ดีเอสไอ ชวนคิด "ทิ้งลูกให้เกมเลี้ยง เสี่ยงไปหรือไม่?
(http://www.komchadluek.net/2008/10/17/images/thumbFilename2_ds1.jpg)
พิษภัยจากการใช้คอมพิวเตอร์กำลังเป็นปัญหาคุกคามครอบครัวและสังคมอย่างน่า เป็นห่วง ตลอดระยะเวลาที่ลูกใช้คอมพิวเตอร์อยู่ในสายตาของผู้ปกครองทุกวินาทีหรือไม่ เพราะไม่ต่างอะไรจากการจับยาพิษใส่มือลูกรอวันที่มันจะหันมาทำร้าย หากไม่มีเวลามากพอที่จะดูแลบุตรหลานอย่างใกล้ชิด
โชค วิศวโยธิน วิทยากรจากเว็บไซต์กระปุก ดอทคอม กล่าวในการอบรมพ่อแม่ ผู้ปกครองและเยาวชน รวมทั้งผู้สนใจใน "โครงการอบรมเยาวชนในการสอดส่องและแจ้งเบาะแสการกระทำผิดเกี่ยวกับ คอมพิวเตอร์" หรือ DSI Cyber Force ว่า หนทางแก้และป้องกันที่ดีที่สุดก็คือ การเอาใจใส่จากคนในครอบครัวและไม่ตามใจเด็ก การสร้างวินัยและความรับผิดชอบให้เด็กตั้งแต่ยังเล็ก อย่าให้ลูกเล่นเกมมากหรือนานโดยไม่มีขอบเขต และควรมีการพูดคุยเพื่อแก้ปัญหา ซึ่งจะทำให้เด็กยอมรับและทำตามกติกามากขึ้น ดีกว่าการบังคับ
นอกจากนี้การปรับเปลี่ยนสิ่งแวดล้อมรอบๆ ตัวเล็ก เช่น การหาพื้นที่จัดวางให้ผู้ใช้อยู่ในสายตาของคนในครอบครัวได้อย่างชัดเจน และการเพิ่มรวมถึงการเปิดโอกาสให้เด็กมีส่วนร่วมในกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ตาม ความถนัด จะส่งผลให้เด็กยอมรับและบังเกิดความภาคภูมิใจจากความสำเร็จจากกิจกรรมนั้นๆ ซึ่งเด็กจะลดเวลาการเล่นเกม หรือหันออกจากเกมเองด้วยความสมัครใจอีกด้วย
(http://www.komchadluek.net/2008/10/17/images/thumbFilename2_dsi.jpg)
" แม้ที่ผ่านมา "เกม" จะตกเป็นจำเลยเสมอเมื่อเกิดพฤติการณ์ไม่คาดฝันกับเด็กและเยาวชน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการเข้าใจผิดเหมาว่าเกมทั้งหมด เป็นตัวการร้าย ในความเป็นจริงนั้น เกมไม่ใช่ภัยร้ายเสมอไป หากผู้เล่นหรือผู้ปกครองรู้เท่าทันจะสร้างประโยชน์มายังผู้เล่นอย่างมหาศาล
ส่วนเวลาที่เหมาะสมในการเล่นเกมในแต่ละวันไม่ควรเกิน 1.5 ชั่วโมงถือว่ากำลังดี ที่สำคัญบทบาทของผู้ปกครองควรเล่นกับลูก หรือช่วยเหลือให้คำแนะนำในการเล่น โดยไม่ต่อต้านอย่างตรงไปตรงมา จะทำให้เกิดความไว้วางใจ และทำให้ผู้ปกครองรู้เท่าทันว่าบุตรหลานของตนที่กำลังเล่นเกมอยู่นั้นอยู่ใน สถานการณ์ใด" โชคกล่าว
พ.ต.อ.ญาณพล ยั่งยืน ผู้บัญชาการสำนักคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวว่า โครงการ DSI Cyber Force จัดขึ้นทุกปี ปีละ 4 ครั้ง สำหรับในครั้งนี้เป็นปีที่ 5 และในเวทีนี้ถือเป็นครั้งแรกที่เปิดโอกาสให้ผู้ปกครองและบุคคลทั่วไปสามารถ เข้าร่วมการอบรม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างเครือข่ายแจ้งเบาะแสผู้กระทำความผิดทาง คอมพิวเตอร์ และเพื่อให้ความรู้เรื่องพิษภัยจากคอมพิวเตอร์ และอินเทอร์เน็ต วิธีการเก็บหลักฐานทางอินเทอร์เน็ตเพื่อแจ้งเบาะแสผู้กระทำความผิดทาง คอมพิวเตอร์
ทั้งนี้ ประภาพร นิลสุวรรณโฆษิต คุณแม่วัยกลางคน ที่เข้าอบรมพร้อมกับลูกสาววัยกว่า 10 ขวบ กล่าวว่า การอบรมครั้งนี้ นอกจากจะได้ประโยชน์และเข้าใจถึงคุณสมบัติที่ดีและภัยที่แฝงมากับอิน เทอร์เน็ตแล้ว ยังได้รับรู้ถึงวิธีจัดการปัญหา "เด็กติดเกม" ซึ่งผู้ปกครองต้องหันมาสนใจปัญหานี้ให้มากขึ้น ยังทำให้เข้าใจและรู้ถึงรูปแบบกลลวงของพวกมิจฉาชีพได้ทัน ระวังและรอบคอบมากยิ่งขึ้นและรู้จักป้องกันภัยต่างๆ ได้อีกด้วย
ขณะที่ ณฤดี โอวาทวรัญญู จูงหลานชายวัย 7 ขวบ เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ บอกว่าการเข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้ เพราะอยากรู้สิ่งต่างๆ เกี่ยวกับภัยของคอมพิวเตอร์เพื่อไปสอนเด็กๆ และที่พาหลานมาครั้งนี้ เพื่อต้องการให้เขาค่อยๆ รับรู้และซึมซับสิ่งดีๆ และข้อควรหรือไม่ควรปฏิบัติและการระวังภัยจากการใช้คอมพิวเตอร์
ที่มา คมชัดลึก (http://www.komchadluek.net/2008/10/17/x_soc_s001_226282.php?news_id=226282)