ตอนนี้ได้ยินมาว่าทุกอย่างหันกลับไปสู่จุดเริ่มต้นหมดทุกอย่าง คือ เอ็มพีสาม ที่ไม่มีเทคโนโลยีในการป้องกันลิขสิทธิ์อยู่ในตัว ด้วยสาเหตุหลักๆ สองสามอย่างคือ
- มันใช้งานกับเครื่องเล่นเอ็มพีสามได้ทุกเครื่อง (แหงดิ ชื่อเครื่องมันก็บอกอยู่แล้ว ว่าเครื่องเล่นเอ็มพีสาม)
- มันคัดลอกไฟล์ข้ามเครื่องได้ ลองคิดตัวเองเป็นลูกค้าที่มีทั้งเครื่อง Desktop, Notebook, MP3 Player, ฯลฯ ดู ถ้ามี DRM ที่ไม่ยอมให้คัดลอกไฟล์ หรือคัดลอกได้เพียงแค่ครั้งสองครั้ง (บางครั้ง ยอมให้เฉพาะเครื่องชนิดเดียวกันเท่านั้นด้วย เช่น ต้องคัดลอกลง iPod ผ่านทางโปรแกรม iTune เท่านั้น) คุณจะยอมซื้อลิขสิทธิ์เพลงนั้นเพื่อติดตั้งให้ครบทุกเครื่องหรือ?
- เรื่องของการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล ที่มีเรื่องราวอยู่ช่วงนึง ที่มีการแอบใส่โปรแกรมตรวจสอบเพลงลิขสิทธิ์แถมมาในซีดีด้วย
- เหตุผลสุดท้าย เท่าที่คิดออก โมเดลการขายเพลงกำลังจะเปลี่ยนไป จากเมื่อก่อนเราขายทั้งอัลบั้ม เปลี่ยนมาเป็นขายแยกเพลง (แต่ถ้าซื้อยกอัลบั้ม ก็จะถูกกว่าซื้อแบบแยกเพลงทุกเพลง) และสุดท้ายที่ผมชอบมาก คล้ายๆ กับหลักการของ Open Source เลย ก็คือ แจกฟรีไปเลยทุกเพลง ถ้าใครฟังแล้วชอบ สามารถอุดหนุนโดยการซื้อเพลงของแท้ ที่อาจจะแตกต่างจากเพลงแจกฟรี เช่น บิทเรตที่มากกว่า แถมไฟล์หน้าปกความละเอียดสูง เป็นต้น (ซึ่งถ้าเทียบกับ Open Source แล้วก็เหมือนกับการ Donate นั่นเอง) ปัจจุบันเห็นมีวงดนตรีอยู่วงหนึ่งที่ทำในลักษณะแบบนี้แล้ว
ปัจจุบันอย่างที่จขกท.บอก ค่ายเพลงใหญ่เกือบทั้งหมด หันมาขายเพลงแบบไร้ DRM ที่เป็นฟอร์แมตเอ็มพีสามธรรมดากันแล้ว (รวมถึงประเทศไทยด้วย)
แต่เห็นจขกท.ถามถึงมัลติมีเดียซึ่งน่าจะรวมถึงภาพเคลื่อนไหวด้วย ซึ่งข้อมูลข้างบนเป็นเฉพาะเกี่ยวกับเสียง ไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับภาพเคลื่อนไหวแฮะ แต่ไม่น่าจะต่างกันเท่าไหร่
ปัจจุบันก็ยังไม่มีแนวทางแน่ชัดเกี่ยวกับ DRM ว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป มันเหมือนหนูไล่จับแมว คนเราย่อมไม่อยากถูกจำกัดสิทธิ์อยู่แล้ว คนคิดค้น DRM แบบใหม่มา มันก็มีคนคิดค้นวิธีการแฮคได้อยู่นั่นแหล่ะ แต่สุดท้ายแล้วในปัจจุบันดูเหมือนว่าการไร้ DRM จะมีชัยมากกว่าอยู่
ปล.ผมเชียร์ ogg ซึ่งเป็นฟอร์แมตเปิดที่บีบอัดได้ทั้งเสียงและภาพเคลื่อนได้หลากหลายรูปแบบและมีขนาดของไฟล์ที่เล็กกว่าเอ็มพีสาม และที่สำคัญมัน Open Source ด้วย 555+