินให้ช่างซ่อม แต่จริงๆ คนใช้ทั่วๆ ไปก็เสียเงินให้ช่างไปลงวินโดว์ใหม่อยู่ดีอ่าเนอะ เพียงแต่ช่างซ่อมสำหรับซอฟต์แวร์ Open Source คงหายากกว่า และแพงกว่าแหงมๆ
คราวนี้มาดูหน่วยงานราชการ ซึ่งขอแยกออกเป็นสองส่วนคือ หน่วยงานราชการจริงๆ และสถาบันการศึกษา สำหรับหน่วยงานราชการจริงๆ ที่ควรจะเน้นใช้ Open Source กันเพราะอะไร??
- ปกติหน่วยงานราชการ รวมถึงสถาบันการศึกษา ย่อมมีแผนกไอทีเป็นของตัวเองอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นเพียงแค่เสียเงินจ้างคนดูแลทางด้าน Open Source อย่างเพียงพอ ก็น่าจะโอเคอยู่ ถ้าบอกว่ามันจะทำให้บริการประชาชนได้ช้าลงล่ะก็ สังเกตว่าปัจจุบันคนที่ทำงานให้หน่วยงานราชการที่ใช้คอมพิวเตอร์เพื่อบริการประชาชน จะใช้คอมฯ ทำงานอยู่ไม่กี่อย่าง อันได้แก่ ฟังเพลง พิมพ์งาน และหลักๆ เลยคือ โปรแกรมหลักที่ให้บริการประชาชน เช่น ต่อทะเบียน ชำระเงิน พิมพ์ใบเสร็จ เป็นต้น
ถ้าถามต่ออีกว่า งั้นก็ต้องพัฒนาโปรแกรมให้เข้ากับซอฟต์แวร์ Open Source อีกสิ รวมถึงอุปกรณ์ก็ต้องเข้ากับซอฟต์แวร์ Open Source ด้วย ก็บอกอีกได้เหมือนกันว่า ถ้าซื้อทุกอย่างโครงสร้างพื้นฐานให้ซัพพอร์ต Open Source มาตั้งแต่แรก ก็ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้แน่ๆ ระหว่างอุปกรณ์ที่ซัพพอร์ต Open Source กับไม่ซัพพอร์ต รวมถึงการ Outsource บนซอฟต์แวร์ Open Source กับ Commercial ราคาคงไม่แตกต่างกันมากมายหรอก ถ้าเทียบกับค่าซอฟต์แวร์ Commercial ที่ต้องเสียไป
เพราะฉะนั้นสุดท้ายปัญหาก็คงเหลือเพียงแค่ จะทำการเปลี่ยนโครงสร้างพื้นฐานของหน่วยงานราชการปัจจุบันให้ไปเป็น Open Source กันอย่างไร ซึ่งแน่นอนว่าจะต้องใช้งบประมาณมหาศาล แต่เมื่อคิดระยะยาวแล้วมันจะคุ้มกว่าหรือไม่? ซึ่งจะประกอบกับเหตุผลข้อต่อไปอีก นั่นก็คือ
- ความเป็นมาตรฐานของซอฟต์แวร์ Open Source!!! ปัจจุบันบางคนอาจจะเคยได้ยินข่าวเรื่องของไฟล์มาตรฐานของเอกสารที่ปัจจุบันมีรัฐบาลหลายประเทศประกาศเป็นวาระแห่งชาติ แต่เราไม่ต้องสนใจเรื่องประเทศไหนจะประกาศหรอก สนใจเหตุผลดีกว่าว่าเพราะอะไร ซึ่งสาเหตุหลักๆ ก็คงเป็นเพราะ มันไม่ผูกขาด!! ลองคิดดูว่าปัจจุบันเราแลกเปลี่ยนไฟล์เอกสารกันด้วยนามสกุล .doc(x) ซึ่งโปรแกรมที่สามารถอ่านได้สมบูรณ์แบบก็มีเพียงแค่ MS Office สาเหตุนี้เป็นเพราะอะไร เพราะว่า .doc ของไมโครซอฟต์เป็นมาตรฐานปิด ปิดกันอยู่แค่ภายในบริษัท ใช้กันภายในบริษัท หมายความว่าบริษัทอื่นจะไม่สามารถอ่านไฟล์ .doc ได้อย่างสมบูรณ์แบบได้เลย เพราะต้องแฮคกันเอาเอง
ซึ่งตรงข้ามกับ .odf ซึ่งเป็นมาตรฐานเปิด มีการเขียนเอกสารไว้อย่างชัดเจนว่าลักษณะการเก็บข้อมูลเป็นอย่างไร จึงทำให้ซอฟต์แวร์ใดๆ ที่อยากจะอ่านเอกสาร .odf นี้ สามารถเขียนโปรแกรมขึ้นมาได้อย่างโดยง่ายนั่นเอง
สำหรับคนที่อยากรู้ว่าทำไมต้องมาตรฐานเปิด ให้ลองอ่านบทความโดย Blognone
ภาพถ่ายครอบครัวกับ ODF แล้วจะเข้าใจมากขึ้นครับผม
รู้สึกว่าจะยาวและ ขอพักนิด เดี๋ยวมาพิมพ์ต่อในเรื่องของสถาบันการศึกษา กับเก็บตกสิ่งที่ยังเหลืออยู่ครับ