Author Topic: เกี่ยวกับวิชาภาษาอังกิดที่ต้องใช้ในการเรียนอ่ะคับ  (Read 2615 times)  Share 

0 Members and 1 Guest are viewing this topic.

Offline kurayha

  • มือใหม่หัดเข้าไอที
  • *
  • Posts: 6
  • Karma: +0/-0
คือผมไม่ค่อยเก่งภาษาอังกิดซักเท่าไรอ่ะคับ

แล้วเท่าที่อ่านกาทู้อื่นมาในคณะเรียนอังกิด4ตัว

อยากทราบว่า เรียนยากไหมอ่ะคับ ทั้ง4ตัวเรย แล้วทั้ง4ตัวนี่แตกต่างกันยังไงบ้างอ่ะ

ปล. ขอบคุงมากคับ

Offline Pattarachai Lalitrojwong

  • อาจารย์
  • มือใหม่หัดเข้าไอที
  • ****
  • Posts: 33
  • Karma: +0/-0
ผมว่าเริ่มต้นจากเขียนภาษาไทยให้ถูกต้องก่อนดีกว่าครับ  :)

Offline ShinKun

  • นักศึกษาปริญญาตรี
  • พระเจ้าจอร์ช มันขุดได้ยอดมากเลย
  • *
  • Posts: 1,725
  • Karma: +0/-0
  • Gender: Male
  • Master of IT, University of Sydney
ภาษาอังกฤษเป็นวิชาทักษะ

ดังนั้นตอบยากว่ายากหรือเปล่า

ส่วนข้อแตกต่าง อ่าน course description เอาครับ
Winners never quit. Quitters never win.

email & msn: shinemon ที่ gmail.com
Facebook: www.facebook.com/shinemon <accept only request with personal message>
Twitter: @shinemonkun

Offline kurayha

  • มือใหม่หัดเข้าไอที
  • *
  • Posts: 6
  • Karma: +0/-0
ผมต้องขอโทษด้วยครับที่พิมพ์ไปแบบนั้น ขอแก้ไขนะครับ

คือผมไม่ค่อยเก่งภาษาอังกฤษซักเท่าไรอ่ะครับ

แล้วเท่าที่อ่านกระทู้อื่นมาในคณะเรียนอังกฤษ4ตัว

อยากทราบว่า เรียนยากไหมอ่ะครับ ทั้ง4ตัวเลย แล้วทั้ง4ตัวนี่แตกต่างกันยังไงบ้างอ่ะครับ

ปล. ขอบคุณมากครับ

Offline Prototype Shin_amuro Mk-V

  • นักศึกษาปริญญาตรี
  • ไอทีซีเนียร์
  • *
  • Posts: 117
  • Karma: +0/-0
  • Gender: Male
ผมคิดว่ายากหรือไม่นี้มันไม่สำคัญนะครับ สำคัญที่เรามีความตั้งใจให้กับมันรึเปล่า ถ้าตั้งใจแล้วผลที่ได้มันก็จะออกมาดีเองครับ
แล้วภาษาอังกฤษถือว่ามีความจำเป็นสำหรับการทำงานในอนาคตครับ เพราะเนื้อหาในระดับสูงๆ นั้นจะต้องอาศัยตำราภาษาอังกฤษครับ
ซึ่งถ้ากลัวภาษาอังกฤษตั้งแต่ตอนนี้ ในอนาคตนี้ผมคิดว่าคงลำบากแน่ๆ ครับ
ยังไงก็ลองดูนะครับ อย่ากลัวที่จะเริ่มต้นครับ

สำหรับความแตกต่างของวิชาภาษาอังกฤษแต่ละตัว ก็ลองอ่านคำอธิบายรายวิชาดูนะครับ เขียนไว้ชัดเจนครับ
http://www.it.kmitl.ac.th/academic.php?page=bachelor_2550
Vista = Viruses Intruders Spyware Trojans and Adware

Offline Chotipat Pornavalai

  • อาจารย์
  • พระเจ้าจอร์ช มันขุดได้ยอดมากเลย
  • ****
  • Posts: 1,216
  • Karma: +0/-0
เห็นด้วยกับ Shin_amuro อย่างยิ่งครับ และมีข้อแนะนำเพิ่มเติมดังนี้

10: เข้าใจและปรับแนวคิดตัวเองใหม่ ต้องรู้ก่อนว่าเรียนภาษาอังกฤษไปทำไม มันมีความสำคัญหรือมีประโยชน์อย่างไรกับตัวเราทั้งในตอนเรียนและตอนจบไปทำงาน เพราะถ้าไม่รู้ถึงประโยชน์ของมันก็คงไม่อยากเรียน และก็จะทำให้ไม่มีความชอบหรือไม่มีความตั้งใจที่จะเรียนเพื่อต้องการความรู้อย่างเต็มที่ ที่สำคัญอีกอย่างคือต้องอย่าไปคิดว่ามันยาก แต่คิดว่าเรามีความสามารถและสามารถทำได้ดีด้วยเพียงแต่มีความตั้งใจและพยายามเท่านั้น และต้องมีความมั่นใจในตัวเองครับ

20: วางแผนและตั้งเป้าหมาย เราควรต้องตั้งเป้าหมายว่าเราจะเรียนภาษาอังกฤษให้มีความรู้ระดับใด ภายในระยะเวลาเท่าใด การทำอะไรโดยไม่มีเป้าหมาย ก็จะทำให้ไม่รู้ว่าที่ผ่านมาเราได้พยายามดีพอแล้วหรือยัง และต้องมีการวางแผนการใช้เวลาอย่างเหมาะสมกับเป้าหมายที่ตั้งไว้

30: ทำ ใส่ความพยามยาม และความตั้งใจเข้าไปมากๆ ทั้งในห้องเรียนและนอกห้องเรียนเพื่อให้ประสบผลสำเร็จที่ได้ตั้งเป้าหมายไว้ในข้อที่ 20 และโปรดเข้าใจว่าส่วนใหญ่ความรู้จะมาจากการศึกษาหาความรู้ด้วยตนเองนอกห้องเรียนมากกว่า

40: ตรวจสอบและประเมิน สอบวัดผลหรือประเมินตนเองเป็นระยะๆและดูว่าผลนั้นเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้แล้วหรือไม่ ถ้ายังไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ก็ให้ไปที่บรรทัด 50: แต่ถ้าเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้แล้วให้ไปที่บรรทัด 60:

50: ทบทวนเพื่อปรับปรุงแก้ไข พิจารณาว่าที่ผ่านมาตัวเองมีข้อบกพร่องตรงไหน เพื่อนำไปปรับปรุง แต่ส่วนใหญ่เท่าที่เห็นมาว่ายังทำอะไรไม่สำเร็จมักเป็นเพราะยังไม่ได้พยายามหรือตั้งใจเพียงพอ ดังนั้นให้ย้อนกลับไปที่บรรทัด 30: ใหม่ หรือ อาจจะย้อนไปที่บรรทัด 20: ใหม่ในกรณีที่อยากจะปรับแผนใหม่ด้วย

60: ทบทวนเพื่อปรับระดับตนเองให้สูงขึ้นไปอีก ถึงแม้จะได้ผลตามที่เป้าหมายที่ได้ตั้งไว้ แต่ว่าเป้าหมายนั้นมันง่ายไปหรือเปล่า ลองปรับเป้าหมายให้ยากขึ้นหรือสูงขึ้น ดังนั้นให้ย้อนกลับไปที่บรรทัด 20: ใหม่

ปล 1. โปรแกรมข้างบนคิดว่าใช้ได้กับทุกเรื่องไม่จำเป็นกับภาษาอังกฤษอย่างเดียวครับ
ปล 2. สังเกตว่าโปรแกรมข้างบนวนลูปไม่รู้จบ เพราะเป้าหมายมันตั้งได้สูงขึ้นเรื่อยๆ ไม่มีขอบเขต
ปล 3. ขอให้สนุกและมีความสุขกับการเรียนที่คณะไอทีลาดกระบังครับ  :D
My Blog (latest updated on 22 July 2010) - http://blog.it.kmitl.ac.th/chotipat

My Twitter: @chotipat

My Facebook: http://www.facebook.com/chotipat