IT@KMITL Forums
IT@KMITL Forums => ข่าวประกาศและประชาสัมพันธ์ => ทุนและการศึกษาต่อ => Topic started by: alum on October 17, 2008, 12:38:59 AM
-
กองทุน Shell Centenary Scholarship Fund มอบทุนให้โดยไม่มีเงื่อนไขว่าผู้ได้รับทุนต้องกลับมาทำงานชดใช้ทุน แต่ความประสงค์ที่ระบุชัดเจน ต้องกลับประเทศของผู้รับทุน และใช้ความรู้ความสามารถที่ได้จากการศึกษา ช่วยพัฒนาประเทศชาติ ทุนดังกล่าวครอบคลุมค่าเล่าเรียน ค่าหนังสือ ค่ากินอยู่ ค่าตั๋วเครื่องบิน ไป-กลับ
การมอบทุนจะพิจารณาเฉพาะผู้ที่มีผลตอบรับเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัย
ที่กำหนดไว้ในสหราชอาณาจักร และเนเธอร์แลนด์เท่านั้น
หลักสูตรที่ให้ทุนในแต่ละมหาวิทยาลัย
University of Cambridge ให้ทุนสาขา
- Social Science
- Economics
- Environment & Development
- Finance and Business Administration
- Applied Science & Technology
- Mathematics & Computing
- Engineering
- Law
ขณะที่ Delft University of Technology ให้ทุนสาขา
- Applied Science & Technology
- Mathematics & Computing
- Engineering
- Law
ส่วน Durham University ให้ทุนสาขาเดียวกับ University of Cambridge
ยกเว้นสาขา Mathematics & Computing
คุณสมบัติผู้สมัคร
- อายุไม่เกิน 35 ปี
- ไม่เป็นผู้ถือสัญชาติและมีภูมิลำเนาในประเทศออสเตรเลีย ออสเตรีย
เบลเยียม แคนาดา เดนมาร์ก ฟินแลนด์ ฝรั่งเศส เยอรมนี กรีซ ไอซ์แลนด์
ไอร์แลนด์ อิตาลี ญี่ปุ่น ลักเซมเบิร์ก เนเธอร์แลนด์ นิวซีแลนด์ นอร์เวย์
โปรตุเกส สเปน สวีเดน สวิตเซอร์แลนด์ สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา
- ผู้สมัครต้องไม่มีความประสงค์จะตั้งรกรากเป็นการถาวรในประเทศที่ได้ไปศึกษา
ต่อ ตลอดจนต้องมีความตั้งใจแน่วแน่ที่จะนำความรู้ที่ได้กลับไปพัฒนาประเทศ
ของตนต่อไป
- มีความประสงค์ที่จะศึกษาในสาขาวิชาอันจะมีส่วนช่วยสนับสนุนการพัฒนา
ประเทศชาติของตนต่อไป
- มีคุณวุฒิและความสามารถด้านวิชาการเป็นเลิศ เช่น ได้รับปริญญาตรี
เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง หรือเทียบเท่า
- มีทักษะด้านการพูดและเขียนภาษาอังกฤษเป็นอย่างดี
- ไม่เคยเป็นพนักงานของกลุ่มบริษัท รอยัล ดัทช์ เชลล์ มาก่อน
ผู้ที่สนใจสามารถศึกษารายละเอียดได้จาก
เว็บไซต์: http://www.shellscholar.org/
-
น่าสนมากมาย ขอบคุณครับ ... แต่ในเว็บเหมือนขาดรายละเอียดหลายประการเลย ก็เลยไปหาข้อมูลมาโพสต์เพิ่ม ดังนี้:
ขั้นตอนการสมัคร
- ติดต่อขอข้อมูลเกี่ยวกับหลักสูตรปริญญาโท-เอกที่เปิดสอนได้จากมหาวิทยาลัยที่ร่วมโครงการทั้ง 6 แห่ง
- ติดต่อขอรับใบสมัครเรียนและใบสมัครทุนได้จากมหาวิทยาลัยที่สนใจ
- กรอกใบสมัครในแบบฟอร์มของมหาวิทยาลัย เพื่อลงทะเบียนในหลักสูตรที่เปิดสอน ทั้งนี้ วันปิดรับสมัครของแต่ละแห่งจะไม่ตรงกัน มหาวิทยาลัยที่หมดเขตรับสมัครเร็วที่สุดคือ University of Cambridge ซึ่งปิดรับสมัครในเดือนกันยายน 1 ปีก่อนเปิดภาคเรียน
- ส่งใบสมัครทุน Shell Centenary Scholarship ที่กรอกเรียบร้อยแล้วไปยังมหาวิทยาลัยที่ต้องการลง ทะเบียนเรียน จะส่งไปพร้อมใบสมัครเรียนหรือส่งตามไปภายหลังก็ได้
- วันปิดรับสมัคร วันปิดรับสมัครทุนคือ วันที่ 1 มีนาคมของปีที่สมัครเรียน การพิจารณาให้ทุนจะพิจารณาเฉพาะผู้สมัครที่ไดัรับการตอบรับอย่างมีเงื่อนไขจากทางมหาวิทยาลัยแล้วเท่านั้น(ที่มา: คณะวิทยาศาสตร์ ม.อุบลราชธานี http://research.sci.ubu.ac.th/Scholarship/details/shell.html)
สำหรับวิธีการเตรียมตัว ผมก็ไปหาจากเน็ตเช่นเคย เจออยู่บล็อก (Blog) หนึ่งน่าสนใจมาก เอามาให้ดู
Shell Centenary Scholarship
เท่าที่เราเข้าใจ ทุนเชลล์หลัก ๆ มี 2 แบบ คือ Centenary กับ Chevening (ซึ่งวิธีสมัครเหมือนกัน) ถามว่าต่างกันยังไง อธิบายคร่าว ๆ ว่า สำหรับ Chevening จะมี requirement เพิ่มว่าต้องมีประสบการณ์ทำงาน 3 ปี แต่ท้ายที่สุด ทุนที่จะได้มีใครเป็นสปอนเซอร์บ้างต้องดูชื่อทุนเต็มๆ อย่างของเราก็ Shell Centenary-University of Leeds Scholarship ก็คือออกตังค์ให้โดย Shell และ U of Leeds
วิธีสมัครทุนเชลล์ ทำยังไงบ้าง
1. อย่างแรกเลยแนะนำให้ไปดูที่เว็บ www.shellscholar.org ที่อยากจะบอกก็คือ ทุนเชลล์จะกำหนดว่าจะให้ทุนในหลักสูตรอะไร มหาลัยอะไร ซึ่งดูรายละเอียดได้ที่เว็บ การตัดสินใจให้ทุนหรือไม่ให้ ขึ้นอยู่กับแต่ละมหาลัยเป็นคนตัดสินใจ อย่างเช่นเราอาจจะสมัครไป 2 มหาลัย อันนึงบอกมาว่าไม่ผ่านการคัดเลือกสำหรับทุน แต่อีกอันได้ทุน เป็นต้น
2. เมื่อเลือกหลักสูตรและมหาลัยที่เราสนใจได้แล้ว ก็เขียนใบสมัคร ใบสมัครก็มี 2 ขั้น ขั้นแรกคือสมัครเรียนหลักสูตรนั้น ๆ ส่วนใบสมัครอีกอันคือใบสมัครขอทุนเชลล์ ดู deadline ของแต่ละอันดี ๆ พวก Cambridge, Oxford จะปิดรับสมัครเร็วกว่ามหาลัยอื่น ๆ
- University application form อันนี้ก็กรอกรายละเอียดตัวเราไปเรื่อย ๆ
- Shell Scholarship application form สำหรับทุกมหาลัยจะเหมือนกันหมดยกเว้นสำหรับ Cambridge อันนี้แหละที่เป็นตัวตัดสินว่าเราจะได้ทุนหรือไม่ได้ทุน เค้าก็จะให้เราแต่ง essay สั้น ๆ (120-150 คำเอง) ประมาณ 5 เรื่องตามหัวข้อ/คำถามที่เค้ากำหนดมา
ถามว่าต้องแต่งดีมากมั้ย แน่นอน ถ้าอยากเข้ายูดัง ๆ อย่าง Cambridge กับ Oxford ก็ควรแต่งให้ดีที่สุด ระวังพวก formality และความน่าสนใจของ writing
แต่ไม่ต้องกังวลมากหรอก เป็นตัวของตัวเองน่ะดีที่สุดแล้ว มันไม่มีคำตอบตายตัวสำหรับ essay ที่ดีที่สุด (กรณีของเรา เพิ่งกลับไปอ่านสิ่งที่ตัวเองแต่งไว้เมื่อปีที่แล้ว พบว่าแย่มาก - -" ศัพท์ formal ปนกับ informal ฯลฯ)
3. IELTS ล่ะ
ทุนเชลล์ require IELTS ไว้ถึง 7.5 แต่อย่าเพิ่งตกใจไป บางยูอาจรับคุณแบบมีเงื่อนไขได้ เช่นให้ไปเรียนภาษาอังกฤษก่อน 2 เดือน เพราะฉะนั้นสอบได้เท่าไหร่ก็อย่าเพิ่งท้อ ลองส่งใบสมัครไปดู การที่มีประสบการณ์ทำงาน หรือมีผลงานดีเด่นด้านอื่น ๆ ก็จะช่วยเฉลี่ยน้ำหนักกันไป
4. ส่งใบสมัครเสร็จแล้ว ก็ได้เวลาทำซีเนียร์โปรเจค เอ้ย รอผล เค้าจะเรียกสัมภาษณ์ประมาณปลายพฤษภาคมที่เชลล์เมืองไทย (ถ้าไม่ได้ บางยูเช่น Edinburgh บอกมาก่อนตั้งแต่มีนาแล้ว ส่วน Cambridge นี่เงียบสนิท - ก็เข้าใจว่ามหาลัยคนสมัครเยอะ)
ถ้าผ่านมาได้ถึงขั้นเรียกสัมภาษณ์ ก็มั่นใจเกือบ 100% แล้วว่าได้ทุน เพราะอย่างที่บอก การตัดสินใจอยู่ที่มหาลัย ส่วนเชลล์เป็นคนให้ทุน
5. สัมภาษณ์เป็นไงมั่ง
จากการคุยกับเพื่อนอีก 2 คนที่ได้ทุนปีนี้พร้อมกัน ของเค้าไปเรียนกฎหมาย โดนสัมภาษณ์กันคนละชั่วโมง ส่วนของเรา 15 นาที อาจจะเป็นเพราะสาขาต่างกันด้วยมั้ง ตอนสัมภาษณ์รู้สึกดีใจนะที่สัมภาษณ์ของ Leeds (หลักสูตร wireless comms) ซึ่งเราก็เรียนมา ทำโปรเจคมา ก็เลยอธิบายเรื่องต่าง ๆ ของสื่อสารได้
ก็ให้เตรียมตัวเรื่องราวรอบตัว (ข่าวสารต่าง ๆ) เรื่องเกี่ยวกับสิ่งที่เรียนมา และสิ่งที่จะไปเรียน เท่านี้ก็จะทำให้การคุยกับกรรมการตอนสัมภาษณ์ผ่านไปด้วยดี
อ้อ สัมภาษณ์เป็นภาษาอังกฤษนะ :D
6. ได้ทุนแล้ว! ก็จะมีการติดต่อจากมหาลัย confirm การรับทุน ขั้นตอนการเตรียมตัวต่าง ๆ ก็แตกต่างกันไปสำหรับแต่ละยู อย่างของเราเค้าก็ซื้อตั๋วเครื่องบินให้เลย แต่ Durham ของเพื่อนเรา เค้าให้ตังค์มาซื้อเอง
ก็เตรียมตัวให้พร้อม ก่อนมา ทีเชลล์เมืองไทยจะนัดกินข้าวพูดคุยกับผู้บริหาร และยังเป็นโอกาสที่จะได้เจอกับนักเรียนทุนรุ่นก่อน ๆ ด้วย
7. มาถึงอังกฤษแล้ว... ประมาณกลางเดือนตุลา เค้าก็จะเชิญเราไปที่ Shell Centre, London 2 วัน 1 คืน ก็จะได้รู้จักกับเชลล์มากขึ้น รู้จักนักเรียนทุนจากทุกมหาลัย และได้เที่ยวลอนดอน
รู้สึกว่า Shell จะตังค์เยอะมาก อาหารสุดหรู (ต้องเข้าใจอารมณ์คนทำกับข้าวกินเองมา 2 เดือน :D ) พักโรงแรม (คืนละ 80 ปอนด์เอง) ห้องเตียงคู่แต่นอนคนเดียว แน่นอนเชลล์ออกให้ทุกอย่าง รวมทั้งค่าเดินทางด้วย(ที่มา: บล็อก http://fon85.spaces.live.com/Blog/cns!1prKOtHrwAGUoabsxBFa7jtg!263.entry (http://fon85.spaces.live.com/Blog/cns!1prKOtHrwAGUoabsxBFa7jtg!263.entry) ลงไว้เมื่อ 2 พ.ย. 48)
ป.ล. เท่านี้ก่อนนะครับ ผมจะไปท่องภาษาญี่ปุ่นต่อ :08:
-
ผมยังไม่มี IELTS เลย TOEFL ก็ไม่มี
แต่ดันจะไปสอบ JLPT ซะงั้นอ่ะ ความรู้แค่ห่างอึ่งอยู่ :t05:
-
ผมยังไม่มี IELTS เลย TOEFL ก็ไม่มี
แต่ดันจะไปสอบ JLPT ซะงั้นอ่ะ ความรู้แค่ห่างอึ่งอยู่ :t05:
แย่ พวกเตรียมทุน Mobusho! ... ถ้ามาด้านวิศวกรรมก็มา Tohoku U. นะ เขามีชื่อด้านนี้ :t18: